ภาพสามพี่น้องชินวัตรเดินเข้าเยี่ยมพ่อที่เรือนจำคลองเปรม กลายเป็นไวรัลในพริบตา ไม่ใช่เพราะใครอยากรู้อะไรเกี่ยวกับเรือนจำ แต่เพราะ “โอ๊ค” พานทองแท้ ปรากฏตัวในลุกส์ใหม่ สดใส อารมณ์ดี และที่สำคัญคือ “อ้วนขึ้น”
โลกออนไลน์เลยพร้อมใจกันตั้งคำถามปนแซวว่า “หรือถึงคิวโอ๊คแล้ว”
คำถามที่เริ่มจากมุกขำกลับถูกพูดต่อราวกับเป็นเรื่องจริงจัง โดยเฉพาะในจังหวะที่พรรคเพื่อไทยกำลังเร่งหาชื่อใหม่สำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
เพราะเส้นทางของ “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ดูจะปิดประตูตายไปแล้ว คนในพรรคต่างรู้ดีว่าการผลักชื่อเดิมขึ้นอีก ย่อมเท่ากับเปิดศึกซ้ำ ไม่มีใครอยากลองของ
ชื่อที่ลอยอยู่ในพรรคตอนนี้มีทั้ง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของพินทองทา, และยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลูกชายของสมชาย-เยาวภา สองรายหลังอยู่ในตระกูลเดียวกัน เรียกได้ว่าเลือดชินวัตรยังไหลเวียนในบัญชีรายชื่อของเพื่อไทยอย่างต่อเนื่อง
แต่ในขณะที่รายชื่อเหล่านี้ถูกถกในพรรค ชื่อ “โอ๊ค” กลับลอยในโซเชียล
ไม่ใช่เพราะมีใครเสนอจริงจัง แต่เพราะคนดูการเมืองเริ่มสนุกกับการตั้งสมมติฐานว่า “ถ้าโอ๊คมาเป็นนายกฯ ล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น”
พานทองแท้ในวัย 46 ปี ผ่านทั้งช่วงที่ถูกรุมสปอตไลต์และช่วงที่เลือกอยู่เงียบ ๆ เรียนรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สมัยเป็นนักศึกษายังเคยตกเป็นข่าวพกโพยเข้าห้องสอบ ตอนนั้นบิดาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์นั้นกลายเป็นจุดด่างที่สังคมจดจำ และทำให้ชื่อของพานทองแท้ถูกมองผ่านแว่นแห่งอภิสิทธิ์ทางอำนาจ
คำถามเรื่อง “ลูกคนดังได้เปรียบกว่าคนอื่นหรือไม่” กลายเป็นเสียงสะท้อนที่ตามหลอกหลอนอยู่พักใหญ่
แต่เขาไม่ได้หนีจากเรื่องนั้น กลับใช้เวลาและความเงียบค่อย ๆ กลืนภาพลบให้จางลง
จากคนหนุ่มที่เคยถูกตราหน้าว่า “ทุจริตสอบ” จนกลายเป็นข่าวใหญ่ วันนี้พานทองแท้ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ออกมาอธิบายอดีต แต่ก็ไม่ได้หลบเลี่ยง
สิ่งที่เคยเป็นบาดแผล กลายเป็นเงาที่ติดอยู่ในชื่อ และอาจเป็นเหตุผลให้เขาระมัดระวังกับการอยู่ในสายตาสังคมมากกว่าเดิม
เมื่อโตขึ้น เขาเลือกห่างจากวงอำนาจ ไม่ลงเลือกตั้ง ไม่รับตำแหน่ง ใช้เวลาไปกับธุรกิจส่วนตัว
บางครั้งก็โพสต์แสดงความเห็นในโลกออนไลน์ น้ำเสียงกึ่งขำกึ่งประชดของโพสต์เหล่านั้น กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
มีคนติดตามนับล้าน เพราะทุกครั้งที่พูด มักเรียกรอยยิ้มได้เสมอ
สำหรับคนรุ่นพ่อแม่ ภาพจำอาจยังติดอยู่กับข่าวเมื่อยี่สิบปีก่อน แต่คนรุ่นใหม่เห็นอีกแบบ เห็นเป็นคนที่พูดการเมืองได้โดยไม่ทำให้เครียด
โพสต์หนึ่งของโอ๊คอาจไม่เปลี่ยนประเทศ แต่เปลี่ยนบรรยากาศในฟีดได้
นั่นคือพลังที่ไม่ใช่ทุกคนจะมี!
ถ้ามองในมุมวัฒนธรรมการเมือง ชินวัตร-บ้านจันทร์ส่องหล้า ก็เหมือนซีรีส์ที่ไม่มีวันจบ
ทักษิณไป ยิ่งลักษณ์มา แพทองธารถอย ชื่อพี่ชายก็โผล่ขึ้นอีก
ครอบครัวนี้มีจังหวะของตัวเอง เหมือนรู้ว่าตอนไหนควรปรากฏตัว แม้ไม่มีใครบอกได้ว่าซีซันต่อไปจะเดินเรื่องอย่างไร แต่ทุกคนรู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่ปิดตอนสุดท้ายแน่นอน
ในยุคที่พรรคการเมืองต้องพึ่งพาโลกออนไลน์เพื่อสร้างฐานเสียง พรรคเพื่อไทยยังไม่มีใครสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้เท่าโอ๊ค
โพสต์เล่นก็เป็นข่าว โพสต์รูปแมวก็ถูกตีความเป็นสัญญาณทางการเมือง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ เขากลายเป็น “อินฟลูเอนเซอร์ของพรรค” โดยอัตโนมัติ
ในขณะที่น้องสาวอย่างแพทองธารรับบทผู้นำทางการเมืองเต็มตัว โอ๊คกลับเป็นพี่ชายที่วางตัวนิ่ง รอดูทิศทางอยู่ห่าง ๆ
ภาพล่าสุดที่ยืนเคียงข้างน้องสาวเลยถูกตีความไปไกล บางคนว่าเป็นแค่ภาพครอบครัว บางคนกลับมองว่าเป็น “ซีนเปิดตัว” ของใครบางคนที่อาจได้บทใหม่ในพรรค
แน่นอนว่าในความเป็นจริง โอ๊คไม่ได้มีคุณสมบัติจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในเร็ววัน แต่ในเกมการสื่อสาร เขายังเป็นหมากที่มีค่า
เพราะในยุคที่ “ภาพและนโยบาย” ต้องเดินคู่กัน การมีโอ๊คอยู่ในเฟรม อาจช่วยให้พรรคดูเข้าถึงง่ายขึ้น และเรียกความสนใจจากสังคมได้มากกว่าหลายชื่อที่พรรคกำลังทาบ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง การขยับโอ๊คกลับเข้ามาในภาพ ก็อาจกลายเป็นดาบสองคม เพราะฝ่ายตรงข้ามย่อมไม่ปล่อยผ่านง่าย ๆ
อดีตที่เคยเป็นบาดแผลในชีวิต จะถูกขุดกลับมาวิเคราะห์ซ้ำ ทั้งเรื่องพกโพยสอบในอดีต หรือคดีที่เคยถูกเชื่อมโยงกับชื่อชินวัตร
โลกออนไลน์ซึ่งเคยเป็นจุดแข็งของโอ๊ค อาจกลายเป็นพื้นที่ทดสอบใหม่ เพราะทุกคำพูด ทุกโพสต์ จะถูกจับตาอย่างละเอียด
ฝ่ายตรงกันข้ามกับพรรคเพื่อไทยอาจใช้ “ความเป็นโอ๊ค” เป็นสัญลักษณ์โจมตีภาพลักษณ์เดิมของตระกูลอีกครั้ง
แต่ก็ในขณะเดียวกัน การที่ชื่อของเขายังเรียกเสียงตอบรับได้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะในเชิงสนับสนุนหรือโต้กลับ ก็ยิ่งตอกย้ำว่า พานทองแท้ยังมีอิทธิพลบางอย่างต่อความรู้สึกของผู้คน ไม่ว่าฝ่ายไหนจะรักหรือเกลียด
ณัฐพงศ์ สามีของพินทองทา และยศชนัน ลูกชายของเยาวภา-สมชาย ต่างก็อยู่ในสายตรงของตระกูลชินวัตร
แต่ในแง่ของภาพจำและการรับรู้ของสังคม ไม่มีใครเด่นชัดเท่าพานทองแท้ ลูกชายของทักษิณ
คนที่โพสต์อะไรเล่น ๆ ก็กลายเป็นประเด็นได้ทุกครั้ง เพราะไม่ว่าจะรักหรือไม่ ชื่อ “โอ๊ค” ยังคงทำให้คนหยุดดู
ดังนั้นเมื่อใครพูดขำ ๆ ว่า “ถึงคิวโอ๊คหรือยัง” มันอาจไม่ได้หมายถึงเพียงคิวลงสมัครนายกฯ แต่อาจหมายถึงคิวกลับมาอยู่ในสปอตไลต์อีกครั้ง
ในบทบาทใดก็ตามที่พรรคยังต้องการ “คนถือธงแดง” ให้ดูมีชีวิตชีวา
โอ๊คอาจไม่ใช่คำตอบของการเมืองไทย แต่ยังเป็นชื่อที่ไม่เคยหายไปจากวงการ ทุกครั้งที่พูดถึงตระกูลชินวัตร ชื่อของเขาก็มักจะโผล่มาอยู่ตรงนั้นเสมอ
เพราะไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ เขายังเป็น “แบรนด์ย่อยของแบรนด์ใหญ่” ที่ไม่มีวันหายไปจากฉากหลักของเพื่อไทย
คำถาม “ถึงคิวโอ๊คหรือยัง” จึงยังลอยอยู่ในอากาศ ไม่ใช่เพราะใครเชื่อว่าเขาจะได้เป็นนายกฯ แต่เพราะแค่พูดชื่อขึ้นมา ก็ทำให้การเมืองดูมีสีสันขึ้นทันที.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โบว์' ตอกเพื่อไทย 'เขากระโดง' ไม่อาจจบใน 1 เดือน 'คดีฮั้วสว.' ไม่อาจจบด้วยอำนาจการเมือง
โบว์ ณัฏฐา หรือ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความว่าด้วยความเคารพต่อทุกฝ่า
จี๊ด! 'วิโรจน์' ตอก 'ดร.หญิง' ออกตัวโต้ช่วย 'ภูมิธรรม' บอก 'ขอโทษครับผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน'
'วิโรจน์' สวน 'ลิณธิภรณ์' ออกตัวโพสต์ช่วย 'ภูมิธรรม' ปม 2 พรรค บอก ขอโทษครับ ผู้ใหญ่เขาจะคุยกันครับ
ฟ้าครึ้มแค่นี้…พี่เห็นรถถังแล้วหรือ?
จริงๆ วันอาทิตย์นี้ว่าจะพักซองสักวันครับ ซองน่ะมีเข้ามาทุกวัน แต่คนเปิดมีอยู่คนเดียว
'โภคิน' ชำแหละ 94 ปีการเมืองไทย วนลูปอำนาจนิยม-อุปถัมภ์ จี้รื้อโครงสร้างองค์กรอิสระ
“โภคิน” ชี้การเมืองไทย 94 ปีวนอยู่กับยึดอำนาจ-เขียนรัฐธรรมนูญ-เลือกตั้ง ก่อนกลับมายึดอำนาจอีก ระบบอุ
กระทุ้ง 'อ้วน-พท.' เคลียร์ปมรัฐบาลอิ๊งค์จุ้น 'คดีฮั้ว สว.'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "คดีฮั้ว สว. DSI ถูกรัฐบาลอุ๊งอิ๊งแทรกแซง?" โดยระบุว่า
ข่าวเศร้า! ผู้ทรงเกียรติอดไปต่างประเทศเจอหั่นงบทัวร์นอก
'มนพร'ดับฝัน สส.ชอบเดินทางต่างประเทศ บอกต่อไปนี้ กมธ.ทุกคณะหมดโอกาสแล้ว เว้นแต่ 'ปธ.-รอง ปธ.สภา' ด้าน 'อดิศร' ซัด สว. เหมือนไส้ติ่งมีก็ได้ไม่มีก็ได้

