ทบ. แจงข้อเท็จจริง ยืนยันพื้นที่ควบคุมอยู่ในอธิปไตยไทย ย้ำเป็นการจัดระเบียบพื้นที่ที่เคยถูกรุกล้ำ ไม่ใช่การรุกรานกัมพูชา
2 มกราคม 2569 - จากกรณีที่สื่อมวลชนต่างประเทศบางสำนัก รายงานข่าวบิดเบือนว่าประเทศไทยใช้กำลังทหารยึดดินแดนของกัมพูชา และห้ามชาวกัมพูชากลับบ้านพัก ซึ่งการนำเสนอดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกได้ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าว สื่อที่นำเสนอน่าจะเข้าใจผิด เนื่องจากพื้นที่ที่ฝ่ายไทยได้เข้าไปควบคุมในปัจจุบัน แต่เดิมล้วนเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชา นำกำลังทหารเข้ามาวางกำลัง และประชาชนเข้ามาอยู่อาศัยรุกล้ำอธิปไตยไทย ดังนั้นจึงเป็นฝ่ายกัมพูชามากกว่า ที่มีการเข้ายึดดินแดนบางส่วนของไทย
ที่ผ่านมาพบว่าประชาชนกัมพูชารุกล้ำเข้ามาตั้งชุมชนบ้านเรือนในเขตอธิปไตยไทยในลักษณะผิดทั้งกฎหมายของประเทศไทย และหลักกฎหมายระหว่างประเทศมานานกว่า 40 ปี โดยมีรัฐเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งฝ่ายไทยใช้กลไกตามกรอบ MOU ยื่นหนังสือประท้วง ร่วมกับกลไกทางกฎหมายของฝ่ายปกครอง แต่ไม่เคยได้รับการแก้ไขและความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา และยังพบการรุกล้ำเพิ่มเติมมากขึ้น
อีกทั้งก่อนเกิดการปะทะพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้มีการยั่วยุ และแสดงท่าทีคุกคามด้วยกำลังทหารในหลายพื้นที่ตลอดแนวชายแดน รวมถึงได้ใช้กำลังคุกคามต่อฝ่ายไทย ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องใช้สิทธิตอบโต้ป้องกันตนเอง ด้วยการใช้กำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม ภายใต้กรอบกฎหมายสากล และได้ใช้โอกาสนี้ในการดำเนินการจัดระเบียบ เพื่อควบคุมและสถาปนาพื้นที่ชายแดนที่เคยถูกฝ่ายกัมพูชารุกล้ำ ให้มีความเรียบร้อยและถูกต้อง
โดยปัจจุบันการควบคุมดูแลพื้นที่ของฝ่ายไทยอยู่ภายในอาณาเขตขอประเทศไทย ตามแนวเส้นปฏิบัติการ ไม่ใช่การรุกรานหรือการไปยึดครองดินแดนของกัมพูชาอย่างที่มีสื่อบางสำนักเข้าใจผิดไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีดังกล่าว นายประวิตร โรจนพฤกษ์ นักเคลื่อนไหว และผู้สื่อข่าวประจำข่าวสดภาคภาษาอังกฤษ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เตือนไปแล้วว่าระวังไทยชนะศึกกัมพูชา แต่แพ้สงครามในสายตานานาชาติ ไทยถูกมองเป็นผู้รุกราน เป็นตัวร้าย นี่คือตัวอย่างล่าสุด ข่าวจาก Al Jazeera หนึ่งใน 3 สื่อทีวีภาษาอังกฤษระดับโลกที่คนดูกันทั่วโลก (อีก 2 เจ้าคือ CNN กับ BBC)
นักข่าว Al Jazeera รายงานว่าไทยใช้กำลังทหาร "ยึดดินแดน" กัมพูชา ไม่มีแม้แต่คำว่าพื้นที่ๆอ้างสิทธิทับซ้อน (disputed territories) ทำให้คนดูรู้สึกว่าไทยวันนี้คล้ายๆประเทศๆหนึ่งในตะวันออกกลางที่ชอบกำลังแย่งดินแดน
คำถามคือ ทำไมนักข่าวรายงานเช่นนี้? เพราะกระทรวงต่างประเทศล้มเหลวในการสื่อสาร? หรือคนนอกเขาดูข้อมูลแล้วไม่เชื่อไทย?
แต่วันนี้สังคมไทยไม่สน สิงสู่อยู่ในกะลา ใน echo chamber ของคนเมาสงคราม ขาดสติ ไม่รู้ไม่สนแล้วว่านานาชาติเขาจะคิดหรือมองไทยอย่างไร มันไม่คุ้มกับชื่อเสียงที่ป่นปี้จริงๆ
ปล. แล้วคนไทยที่ยังพอมีสติ แยกแยะเรื่องนี้ได้แต่ไม่ส่งเสียงออกมา ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน พวกคุณก็กำลังปล่อยให้ชื่อเสียงประเทศไทยพังทลายต่อหน้าต่อตา พวกคุณไม่ควรนิ่งเฉยอีกต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แจงปมช่องอานม้า ทบ.เผยไร้การปะทะ
กองทัพภาค 2 แจงปม “ช่องอานม้า” ปัดใช้อาวุธปืนต่อทหารกัมพูชา ย้ำยึดกฎใช้กำลัง พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน เตือนเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจส่งผลกระทบชายแดน
ทบ. จัดหนัก 'สิบเอก' ลงโทษโหด ทำร้าย-ทรมานพลทหาร
กองทัพบกแจ้งความดำเนินคดีสิบเอกสังกัด ร.2 พัน 2 รอ. จ.ปราจีนบุรี หลังตรวจพบลงโทษทหารกองประจำก
กองทัพบกโต้สื่อเขมร อ้างไทยยิงทหารบาดเจ็บที่ช่องอานม้า
กองทัพบกชี้แจงกรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่ข่าวอ้างทหารไทยเปิดฉากยิงใส่กำลังพลกัมพูชาบริเวณช่องอานม้
สดุดี '3 ทหารกล้า' เปลี่ยนชื่อถนน 'นาคทองดีศรประดิษฐ์พลเยี่ยม'
กกล.บูรพา สดุดี '3 ทหารกล้า' สละชีพในสมรภูมิบ้านหนองจาน เปลี่ยนชื่อถนนสายหลักในพื้นที่เป็น 'นาคทองดีศรประดิษฐ์พลเยี่ยม' เชิดชูเกียรติประวัติแห่งความเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง
ทบ.ลั่นไทยปกป้องดินแดน พร้อมสู้ทางการทูต-ทหาร
โฆษกกองทัพบกโต้ "ฮุน มาเนต" ฟ้องโลกอ้างไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา
เปลี่ยนชื่อถนน K5 เป็น 'นาคทองดีศรประดิษฐ์พลเยี่ยม' สดุดี 3 ทหารกล้าพลีชีพบ้านหนองจาน
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า ถนน K5 บริเวณบ้านหนองจาน ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นถนน นาคทองดีศรประดิษฐ์พลเยี่ยม ซึ่งตั้งตามนามสกุลของทหารไทยที่เสียชีวิตจากจรวด BM-21 ของฝ่ายกัมพูชา

