ปิดเกมชายแดน! ทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ทำหนังสือถึงเลขาฯยูเอ็น ใช้โลกล้อมกัมพูชา

เปิดหนังสือทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติถึงเลขา UN แจงปมกัมพูชายิงก่อน ละเมิดข้อตกลงสันติภาพเรียกร้องประชาคมโลกกดดันกัมพูชาหยุดยิง

10 ธันวาคม 2568 - นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูต และผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้ทำหนังสือถึง อันโตนิโอ กูเตอร์เรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ มีเนื้อหาว่า กระผมขอเรียนให้ท่านเลขายูเอ็น ทราบโดยเร่งด่วนถึงการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรไทยอย่างร้ายแรงล่าสุด อันเนื่องมาจากการรุกรานและการโจมตีทางอาวุธโดยปราศจากการยั่วยุของกัมพูชาต่อไทย ดังนี้

๑. เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๔.๑๕ น. ทหารกัมพูชาได้เปิดยิงใส่ทหารไทยจากหน่วยกองพันทหารราบที่ ๑๓ ซึ่งปฏิบัติภารกิจปรับปรุงเส้นทางภายในดินแดนของไทยในพื้นที่ภูผาเหล็ก - ผลาญหินแปดก้อน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ การโจมตีดังกล่าวทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ ๒ นายโดยในจำนวนนี้ ทหารหนึ่งนายได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าอกและทหารอีกหนึ่งนายถูกยิงบริเวณขาขวา

ทั้งนี้ทหารกัมพูชายังคงยิงใส่ทหารไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงเวลา ๑๔.๕๐ น

๒. เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๕.๐๕ น. ทหารกัมพูชาได้เริ่มโจมตีฐานทหารไทยโดยปราศจากการยั่วยุใด ๆ ในพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ตามด้วยการโจมตีในวงกว้างอย่างไม่เลือกเป้าหมายตลอดหลายพื้นที่ภายในดินแดนของไทยในจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี

ต่อมา ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ทหารกัมพูชายังได้ยกระดับการโจมตีอีกครั้งด้วยการยิงอาวุธหนักใส่ทหารไทยที่ประจำการในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ณ เวลา ๑๘.๐๐ น.การโจมตีรุกรานดังกลาวส่งผลกระทบต่อ ๕ จังหวัดของไทย ทำให้ทหารไทยเสียชีวิต ๑ นาย และบาดเจ็บ๑๘ นาย

โดยในจำนวนนี้ ทหาร ๓ นายอาการสาหัส และมีประชาชนจำนวนกว่า ๔๐๐,๐๐๐ คน ต้องอพอพยพจากที่พักอาศัย โดยในจำนวนนี้ มีประชาชน ๒ ราย ที่เสียชีวิตจากอาการหัวใจวายในระหว่างการอพยพ ตลอดทั้งวัน กำลังทหารกัมพูชาได้ดำเดินการโจมตีดินแดนของไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้สัดส่วนและผิดกฎหมาย

โดยเจตนามุ่งเป้า หมายโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ปฏิบัติการดังกล่าวใช้อาวุธหนักหลายชนิด รวมถึงเครื่องยิงระบบจรวดหลายลำกลอง ปืนครก และปืนกลหน้ก และยังเสริมด้วยการเคลื่อนย้ายอาวุธหนักและกำลังพลของกัมพูชาตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

๓. การโจมตีทางอาวุธโดยปราศจากการยั่วยุและไม่เลือกเป้าหมายดังกล่าวของกัมพูชาต่อดินแดนของไทยในพื้นที่ ๕ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบสราชธานี และจังหวัดสระแก้ว เป็นการละเม็ดข้อ ๒ วรรค ๔ ของกฎบัตรสหประชาชาติ หลักการอยู่ร่วมกันฉันมิตรกับประเทศเพื่อนบ้านและหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างรัฐอย่างชัดเจน เพื่อตอบโต้การกระทำดังกล่าว

ไทยจึงมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิโดยชอบธรรมโนการป้องกันตนเองตามข้อ ๕๑ ของกฎบัตรสหประชาชาชาติเพื่อรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และปกป้องความปลอดภัยของประชาชนไทย มาตรการป้องกันตนเองดังกล่าวดำเนินการตามกฎหมายระทว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน

มาตรการเหล่านี้จำกัดขอบเขต ได้สัดส่วนตามตามภัยคุกคาม และมุ่งเป้าเหมายเพื่อยับยั้งภัยอันตรายที่ชัดแจ้งจากทหารกัมพูชา โดยใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดผลกระทบและอันตรายต่อพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน

๔. เป็นที่น่าเสียใจว่า ในทันทีภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ข้างต้น ทางการของกัมพูชาได้ตั้งใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จ โดยกล่าวหาว่า ไทยเป็นฝ่ายเริ่มการโจมตีก่อน ในขณะที่ในความเป็นจริงแล้ว ฝ่ายกัมพูชาได้เริ่มยิงใส่ทหารไทยและดินแดนของไทยก่อน

การกระทำนี้แสดงถึงการยั่วยุของฝ่ายกัมพูชาอีกครั้ง ไทยขอปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อข้อกล่าวหาที่ไร้มูลความจริงอย่างต่อเนื่องของกัมพูชา ซึ่งมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการบิดเบือนข้อเท็จจริงและบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในประชาคมระหว่างประเทศ

๕. การโจมตีทางอาวุธล่าสุดของกัมพูชาสะท้อนรูปแบบความเป็นปฏิปักษ์ต่อไทยที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าและทวีความรุนแรงขึ้น รูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นตามมาหลังจากการ กระทำที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในลักษณะไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าและเป็นการยั่วยุของกัมพูชา ซึ่งรวมถึงการวางทุ่นระเบิด PMN-2 ใหม่ของกัมพูชาอย่างผิดกฎหมายในดินแดนของไทยหลายครั้ง ทำให้ทหารไทยพิการถาวร รวม ๗ นาย

โดยเหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ และต่อมา เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ทหารกัมพูชาจงใจเปิดยิงใส่ทหารไทยในดินแดนอธิปไตยของไทย

การกระทำเหล่านี้ถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อพันธกรณีที่มีรวมกันภายใต้"ถ้อยแถลงผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทยและนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ณกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย" ลงนามโดยผู้นำของไทยและกัมพูชาเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๘ ผ่านการเป็นคนกลางในการประสานงานของนายกรัฐมนตรีมาเลเขีย ในฐานะประธานอาเขียน และประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

5. ประเทศไทยประณามอย่างรุนแรงต่อการรุกรานของกัมพูชา การโจมตีทางอาวุธโดยไม่เลือกเป้าหมายต่อพลเรือน โครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือน และสถานที่สาธารณะต่าง ๆ และเจตนาที่ปรากฏชัดในการทำร้ายกำลังพลของไทยภายในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย การกระทำที่เป็นปฏิบักษ์อย่างไร้ความรับผิดชอบและต่อเนื่องของกัมพูชาต่อไทยมีแต่จะเพิ่มความตึงเครียด ทำลายความมุ่งมั่นที่มีร่วมกันภายใต้ถ้อยแรงร่วมฯ และข้อตกลงที่บรรลุโนกรอบการประชุมคณะกรรมการชายแดนที่ไป (GBC) และคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) อีกทั้งยังยังกัดกร่อนความไว้วางใจระหว่างกันซึ่งมีความจำเป็นต่อการมีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์

๗. ในการนี้ ไทยเรียกร้องให้กัมพูชาชี้แจงอย่างครบถ้วน รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่และดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันไม่ไห้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำอีก ไทยร้องขอประชาคมระหว่างประเทศให้เรียกร้องต่อกัมพูชาให้ยุติการกระทำอันเป็นปฏิบักษ์และการยั่วยุทั้งหมดที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนชาวไทย ทำลายความมั่นคงชายแดน และเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่า กัมพูชาต้องปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเต็มที่ และแสดงความจริงใจและสุจริตใจในการฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ในการนี้ กระผมขอความอนุเคราะห์ให้เวียนหนังสือฉบับนี้ในฐานะเอกสารของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ ๘๐ ภายใต้ระเบียบวาระ ที่ ๓๑

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

เชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ประเมินสถานการณ์ชายแดน ยังไม่มีสัญญาณขัดแย้งถึงขั้นปะทะรอบ 3

"อนุทิน" สยบข่าวลือ! ยันไม่มีสัญญาณสู้รบชายแดนรอบ 3 หลังลงพื้นที่สระแก้วตรวจแนวรบ เผยปมกัมพูชาขุด "คูเลต" เป็นยุทธวิธีป้องกันประเทศเขา

นายกฯ ชี้ MOU 43 ไม่ใช่มูลเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา มองมีประโยชน์ใช้เทคโนโลยีกำหนดหลักเขตแดนได้ชัดเจน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ชายแดน อำเภอตาพระยา และบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ว่า ครั้งนี้ก็เป็นการลงในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 ครั้งแรกของตน เพราะก่อนหน้านี้มีสถานการณ์ที่ยังไม่เอื้ออำนวย กลัวว่ามาแล้วจะเป็นภาระของผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยเฉพาะในเรื่องการรักษาความปลอดภัย

นายกฯ ลงพื้นที่สระแก้ว ขอบคุณประชาชนทำให้รบชนะกัมพูชา จัดสรรงบหนุน ชรบ. หมู่บ้านละ 5 พันบาท/เดือน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ออกเดินทางลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เพื่อพบปะและให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบภายหลังจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา

เปิดภาพ ทหารกัมพูชา ซุ่มขุดคูเลต 3 พื้นที่ ยาวกว่า 1 กม. เผชิญหน้าทหารไทย

กรณี ทหารกัมพูชาขุดคูเลต ตรงข้ามพื้นที่บ้านสามหลัง จ.ตราด ใน 3 พื้นที่บ้านท่าเส้น บ้านหนองรีและบ้านชำราก ว่า เขาดําเนินการในพื้นที่ของเขา สถานการณ์ขณะนี้ เป็นการวางกําลังเผชิญหน้ากับทหารไทย

นายกฯ ประกาศลั่นไม่เปิดด่าน ลุยหาเสียงหนองบัวลำภู

หัวหน้าภูมิใจไทย หาเสียงหนองบัวลำภูชูสโลแกน ขอให้เลือก “อนุทิน ติดดิน กินง่าย ”อ้อนขอ สส. ยกจังหวัด ให้คำมั่นพร้อมพัฒนา เทียบเท่าเมืองใหญ่  ลั่นไม่เปิดด่าน หลังพ่อทหารกล้าชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้แม้ไม่มีใครอยากให้เกิดสงคราม แต่หากรบก็ชนะ

ผู้ช่วยทูตทหารกว่า 10 ประเทศ ลงพื้นที่ผามออีแดง ดูความเสียหายกัมพูชายิงบ้านพลเรือน

คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศกว่า 20 นาย จากมากกว่า 10 ประเทศ ลงพื้นที่จุดปะทะบริเวณผามออีแดง ภายในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อรับฟังข้อมูลเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 8–27 ธ.ค. 2568