เพจดังชำแหละความพ่ายแพ้พรรคส้มเพราะกระแสฝ่ายขวามาแรงทั่วโลก เหมือนเรื่องนี้เคยเกิดที่ฝรั่งเศส

10 ก.พ.2569- นายอนาลโย กอสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธสงครามและความมั่นคง เจ้าของและผู้ดำเนินรายการเพจ Thaiarmedforce.com โพสต์เฟซบุ๊ก Analayo Korsakul ว่า

  1. สรุป #เลือกตั้ง2569 ผมคาดการณ์ถูกอย่างนึง ผิดอย่างนึงถูกอย่างนึงคือ #พรรคประชาชน ตั้งรัฐบาลไม่ได้และเป็นฝ่ายค้าน แต่ผิดก็คือผมไม่คิดว่าจำนวนส.ส.จะห่างขนาดนี้
  2. จริง ๆ ผมเคยคุยกับคนในพรรคส้มตั้งแต่ตอนยุบสภาใหม่ ๆ ว่าผมกลัวว่ารอบนี้ส้มจะต่ำร้อย ตอนนั้นพูดไปก็ยังไม่อยากเชื่อที่ตัวเองคิด ขอให้ไม่จริง แต่วันนี้ดูท่าจะจริงแล้ว ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่จะกล่าวต่อไป
  3. เหตุผลอย่างแรกคือผมว่าผมเป็นคนที่ไม่ติดกับ Echo Chamber และโชคดีที่ผมได้คุยกับคนทุกฝ่าย พูดตรง ๆ พอยุบสภา ผมยังคิดว่าผมไม่เห็นทางเลยที่ส้มจะได้ 200 เสียง ตอนนั้นคิดว่าได้ 150 เสียงเท่าเดิมก็บุญหัวแล้ว แต่ตอนนี้เหมือนกับว่า 150 ก็ไม่น่าจะถึงแน่นอน เพราะดูแล้วกระแสส้มมันแผ่วกว่าปี 2566 ชัดเจนมาก คือในอินเตอร์เน็ตหรือในโซเชียลมันสะท้อนได้แต่ภาพคนเมือง ซึ่งคือจังหวัดที่มีความเป็นเมืองสูงอย่าง กทม. ปริมลฑล เชียงใหม่ ภูเก็ต อะไรพวกนี้ จังหวัดอื่นอาจจะเป็นเขตอำเภอเมือง แต่นอกนั้นไม่ใช่ เราไม่สามารถเอากระแสในโซเชียลมาวัดทั้งประเทศได้ ตอนปี 66 มันคือทั้งโซเชียลและออฟไลน์ไปทางเดียวกัน แต่รอบนี้มันไปคนละทาง

ผมคิดว่ากระแสประกันสังคมจะช่วยได้บ้าง ซึ่งก็อาจจะจริงนิดหน่อย แต่สุดท้ายมันช่วยได้ไม่มากนัก

  1. ปัญหาหลักของส้มคือการคัดเลือกผู้สมัคร ผมยืนยันตรงนี้อีกครั้ง จังหวัดที่ส้มเคยได้แต่ตอนนี้สูญพันธุ์มีหลายที่ บางที่ชัดเจนว่าเปลี่ยนตัวผู้สมัครแล้วมีผลมาก มีน้อยที่เปลี่ยนผู้สมัครแล้วจะได้ผลดี ระบบแบบนี้ไม่ Work มาก ๆ และผู้บริหารพรรคควรรับฟังมาตั้งนานแล้วแต่ก็ไม่ฟัง ก็หวังว่าผลที่ออกมาวันนี้จะเป็นข้อเท็จจริงที่ตอกย้ำว่าสิ่งที่คุณทำนั้นผิดพลาด
  2. เรามายอมรับตรง ๆ กันดีกว่า ผมพูดในฐานะที่ไม่รู้จักคุณพิธาและคุณณัฐพงษ์เป็นการส่วนตัวและสองท่านนั้นก็ไม่รู้จักผมเป็นการส่วนตัวเช่นกัน เอาสองคนนี้มาเทียบ คุณว่า Charisma ใครดีกว่ากัน ผมว่าชัดเจนว่าคือคุณพิธา แต่นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณณัฐพงษ์สักเท่าไหร่หรอก เพราะมันมีกระแสที่สองที่มาช่วยตอนนั้นก็คือ ปี 66 เอาพิธามาเทียบกับประยุทธมันชัดเจนว่าประยุทธสู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แต่ปีนี้เอาณัฐพงษ์มาสู้กับอนุทิน กลายเป็นแม้แต่ผมก็ยังคิดว่าสูสี ประกอบกับพอไม่มีกระแสเบื่อประยุทธมาช่วยแล้ว กระแสส้มก็อ่อนแรงลง
  3. ฝ่ายอนุรักษ์นิยมประสบความสำเร็จในการเกี่ยวกระแสชาตินิยม และกระแสฝ่ายขวาที่มาแรงทั่วโลก รวมถึงฝ่ายซ้ายที่เพลี่ยงล้ำทั่วโลกเหมือนกัน อีกอย่างก็คือภูมิใจไทยประสบความสำเร็จในการรวบรวมบ้านใหญ่และดูด ส.ส. เข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก เพราะคนเหล่านี้คือนักการเมืองอาชีพ เขาเห็นกระแสชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องอยู่ที่ไหน

และสุดท้ายคือการจับมือกันของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ออกแบบยุทธศาสตร์มาสู้กับส้มโดยเฉพาะ เขาพร้อมจะลืมเรื่องโควิดกับน้ำท่วมหาดใหญ่หรือความเทาอะไรพวกนี้ไป แล้วคิดว่าก็ยังดีกว่าให้ฝ่ายเสรีนิยมขึ้นมา

หมายความว่าเขาคิดว่าต่อให้อนุทินไม่ดียังไง ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของตัวเองขึ้นมานั่นแหละ

เหมือนเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งที่ฝรั่งเศสมาแล้วนะ

  1. สุดท้ายคือสวิงโหวต ผมคิดว่าส้มแพ้ที่กระแสนี้ชัดเจน รอบที่แล้วเชื่อว่าคนที่เลือกส้มในหลายจังหวัดเลือกเพราะลูกหลานกลับไปบอกกับคอรบครัวว่าเลือกส้มเถอะประยุทธอยู่มา 7 ปีมันก็ได้แค่นี้ ผู้ปกครองหลับตานึกว่าก็จริง มันเละเทะ ให้โอกาสคนใหม่แล้วกัน แต่รอบนี้ไม่มีกระแสแบบนี้ หรือมีแต่มันสู้ไม่ได้ หลายคนโดนผู้ปกครองถามกลับว่าส้มก็เทาเลือกไปทำไม หรือเลือกส้มแล้วจะแพ้เขมรหรือเปล่า อะไรพวกนี้
  2. และท้ายสุด แคมเปญมีเราไม่มีเทามันไม่ Work ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เพราะมันทำลายได้แต่กล้าธรรม แต่มันทำลายภูมิใจไทยไม่ได้ แล้วก็ทำลายไม่สำเร็จด้วย เพราะสุดท้ายก็จะโดนถามกลับมาว่า ส้มก็เทาไม่ใช่เหรอ

เอาว่าผมกลับไปอ่านดูคำพูดที่เคยโพสเอาไว้ที่บอกว่าระวังว่าถ้าส้มเป็นฝ่ายค้านอีกรอบก็ต้องระวังที่พูดไว้มันเข้าตัวแล้วก็ตลกดีว่าสิ่งที่ไม่อยากให้ตัวเองทายถูกกลับถูกซะงั้น

กลับกันภูมิใจไทยขายการกินดีอยู่ดี เอามีอาชีพทางเศรษฐกิจมาบริหาร ซึ่งเรื่องเศรษฐกิจส้มอ่อนจริง ๆ แล้วปากท้องตอนปี 69 สำคัญยิ่งกว่าปี 66 อีก

  1. หลังจากนี้ส้มต้องไปคิดว่าจะทำอย่างไรให้ความเป็นส้มขายได้อีกครั้ง คราวนี้อยากให้ส้มคิดแบบออกนอก Echo Chamber ตัวเองบ้าง เรื่องซื้อเสียงอ่ะมันมีทุกปีอยู่แล้ว รอบนี้อาจจะเยอะกว่าเดิมแต่มันไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ส้มแพ้หรอก อย่าคิดว่าสิ่งที่ตัวเองเชื่อคนอื่นต้องเชื่อตามแน่นอน หรือบางที่ส่งเสาไฟฟ้าลงก็ชนะ เพราะเสาไฟฟ้ามันช็อตได้ และมันย้ายการไฟฟ้าได้ครับ
  2. สุดท้ายการเมืองมันสวิงไปสวิงมาแบบนี้ ผมอยากให้เราเข้าใจตรงนี้ด้วย และถ้าคุณเป็นเสรีนิยมคุณต้องรอเวลาหรือพลิกกระแสให้กลับมาให้ได้ แค่นี้เอง ก็ทำงานกันต่อไป รอเวลาให้ได้ ระหว่างรอก็ทำงานให้หนักกว่าเดิม ถ้าท้อก็ให้ถามตัวเองว่าให้ย้ายข้างไปเป็นอนุรักษ์นิยมน่ะคุณเอาไหม ถ้าคำตอบของคุณคือไม่เอาเหมือนผม ก็ทำงานต่อไป พยายามโน้มน้ามให้คนอื่นเห็นชอบกับตัวเองไปเรื่อย ๆ แค่นั้นแหละ

และอย่าลืมว่า อย่างน้อย #ประชามติ ก็ผ่าน การออกแบบกติกาก็สำคัญนะครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แฉ 'สส.พรรคส้ม' ลอกวาทะ ‘ความจริงที่ถูกฆ่าเมื่อเกิดสงคราม' จี้แจงมาให้ได้คืออะไรบ้าง

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ ความจริงที่ถูกฆ่า เมื่อเกิดสงคราม”: คืออะไรบ้างครับ ? แจงมาให้ได้ ! มีเนื้อหาดังนี้

'ส้มปากน้ำ' ข้องใจ ยื่นกกต.นับคะแนนใหม่ อ้างบัตรเสียเยอะ

ดร.นพดล สมยานนทนากุล ผู้สมัคร รับเลือกตั้ง นายก อบจ.สมุทรปราการ เบอร์ 3 พรรคประชาชน เดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียน กกต. สมุทรปราก

'สุวินัย' เขียนข้อความแลกเปลี่ยนกับ ว. วชิรเมธี

ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนข้อความลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า แลกเปลี่ยนกับ ท่าน ว. วชิรเมธี เรื่องความรู้ทางจิตของอัจฉริยะแห่งจิตกับขอบเขตของจิตใจทั้งหมด (full spectrum of the mind)

44 ส.ส.พรรคส้มติดชนักม.112 ไม่กล้าลงชื่อแก้รธน.ยำใหญ่ 'ซื่อสัตย์-จริยธรรม'

ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นมาตรฐานจริยธรร

กระแสโซเชียล อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร นายกฯ คนที่ 31 วิเคราะห์เสียงสะท้อนจากชาวเน็ต

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสิน จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยได้เสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ "อุ๊งอิ๊ง" เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2567 น.ส.แพทองธาร ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ทำให้เธอกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นสตรีคนที่สองที่ดำรงตำแหน่งนี้ และเป็นบุคคลที่สามในตระกูล “ชินวัตร” ที่ได้นั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศไทย ส่งผลให้เกิดกระแสการพูดคุยและถกเถียงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย

'ทนายเดชา' เปิดใจ 'คดีแตงโม' ไม่เคยรับเงินจากใคร ซัดกระแสโซเชียล มโน-บิดเบือน ทำให้สังคมวุ่นวาย

'ทนายเดชา'เปิดใจ'คดีแตงโม'ไม่เคยรับเงินจากใคร การแถลงข่าวเป็นไปตามความจริงที่ได้รับแจ้งจากตำรวจส่วนใครจะพอใจหรือไม่ ไม่เคยเก็บมาคิด ซัดกระแสโซเชียล มโนและบิดเบือนเกินไป ทำให้สังคมวุ่นวาย