เศร้า! วีรชนทหารกล้าพลีชีพ 4 นาย ปะทะเดือด 'เนิน 677' ช่องอานม้า เจ็บอีก 3

ทภ.2 เผย ยึดฐานทหารกัมพูชา พื้นที่ซำแต-เนิน 677 ช่องอานม้า พบ โทรศัพท์ 8 เครื่อง สมุดบันทึกปฏิบัติงานทหารกัมพูชา 1 เล่ม มีข้อมูลวางทุ่นระเบิด ด่วนล่าสุดกัมพูชายิงถล่มใส่เนิน 677 ทหารกล้าพลีชีพ 4 นาย เจ็บอีก 3

13 ธันวาคม 2568 - กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา วันที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00 น. ดังนี้

1. เข้ายึดที่หมายซำแต, เนิน 677 พื้นที่ช่องอานม้าได้เรียบร้อย แต่ยังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติการทางทหาร

2. พื้นที่คนา เข้ายึดได้แล้ว 3 ที่หมาย อยู่ระหว่างปฏิบัติการในส่วนที่เหลือ

3. พื้นที่ตาควาย ยังมีการรบปะทะอย่างหนัก ผลการปฏิบัติจะรายงานให้ทราบต่อไป

4. สำหรับพื้นที่สำคัญอื่นๆ ตลอดแนวชายแดน ยังคงมีการสู้รบประปราย สถานการณ์อยู่ในระดับควบคุมได้และการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฝ่ายกัมพูชามีความพยายามในการใช้อาวุธปืนใหญ่ และจรวดหลายลำกล้อง (BM-21) ยิงเข้ามายังฐานปฏิบัติการของฝ่ายเรา

รายการยุทโธปกรณ์และสิ่งอุปกรณ์ที่สำคัญจากการเข้ายึดที่หมายฐานปฏิบัติการของทหารกัมพูชาพื้นที่ซำแต และ เนิน 677 ดังนี้

1. โทรศัพท์ 8 เครื่อง
2. สมุดบันทึกการปฏิบัติงานของทหารกัมพูชา 1 เล่ม
3. ลูกระเบิด m203 7 ลูก
4. จรวด RPG พร้อมอุปกรณ์ 50 ชุด
5. กระสุนปืน 11,765 นัด
6. วิทยุสื่อสาร 15 เครื่อง

จากการตรวจสอบในสมุดบันทึกการปฏิบัติงานของทหารกัมพูชา พบข้อมูลแผนผังการวางทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่องในวันที่ 12 ส.ค. 68 จำนวน 11 จุด 30 ลูก และ กับระเบิดแสวงเครื่องประกอบ TNT จำนวน 2 จุด 6 ลูก นอกจากนั้นยังพบแผนการเตรียมวางทุ่นระเบิดในวันที่ 21 ส.ค.68 จำนวน 6 จุด แต่ยังไม่ระบุจำนวนทุ่นระเบิดเอาไว้

สำหรับโทรศัพท์ทั้ง 8 เครื่องและสมุดบันทึก 1 เล่ม ได้นำส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและขยายผล

สำหรับพื้นที่ต้องสงสัยว่าจะมีการวางทุ่นระเบิด/กับระเบิด ปัจจุบันหน่วยได้ทำการควบคุมพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเตรียมการให้กับหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจพิสูจน์ และจะรายงานให้ทราบต่อไป

กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะดำเนินการ ทุกมาตรการอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน และปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และศักดิ์ศรีของประเทศชาติ อย่างเด็ดขาดและถึงที่สุด

ล่าสุด มีรายงานว่า เนิน 677 ช่องอานม้า กำลังพลเสียชีวิต 4 นายถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

สำหรับกำลังพลเสียชีวิตอีกจำนวน 4 นาย ประกอบด้วย
1. จ.ส.อ.ดำรงเกียรติ แก้วกระจ่าง
2. พล.มุสตากีม เจ๊ะมะ
3. จ.ส.อ.ทวีรัตน์ รัตนบุรี
4. พลฯ ทหารราบ

ส่วนกำลังพลที่ ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด 3 นายประกอบด้วย
1.พลโชคชัย เนียมแสงเจ็บแขน 2 ข้าง ระดับสีแดง
2.จ.ส.ต.นพนันท์ จันดาแดง โดนที่ ขาแขน ระดับสีเหลือง
3.พลฯ คอลิต หมุดกะเหล็ม โดนที่หลัง ระดับสีเหลือง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองทัพบก แจงปรับลดกำลังทหารไทยในบางพื้นที่ชายแดน เป็นไปตามสถานการณ์และวงรอบปกติ

ทบ. แจงปรับกำลังชายแดนตามสถานการณ์ พร้อมวางกำลังทหารดูแล และเฝ้าระวังพื้นที่อย่างใกล้ชิดย้ำสถานการณ์ไทย–กัมพูชายังไม่น่ากังวล ยังไม่พบสัญญาณยกระดับความขัดแย้ง

สดุดีทหารกล้า! ครอบครัวจัดขบวนแห่รูปปั้น 'ร.ต.ธีรยุทธ กระจ่างทอง' ตั้งบ้านหลังใหม่

ผู้นำชุมชน ครอบครัวและชาวบ้าน ร่วมจัดขบวนแห่รูปปั้น “ร้อยตรีธีรยุทธ กระจ่างทอง” ทหารกล้าผู้สละชีพปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย-กัมพูชา นำไปตั้งที่บ้านเกิด ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เพื่อยกย่อง รำลึก สดุดีความกล้าหาญ และเป็นสัญลักษณ์ความภาคภูมิใจของครอบครัว

'วีระ' ร้องจเรตำรวจ สอบจนท.รัฐเก็บส่วยชายแดนสระแก้ว ของหนีภาษี แรงงานเถื่อน สแกมเมอร์

นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน (คปต.) พร้อมด้วย นายอาจหาญ คุณสุนทรกิจ เลขาธิการ คปต. เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ(รองจตช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบขบวนการเรียกรับส่วยและการทุจริต บริเวณชายแดน

กองทัพบก ขยันโต้กัมพูชาเรื่องเดิมๆ ไทยไม่ได้ยึดดินแดน อย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง

กองทัพบกโต้ข้อกล่าวหากัมพูชา ย้ำไทยไม่ได้ยึดดินแดน เป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย ขอกัมพูชาอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อรักษาบรรยากาศความร่วมมือตามข้อตกลง

'สีหศักดิ์' หารือรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ย้ำไทยยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิง

"สีหศักดิ์" หารือทางโทรศัพท์ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ แจ้งผลหารือกับเมียนมาร์สนับสนุนกระบวนการสันติภาพและการปรองดองภายย้ำข้อมูลชายแดนไทย ย้ำไทยยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิงชายแดน ย้ำยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิงชายแดนไทย- กัมพูชาอย่างเคร่งครัด

'กังฟู ไทรวมพลัง' เสนอ 4 ข้อ หวั่นน้ำมันทะลักเข้ากัมพูชา หลัง ทภ.2 ปลดล็อกผ่านด่านช่องเม็กไปลาว

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ กังฟู หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผมขอแสดงความห่วงใยต่อมาตรการผ่อนปรนการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านด่านช่องเม็กไปยัง สปป.ลาว แม้มีเจตนาเพื่อช่วยบรรเทา