"ธนพร" ชี้หากพรรคประชาชนจับมือ "แดง-เขียว" เท่ากับทำลายตัวเอง ผิดคำพูด ทลายศรัทธาฐานเสียง มองข่าวตั้งรัฐบาลใหม่เป็นเพียงกระแสปั่น
4 สิงหาคม 2569 - รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่แสดงความเห็นว่าหากเกิดการจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ก็จำเป็นต้องพูดคุยกับพรรคประชาชนด้วยว่า หากพรรคประชาชนเลือกเดินแนวทางดังกล่าว จะเป็นการย้อนแย้งกับจุดยืนและคำประกาศที่เคยให้ไว้กับประชาชน
รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า พรรคประชาชนเคยย้ำมาตลอดว่าเป็นพรรคที่ยึดมั่นในอุดมการณ์และคำมั่นสัญญาทางการเมือง อีกทั้งยังเคยวิพากษ์วิจารณ์พรรคเพื่อไทยในประเด็น "ตระบัดสัตย์" ดังนั้น หากสุดท้ายกลับเลือกเดินเส้นทางเดียวกัน ย่อมกระทบต่อความน่าเชื่อถือของพรรคเองมากกว่าพรรคการเมืองอื่น
“ตอนไปดันพรรคภูมิใจไทยขึ้นเป็นรัฐบาลก็ถูกตำหนิว่าโง่ ถ้ายังกล้าทำเรื่องนี้อีก ไปจับมือกับเขียว ทั้งที่เคยบอกว่า มีเราไม่มีเทา ก็ต้องบอกว่าโคตรโง่ ซึ่งผมเชื่อว่าเขาไม่โง่ขนาดนั้น แต่ถ้าทำ ก็ไม่ต่างกับทำลายตัวเอง จบสิ้นไปเลย”
อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.ธนพร ระบุว่า ในทางการเมือง การคำนวณตัวเลข ส.ส. เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะการจัดตั้งรัฐบาลต้องคำนึงถึงปัจจัยทางการเมืองอีกหลายด้าน ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างพรรค การบริหารเสียงสนับสนุน และยุทธศาสตร์ที่แต่ละพรรคเตรียมไว้
"การเมืองจริงไม่ใช่คณิตศาสตร์อย่างเดียว คนที่ผ่านสนามการเมืองมา ไม่มีใครประมาทกัน และแต่ละพรรคก็มีแผนสำรองรองรับสถานการณ์อยู่แล้ว โดยเฉพาะน้ำเงิน เชื่อว่า มีแผนรับมือไว้แน่นอน ส่วนพรรคแดงกับเขียว เอาจริงๆว่า พร้อมร่วมหัวจมท้ายกับพรรคขนาดไหน เกิดไปหักภูมิใจไทยแล้วมาไม่ครบ จะกลายเป็นตัวตลกเสียเปล่า" รศ.ดร.ธนพร กล่าว
ยังมองว่า กระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่ถูกพูดถึงในช่วงนี้ เป็นเพียงกระแสข่าวที่ทำให้บางฝ่ายเกิดความคาดหวัง แต่เมื่อพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องต่างออกมาปฏิเสธ ก็สะท้อนว่าเป็นเพียงข่าวลือมากกว่าข้อเท็จจริง
สำหรับกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา เปิดช่องถึงความเป็นไปได้ในการพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่น รศ.ดร.ธนพร เห็นว่า ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับพรรคประชาชนเองมากที่สุด เพราะที่ผ่านมา พรรคเคยประกาศจุดยืนไม่ร่วมงานกับบางพรรคการเมืองอย่างชัดเจน หากกลับคำในภายหลัง ย่อมทำให้ฐานเสียงตั้งคำถามถึงความจริงใจและความมั่นคงในอุดมการณ์
"ถ้าวันหนึ่งพรรคประชาชนต้องกลับคำพูดของตัวเอง คนที่เสียหายคือพรรคประชาชน ไม่ใช่พรรคอื่น เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นคำประกาศที่พรรคพูดไว้เอง" รศ.ดร.ธนพร กล่าว
รศ.ดร.ธนพร ยังวิเคราะห์ว่า ความไม่ไว้วางใจกันระหว่างพรรคการเมืองหลักยังคงมีอยู่ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลในรูปแบบดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าหากพรรคประชาชนตัดสินใจร่วมมือกับพรรคที่เคยประกาศไม่ร่วมงานด้วยจริง จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้สนับสนุนอย่างรุนแรง เนื่องจากเป็นการทำลาย "ต้นทุนทางการเมือง" ที่พรรคสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี
"หากเกิดขึ้นจริง ความเสียหายจะหนักกว่ากรณีในอดีต เพราะครั้งนี้เป็นการกลับคำพูดของตัวเองโดยตรง โดยเฉพาะบุคคลที่เคยยืนหยัดในหลักการอย่าง น.ส.ศิริกัญญา ก็จะถูกสังคมตั้งคำถามอย่างหนัก" รศ.ดร.ธนพร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🔴LIVE กกต.อาการหนัก ‘157’ จ่อคอหอย | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569
🔴LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | เกมรุกฆาต รุมฟัน ม.157!!
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569
'โบว์' ตอกเพื่อไทย 'เขากระโดง' ไม่อาจจบใน 1 เดือน 'คดีฮั้วสว.' ไม่อาจจบด้วยอำนาจการเมือง
โบว์ ณัฏฐา หรือ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความว่าด้วยความเคารพต่อทุกฝ่า
พรรคประชาชน ลุยฟ้อง ม.157 อัด กกต. ตัดตอนภูมิใจไทยรอดคดีฮั้วสว.
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วยรองหัวหน้าพรรค และสส.พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ ส่งฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ฮั้ว เลือก สว. ทั้งสิ้น 77 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง สว. ในปัจจุบัน 26 คน
รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 22): คณะรัฐมนตรี คณะที่ 19: พลเรือตรีเล็ก สุมิตร
หลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 (11 พฤศจิกายน 2490 – 21 กุมภาพันธ์ 2491)
'อนุทิน' ลาไปเวียดนาม ปัดตอบสื่อปม กกต. ชี้ขาดฮั้ว สว.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14 – 16 ก.ย. โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาส่งที่รถ

