การเมืองไม่ได้ตัดสินกันแค่จากเอกสารนโยบาย แต่ตัดสินกันจากวิธีที่พรรคพูดกับสังคมจริง ว่าเลือกพูดเรื่องใด เลี่ยงเรื่องใด และให้น้ำหนักกับประเด็นไหนเป็นพิเศษ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา "พรรคส้ม" ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชนในปัจจุบัน แสดงให้เห็นแนวทางการสื่อสารทางการเมืองที่ค่อนข้างต่อเนื่อง แม้ชื่อพรรคจะเปลี่ยน โครงสร้างจะเปลี่ยน แต่ท่าทีและน้ำหนักการเล่าเรื่องหลักยังถูกส่งต่อผ่านคนกลุ่มเดิม และความคิดชุดเดิม
วิธีพูดลักษณะนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดในช่วงหาเสียงครั้งล่าสุด แต่พบได้ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่
ต้องย้ำให้ชัดว่า ข้อสังเกตทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนการยอมรับหลักสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในฐานะพื้นฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ไม่ใช่การต่อต้านความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียม หรือเรื่องสิทธิ หากแต่เป็นการตั้งคำถามต่อการสื่อสารทางการเมืองของพรรคส้มที่มักยกเรื่องสิทธิและความเป็นมนุษย์ขึ้นมานำหน้า ขณะที่คำอธิบายเรื่องผลกระทบ ภาระ และต้นทุนที่สังคมไทยต้องรับแทบไม่ถูกพูดถึงเลย
กรณีประกันสังคมทำให้ภาพนี้เห็นชัดขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่กระทบผู้ใช้แรงงานโดยตรง พรรคส้มหยิบปัญหาการบริหารสำนักงานประกันสังคมขึ้นมาเป็นประเด็น ตั้งคำถามต่อบอร์ด การลงทุน และโครงสร้าง โดยมี “รักชนก ศรีนอก” เป็นผู้สื่อสารหลัก
ช่วงแรก ข้อวิจารณ์ต่อการบริหารประกันสังคมสอดคล้องกับความรู้สึกของผู้ประกันตนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อแนวคิดเดิมเรื่องการเปิดสิทธิให้แรงงานต่างด้าวในการเลือกตั้งบอร์ดและสมัครเป็นบอร์ดเอง ซึ่งมีการเสนอมาก่อนแล้ว ถูกหยิบกลับมาพูดอีกครั้ง กระแสในสังคมจึงตีกลับทันที พร้อมคำถามว่า เหตุใดการแก้ปัญหาประกันสังคมจึงต้องพาไปไกลถึงจุดนั้น
“ไอซ์ รักชนก” ออกมาระบุว่าแนวคิดดังกล่าวไม่ใช่นโยบายพรรค ขณะเดียวกัน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ยืนยันว่าเป็นความเห็นเก่าตั้งแต่ปี 2566 และไม่ได้อยู่ในเอกสารนโยบาย
อย่างไรก็ดี คำชี้แจงในลักษณะนี้ไม่อาจทำให้ประเด็นยุติลงได้ เนื่องจากแนวคิดดังกล่าวมีการเขียนระบุไว้ชัดในนโยบายข้อ 14 และถูกผลักดันมาก่อนแล้วในนามของทีมประกันสังคมก้าวหน้า
เมื่อข้อเท็จจริงเช่นนี้ปรากฏ การปฏิเสธว่าไม่ใช่นโยบายพรรคจึงกลายเป็นเพียงการปฏิเสธในทางถ้อยคำ ขณะที่แนวคิดยังคงดำรงอยู่และหนีความจริงไม่ได้
“สุณัย ผาสุก” ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอชประจำประเทศไทย ออกมาแสดงท่าทีโดยยืนยันว่า แนวคิดให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้งและสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคมควรถูกยืนยัน ไม่ใช่ถูกปฏิเสธ
ท่าทีดังกล่าวไม่ได้มาจากฝั่งตรงข้าม แต่สะท้อนว่าในกลุ่มความคิดเดียวกัน แนวคิดนี้ถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ เมื่อภาพนี้ปรากฏ คำชี้แจงว่าไม่ใช่นโยบายพรรคจึงฟังไม่จบในสายตาคนจำนวนมาก
ภาพแบบเดียวกันยังปรากฏในประเด็นกฎหมายอาญามาตรา 112 แกนนำพรรคระบุว่าไม่อยู่ในนโยบาย แต่ก็ยังพูดชัดว่ากฎหมายนี้มีปัญหา ทำให้เห็นว่าวิธีคิดในเรื่องนี้ยังคงอยู่
เมื่อมองข้ามกรณีประกันสังคมกลับไปที่ต้นทาง จะพบว่าวิธีคิดแบบเดียวกันนี้ปรากฏชัดมาตั้งแต่ช่วงตั้งต้นของพรรคอนาคตใหม่ โดยกรณีผู้ลี้ภัยโรฮิงญาเป็นตัวอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เดือนเมษายน 2561 หลังการก่อตั้งพรรคได้เพียงไม่นาน ธนาธรเผยแพร่บทความยาวว่าด้วยผู้ลี้ภัยโรฮิงญาและบทบาทของไทยในเวทีโลก เนื้อหายืนอยู่บนหลักสิทธิมนุษยชน ความเห็นใจ และแนวคิดเรื่องการเปิดพื้นที่ให้ผู้ลี้ภัยเข้ามาทำงาน เพื่อมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนความเชื่อว่าการเปิดประเทศต่อผู้ลี้ภัยสามารถให้ผลดีในภาพรวม และช่วยภาพลักษณ์ของไทยในสายตานานาชาติ
ขณะเดียวกัน เรื่องผลกระทบและภาระที่ประเทศต้องรับ ทั้งด้านโครงสร้างแรงงาน ความมั่นคง และความรู้สึกของคนไทย แทบไม่ถูกพูดถึงเลย
เมื่อวางกรณีโรฮิงญาคู่กับแนวคิดเรื่องแรงงานต่างด้าวในประกันสังคม จะเห็นความต่อเนื่องของวิธีคิดที่ใช้ภาษาแบบเดียวกัน แต่เว้นการอธิบายต้นทุนและภาระที่ประเทศต้องรับ
การยืนยันว่าไม่ใช่นโยบายพรรคอาจถูกต้องในเชิงถ้อยคำ แต่ไม่ลบความจริงที่ว่าแนวคิดเหล่านี้ถูกใช้ซ้ำ ถูกผลักดันมาก่อน และยังดำรงอยู่ในกลุ่มความคิดเดียวกัน
ผู้ประกันตนจำนวนมากไม่ได้ปฏิเสธการแก้ปัญหา แต่ไม่เชื่อถือการสื่อสารที่เลือกพูดเพียงบางด้าน และไม่ตอบคำถามเรื่องผลกระทบให้ชัด
กรณีแรงงานต่างด้าวกับบอร์ดประกันสังคมจึงกลายเป็นจุดที่ทำให้สังคมเห็นชัดถึงช่องว่างระหว่างสิ่งที่พรรคเลือกพูด กับความกังวลของผู้ได้รับผลกระทบจริง
เมื่อการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ใกล้เข้ามา ประเด็นทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่เรื่องถกเถียงเชิงหลักการ หากเป็นสิ่งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องนำไปชั่งน้ำหนักว่า วิธีคิดและวิธีพูดทางการเมืองแบบนี้ คือแบบที่ตนเองยอมรับได้หรือไม่
ตั้งแต่กรณีโรฮิงญา มาจนถึงแรงงานต่างด้าวในระบบประกันสังคม สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่เหตุการณ์แยกกัน หากเป็นภาพต่อเนื่องของวิธีคิดทางการเมืองแบบเดียวกัน และเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องตัดสินใจก่อนกากบาทลงในบัตรเลือกตั้ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ซาบีดา-มนัญญา' ลุยเขต 3 ทับสะแก-บางสะพาน หนุน 'พงษ์พันธ์' โค้งสุดท้าย
“ซาบีดา-มนัญญา" ลงพื้นที่ เขต 3 ทับสะแก-บางสะพาน จ.ประจวบฯ ช่วยผู้สมัคร สส."พงษ์พันธ์" เบอร์ 7 หาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ย้ำชัดเป็นคนพูดแล้วทำ
'ศุภชัย' แจ้งจับมือตัดต่อภาพ 'อนุทิน' ลาออกภูมิใจไทย โยงมั่วเป็นส้มเต็มตัว
นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก นำภาพจากเพจหนึ่งที่มีการตัดต่อเพจและภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนคู่กับผู้หญิงใส่เสื้อสีส้ม ด้านหน้ามีหมายเลข 46 ซึ่งเป็นเบอร์ของพรรคประชาชน
‘หมอมาวิน’ เคลื่อนไหว โพสต์เฟซบุ๊ก เลือก ภจท.ทั้ง 2 ใบ และลงประชามติ ไม่แก้รัฐธรรมนูญ อยากเห็นคนออกมาใช้สิทธิ์ 70% ขึ้นไป
ผศ. นพ. มาวิน วงศ์สายสุวรรณ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เคยลงนามในแถลงการณ์ ไม่เห็นด้วยกับ กลุ่มธรรมศาสตร์ไม่ทน ที่กระทำการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าจะไปเลือกตั้ง พรรคูมิใจไทย ทั้งระบบเขต และบัญชีรายชื่อ และลงประชามติ ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีรายละเอียดว่า
'ธนาธร' ไปช่วยหาเสียงที่จันทบุรี ร่ายยาว น้ำประปาไม่ไหล ชังชาติ พรรคส้มล้มเจ้า ใบอนุญาตตั้งรัฐบาล อยู่ที่ประชาชนคนเดียว
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สามเหลี่ยมทุ่งนาเชย อ.เมือง จ.จันทบุรี พ
'สิงโต' ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ก่อนบินไปทำงานต่างประเทศ
นักแสดงหนุ่มชื่อดัง “สิงโต-ปราชญา เรืองโรจน์” เดินทางเข้าใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ณ เขตเลือกตั้งที่ 15 สำนักงานเขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ก่อนถึงวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เนื่องจากติดภารกิจในการเดินทางไปทำงานยังต่างประเทศ

