นายกฯ สั่งหน่วยงาน ระดมช่วยน้ำท่วมใต้

แฟ้มภาพ

นายกฯ  กำชับทุกหน่วยงานระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนจากน้ำท่วมภาคใต้ แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ขณะที่ กฟผ.หยุดการระบายน้ำเขื่อนบางลางชั่วคราว

27 ก.พ.2565 – น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ​ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กำชับให้ทุกหน่วยงานระดมกำลังเข้าช่วยเหลือให้รวดเร็วที่สุด ซึ่งกองอำนวยการน้ําแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ําท่วมในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 25 – 26 ก.พ. 65 เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด (จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) รวม 18 อําเภอ 76 ตําบล 277 หมู่บ้าน

น.ส.รัชดา กล่าวว่า  ได้มีการบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ทั้งการแจ้งเตือนล่วงหน้าตั้งแต่ วันที่ 22 ก.พ.เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมการเฝ้าระวังและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หยุดการระบายน้ำเขื่อนบางลางเป็นการชั่วคราวจนกว่ามวลน้ำหลากจะระบายลงสู่ทะเลเพื่อลดผลกระทบน้ำท่วม กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำกลางคลองมูโนะ อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังออกพื้นที่ และมีการพร่องน้ำในแม่น้ำบางนารา โดยการควบคุมการระบายน้ำผ่านประตูระบาย น้ำบางนาราตอนบน ตอนล่างและประตูระบายน้ำน้ำแบ่ง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน สํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (สนง.ปภ.จ.) อําเภอ หน่วยทหารในพื้นที่ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) อาสาสมัครและมูลนิธิ เข้าสํารวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาจัดจิตอาสาพระราชทาน นํากําลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยดําเนินการผลิตน้ำดื่มสะอาด แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ณ อําเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ขณะที่กองทัพเรือ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ลงพื้นที่สํารวจ สถานการณ์น้ำท่วม อําเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือต่อไป

น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ยังมีการเตือนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้นและไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ระหว่างวันที่ 27-28 ก.พ.คือ จังหวัดยะลา บริเวณอําเภอบันนังสตา อําเภอยะหา และอําเภอรามัน ,จังหวัดปัตตานี บริเวณอําเภอสายบุรี อําเภอยะรัง อําเภอหนองจิก และเมืองปัตตานี , จังหวัดนราธิวาส บริเวณอําเภอแว้ง อําเภอสุคิริน อําเภอศรีสาคร อําเภอสุไหงปาดี อําเภอตากใบ อําเภอรือเสาะ อําเภอจะแนะ และอําเภอสุไหงโก-ลก

“นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันดำเนินการเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ซึ่งขอให้ประชาชนมั่นใจว่าภาครัฐมีความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือ และที่สำคัญขอให้ประชาชนติดตามข่าวแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยง เพื่อจะได้อพยพได้ทันเวลา” น.ส.รัชดา กล่าว.



เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สดุดี 'ตำรวจกล้า' พลีชีพที่ปัตตานี มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 2.8 ล้าน เสนอปูนบำเหน็จยศ 'พ.ต.ท.'

พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เ

ปัตตานีปิดล้อมปะทะเดือด ตชด. พลีชีพ 1 นาย แกนนำโจรใต้ดับ 1

พล.ต.ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้รับแจ้งจากหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษร่วม จ.ปัตตานี ว่า ได้ทำการปิดล้อมในพื้นที่ ม.6 บ้านปะการือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก หลังรับแจ้งจากสายข่าวในพื้นที่ว่าพบความ เคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาหลบซ่อนตัวภายในป่าหลังหมู่บ้าน

แตกตื่นไม่เลิก! ยังแห่เติมจนปั๊มน้ำมันหมด ทะลักข้ามไปมาเลย์

บรรยากาศการใช้บริการสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งใน อ.เบตง จ.ยะลา หลังสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวน

อุตุฯ เตือนอากาศร้อน ฝนฟ้าคะนอง 28 จังหวัด คลื่นสูง 2 เมตร

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก

อุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อนถล่ม 46 จังหวัด เลี่ยงอยู่ที่โล่งแจ้ง

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง

ยะลาอ่วม! น้ำมันไม่พอเติม ผักราคาพุ่งซ้ำช่วงถือศีลอด

จากสภาพอากาศร้อนและแล้งเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ทำให้ราคาพืชผักที่ อ.เบตง จ.ยะลา เริ่มมีการขยับราคาผักบางชนิดเพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัวแล้ว