'เจษฎ์' ปูดพบพิรุธเงินสะพัดเลือกตั้ง 2 แสนล้าน! ปั่นราคาซื้อเสียงพุ่ง

20 ม.ค.2569- นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนาย เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำผู้สมัคร สส. ลงพื้นที่ตลาดสะพาน 2 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง ช่วยผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรครักชาติหาเสียง

นายเจษฎ์ เปิดเผยว่า ต่อเนื่องจากที่เคยเปิดประเด็นเรื่องเม็ดเงินสะพัดเมื่อสัปดาห์ก่อนถึงข้อมูลที่น่าตกใจว่า พรรคได้รับรายงานข่าวกรองถึงความผิดปกติทางการเงิน มีการนำเงินเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งในภาคพื้นที่สูงถึง 100,000 ล้านบาท และยังมีกระแสข่าวเรื่องการเบิกถอนเงินสดจากธนาคารพาณิชย์ล็อตใหญ่กว่า 160,000 ล้านบาท โดยที่ไม่มีธนาคารใดออกมาปฏิเสธ เมื่อรวมตัวเลขแล้ว อาจมีเม็ดเงินสะพัดจริงสูงถึง 200,000 ล้านบาท จากการคำนวณเม็ดเงินดังกล่าว พบอัตราการจ่ายเงินซื้อเสียงที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติ พื้นที่ กทม.ราคาพุ่งสูงถึง 7,500 บาทต่อหัว พื้นที่ต่างจังหวัด เฉลี่ยอยู่ที่ 3,000 – 5,000 บาทต่อหัว

เขากล่าวว่า เงินมหาศาลเหล่านี้คือ เงินสีเทาจากธุรกิจผิดกฎหมายและกลุ่มสแกมเมอร์ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเตือนประชาชนว่า หากรับเงินเหล่านี้ เท่ากับสนับสนุนให้พรรคการเมืองเข้าไปถอนทุนคืนผ่านการคอร์รัปชัน นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างการเลือกตั้งท้องถิ่น (อบต.) ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเบี้ยวจ่ายเงินไม่ครบ หรือสัญญาว่าจะให้แต่ไม่ให้ ซึ่งพรรครักชาติเรียกกลุ่มคนเหล่านี้ว่าเป็นนักการเมืองแบบสแกมเมอร์ที่เข้ามาหลอกลวงประชาชน

นายเจษฎ์ กล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์การเมือง ตอนนี้ประเทศกำลังเดินหน้าสู่ความวิบัติ เพราะพรรคการเมืองแบ่งเป็นสองขั้วที่อันตราย กลุ่มพรรคใหญ่ที่ใช้กระสุน (เงิน) จ่ายเงินซื้อเสียงเพื่อเข้าสู่อำนาจ และกลุ่มที่อ้างกระแส แม้บอกไม่ใช้เงิน แต่มีวาระซ่อนเร้นต้องการเข้ามารื้อรัฐธรรมนูญ แก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งทางพรรคมองว่าเป็นการทำลายโครงสร้างบ้านเมือง

ขณะที่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีเครื่องมือ กฎหมาย และผู้ตรวจการเลือกตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้เรื่องการซื้อเสียงที่เกิดขึ้นทุกหน่วยเลือกตั้ง ปัญหานี้เป็นที่รู้กันทั่ว แต่เหมือน กกต. ไม่รู้อยู่คนเดียว ที่ผ่านมาจับได้แต่คดีเล็กน้อย เช่น การจัดเลี้ยงทำบุญ แล้วแจกใบเหลืองใบแดง แต่ปัญหาใหญ่คือการจ่ายเงินซื้อเสียงโดยตรงกลับเงียบ ท่านต้องทำงานเชิงรุก หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าทุจริต ต้องกล้าแจกใบแดงทันที ไม่ใช่รอจนหูหนวกตาบอด ทั้งนี้ พรรครักชาติยืนยันจุดยืนไม่มีเงินแจก ป้ายหาเสียงน้อยเพราะทุนน้อย แต่ขอสู้ด้วยอุดมการณ์ พร้อมขอให้ประชาชนและ กกต. ช่วยกันกวาดล้างขบวนการซื้อสิทธิ์ขายเสียงให้สิ้นซาก เพื่อไม่ให้ประเทศชาติต้องจมอยู่กับวังวนของทุนสามานย์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พยานหลักฐานชัด ส่งศาลฎีกา แต่ถ้าไม่พอฟังได้ว่ามีการฮั้ว กกต.ก็ยกคำร้อง

ก่อนจะรู้ผลการลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดลงมติในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ "ไทยโพสต์" ได้สัมภาษณ์ "สุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์-นักกฎหมายอิสระ" ถึงมติ กกต.ที่จะออกมา โดย "สุโรจน์"

14ก.ย.ชี้ชะตา 'กระดานการเมือง' คดีฮั้ว สว.กำหนดทิศทางประเทศ

วันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ ถือเป็นวันที่กำหนดทิศทางการเมืองของประเทศไทยอีกครั้ง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะวินิจฉัยและลงมติคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

ร้องสอบวินัยร้ายแรง ‘บิ๊ก DSI’ ปมทำคดีฮั้ว สว. คณะที่ 26

มีหนังสือร้องสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ระดับสูง DSI ซึ่งร่วมคณะไต่สวน กกต.ชุดที่ 26 ปมพยานกลับคำให้การ กล่าวหาข่มขู่-สร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทย พร้อมเปิดประวัติเคยเป็นหน้าห้องอดีตรองอธิบดี DSI เพื่อนร่วมรุ่นอดีต รมว.ยุติธรรม

'ศุภชัย' สวน 'อภิสิทธิ์' กดดันส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. ลั่น กกต. ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์

"ศุภชัย" โต้ "อภิสิทธิ์" ปมจี้ กกต. ส่งเรื่องฮั้วสว. ให้ศาลฎีกา บอก กกต.ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ ขอเคารพองค์กรอิสระ ยืนยันภูมิใจไทยไม่ปกป้องคนผิด

ประธาน TDRI จี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาชี้ขาด

“ประธาน TDRI” มองวิกฤต กกต.เกิดเพราะไม่มีความพร้อมให้ตรวจสอบ จี้เร่งส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาชี้ขาด เรียกคืนความเชื่อมั่น เตือนหากจบเรื่องเองเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่