
ผู้แทนทูต-องค์กรระหว่างประเทศ 44 คน จาก 17 ประเทศ เข้าร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ
6 ก.พ. 2569 – ที่โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง เข้าร่วมกิจกรรมสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. ของผู้แทนองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้กล่าวต้อนรับ ผู้เข้าร่วมประชุม ว่า วันนี้มีการประชุมชี้แจง ให้กับคณะทูตและผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ ให้เข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ซึ่งจัดในวันเดียวกัน เป็นหนึ่งในกิจกรรมสังเกตการณ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 ก.พ. 2569 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และกิจกรรมสังเกตการณ์เลือกตั้งได้จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2544 รวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 16 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
และการชี้แจงครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงให้เกิดความ รู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการดำเนินการ ออกเสียงประชามติ ซึ่งกำหนดให้การออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นครั้งแรกที่กฎหมายกำหนดให้ ทั้งสองกระบวนการเกิดขึ้นในวันเดียวกัน นับเป็นภารกิจที่สำคัญและท้าทายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ต้อง เตรียมการและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยความเรียบร้อยโปร่งใสเป็นธรรมและต้องดำเนินการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมการสังเกตการณ์ฯ ทั้งหมด 44 คน จาก 17 ประเทศ และ 1 องค์กร เป็นผู้แทนจากองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐเบลารุส บรูไนดารุสซาลาม สาธารณรัฐโคลอมเบีย จอร์เจีย สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สหรัฐเม็กซิโก มองโกเลีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต สาธารณรัฐตุรกี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ International IDEA
ในการดำเนินกิจกรรมการสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ในครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แบ่งผู้เข้าร่วมโครงการฯ ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน กลุ่มที่ 2 กลุ่มประเทศที่มีการสนับสนุนภารกิจของคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และมีการแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐเบลารุส สาธารณรัฐโคลอมเบีย จอร์เจีย สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐ มัลดีฟส์ สหรัฐเม็กซิโก มองโกเลีย สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐตุรกี และอีก 1 องค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อประชาธิปไตยและความช่วยเหลือด้านการเลือกตั้ง (International IDEA)
กลุ่มที่ 3 กลุ่มอื่นๆ ที่นอกเหนือจากกลุ่มที่ 1 และ 2 ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย และองค์การระหว่างประเทศ ที่มีหนังสือขออนุญาตนำคณะเจ้าหน้าที่เข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งโดยใช้งบประมาณของตนเอง ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลีย แคนาดา อังกฤษ และเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (Asian Network for Free Elections : ANFREL) นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตเข้ารับฟังการบรรยาย ให้ความรู้ในวันนี้ (วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569) อีกด้วย
สำหรับกิจกรรมการสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ของผู้แทนองค์กรเราจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยที่จัดระหว่างวันที่ 5 – 9 ก.พ. 2569 ประกอบด้วยกิจกรรมดังนี้
1.วันศุกร์ที่ 6 ก.พ.2569 การบรรยายสรุปเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การออกเสียงประชามติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2.วันเสาร์ที่ 7 ก.พ.2569 การสังเกตการณ์การรับวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ
3.วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 การสังเกตการณ์การเปิดหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติ การลงคะแนนเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ และการปิดหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติ และการนับคะแนนเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ
4.วันจันทร์ที่ 9 ก.พ.2569 การสรุปผลการสังเกตการณ์การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ
ตามหลักสากล การสังเกตการณ์การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติของ ผู้สังเกตการณ์ต่างประเทศถือเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดความชอบธรรมของการบริหารจัดการเลือกตั้ง สะท้อนความบริสุทธิ์ใจ และความตั้งใจจริงของคณะผู้จัดการเลือกตั้ง ในการที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติให้ดำเนินไปด้วยความสุจริต โปร่งใสและเที่ยงธรรม รวมถึงให้เป็นที่ยอมรับ ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต. ผุดอีเวนต์สัมมนาใหญ่ ถอดบทเรียนเลือกตั้ง-ประชามติ 25-27 มี.ค. ที่เชียงราย
กกต.ลุยถอดบทเรียนเลือกตั้ง-ประชามติ สัมมนาใหญ่ 25-27 มี.ค.นี้ ที่เชียงราย แบ่ง 5 กลุ่มย่อย สรุปข้อผิดพลาด บกพร่อง เตรียมรับมือการเลือกตั้งครั้งต่อไป พร้อมทำCSR เติมบุญวัดห้วยปลากั้ง
ยื่นผู้ตรวจฯ พุธนี้! หลักฐานพิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 'ไม่ลับ' ส่งต่อให้ศาล
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แจ้งผู้สื่อข่าวคณะผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี
คำร้องคดีเลือกตั้งเสี่ยงโมฆะ หากศาล รธน.ทำลายหลักการจะเกิดวิกฤตศรัทธา
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้วินิจฉัยกรณีการจัดเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ปมบัตรเลือกตั้ง ภาระพิสูจน์ตกที่ กกต. หากแจงชัด ศาลรธน.อาจงดไต่สวน
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมคดีบัตรเลือกตั้ง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง หน้าที่ กกต.พิสูจน์ หากมีพยานหลักฐานเพียงพอเปิดช่องให้ ศาล รธน. งดไต่สวน กำหนดวันชี้ชะตาได้
'แสวง' ยืนยันเลือกตั้งเป็นความลับ ชี้เรื่องดี ศาลรธน. รับวินิจฉัย
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงคดีบัตรเลือกตั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ รับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิว
‘กกต.’ท่องทำตาม‘กม.’ แจงยิบปม4คดีร้อนแรง
“แสวง” ตั้งโต๊ะแจงทุกปม ทั้งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญรับคดีบาร์โค้ด-กกต.ฟ้องเอาคืน-ฮั้ว สว.-ยุบพรรคประชาชน

