รมว.กลาโหม แนะอินฟลูฯทำคอนเทนต์ชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องไม่ทำให้ทหารกดดัน

รมว.กลาโหม แนะอินฟลูฯทำคอนเทนต์ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ควรคำนึงถึงจริยธรรม-ความรับผิดชอบ และไม่กดดันทหาร พร้อมเชื่อย้าย 'น.อ.ธรรมนูญ วรรณา' คุมหน่วยทุ่นระเบิด มีเหตุผล เพราะรู้จักพื้นที่ดีที่สุด

7 เมษายน 2569 - พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า หากจะเกิดการปะทะรอบ 3 ต้องมีสิ่งบอกเหตุ ดังนั้นจึงขอให้ประชนชนอย่าวิตกกังวล แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เรียกว่า 'อินฟลูฯ' ที่ออกมาให้ข้อมูล โดยหวังยอดไลค์ และยอดผู้เข้าชม แต่ส่งผลให้ สถานการณ์ชายแดนตึงเครียด ดังนั้นในฐานะที่เป็นคนไทยควรจะต้องคำนึงถึงเรื่องจริยธรรม และความรับผิดชอบในอาชีพ ไม่ควรทำให้ทหารในพื้นที่ต้องความกดดัน

ส่วนกระแสข่าวต่างๆที่เชื่อมโยงกรณีคำสั่งให้นาวาเอกธรรมนูญ วรรณา ย้ายจากผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ไปเป็นผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือที่ผ่านมานั้น เรื่องนี้ต้องเลิกพูดได้แล้ว และต้องเข้าใจว่า นาวาเอกธรรมนูญ ได้ปฏิบัติภารกิจในเหตุการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา จนได้พื้นที่คืนมาหมดแล้ว

ดังนั้นการที่มีคำสั่งให้ย้ายมาคุมหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ จึงถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นประโยชน์ ทั้งนี้โดยส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายในครั้งนี้ แต่มองว่า นาวาเอกธรรมนูญ เป็นคนที่รู้จักพื้นที่ดี น่าจะสามารถเข้ามาดำเนินการดูแลเรื่องของการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนได้ดี และสามารถพิจารณาได้ว่า จุดใดควรเก็บกู้ก่อนหรือหลัง จึงเห็นได้ว่าการปรับย้ายมีเหตุและผล

พร้อมทั้งเชื่อว่า ผบ.นย.ในฐานะผู้บังคับหน่วย จะพิจารณาย้ายใครก็ตาม ต้องมองด้วยเหตุและผล หากไม่เชื่อ ผบ.นย.แล้วจะไปเชื่อใคร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาล ยันไทยยังไม่ตกลงยินยอม ประนอมข้อพิพาททางทะเลตามกฎหมาย UNCLOS

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีสำนักข่าวกัมพูชาเผยแพร่รายงาน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ระบุว่าฝ่ายไทยได้ตกลงเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

ว่อนโซเชียล! ชาวกัมพูชาแชร์สนั่นภาพ 'รั้วชายแดน' ไทยเริ่มสร้างที่จันทบุรี ระยะทาง 1.3 กม.

แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า กองทัพไทยเดินหน้าก่อสร้างรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนหลัก หลักเขตที่ 52-54 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ระยะทางรวมประมาณ 1,310 เมตร เพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่

'อนุทิน' ลั่นไม่มี MOU 44 อีกแล้ว ประชาชนสบายใจได้ เกาะกูดเป็นของประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าโดยปกติผมเป็นคนที่ทำงานใดๆแล้วไม่ประสงค์ที่จะต้องออกมาประโคมข่าวหรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเองเพราะหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือต้องทำทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทำยังไงก็ได้ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชนของผม

เพจดัง เตือนนายกฯอนุทิน คนไทยไม่ได้อยากเห็นแบบนี้ เรื่องระยำเขมรทำไว้ ยังจำได้ไม่ลืม

เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ภาพการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ ในการประชุมอาเซียน พร้อมข้อความว่า เปิดด่านเป็นอะไรนะครับ? ก่อนที่จะเปิดด่านหรือจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีเขมร พวกเขมรต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกมันก่อก่อนครับ

'อนุทิน' เผชิญหน้า 'ฮุน มาเนต' หารือสามฝ่าย ชี้เป็นก้าวสำคัญสร้างสันติภาพไทย-กัมพูชา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมหารือสามฝ่าย ร่วมกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุมครั้งนี้

เพจดัง ถามดังๆ ทำไมต้องเกรงใจเขมร สร้างรั้วกั้นชายแดนแต่ไม่อยากให้เป็นข่าว

เฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความว่า ไทยจะสร้างรั้วแต่ไม่อยากให้เป็นข่าว เพราะกลัวเขมรมาห้อมล้อมกดดัน คำถามคือทำไมต้องกลัวต้องเกรงใจเขมรขนาดนั้น ในเมื่อเส้นเขตแดนจากหลักที่ 52-54 มันตกลงกันได้แล้ว