อ.แก้วสรร วิเคราะห์ชัดๆใครโง่?...คนต่างจังหวัด-คนกรุงเทพ หรือคนตั้งคำถาม

15 ก.พ. 2569 – นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีต คตส. เผยแพร่บทความเรื่องใครโง่?…“คนต่างจังหวัด” หรือ “คนกรุงเทพ”

ถาม   เลือกตั้งครั้งนี้ ส้มกวาดกรุงเทพ   โซเชียลเริ่มฟัดกันใหญ่ว่า คนต่างจังหวัดหรือคนกรุงเทพกันแน่  ที่เสียรู้ในการเลือกตั้งครั้งนี้   อาจารย์ว่าใครโง่ครับ

ตอบ  ผมว่าคำถามนี้ต่างหากที่โง่มาก   สิ่งที่เราต้องการจริงๆ น่าจะอยู่ที่คำตอบทางจิตวิทยาการเมืองว่าจิตใจปฎิวัติเกิดขึ้นได้อย่างไร  มันเกิดขึ้นมาแล้วทั่วโลกและไม่เคยสร่างซา ทั้งในป่า ในเมือง ในสนามรบ หรือในหีบเลือกตั้ง   คำอธิบายนี้ผมเองก็พยายามอ่านและค้นหามาตลอด  เพราะได้ผ่านยุคโกลาหลหลัง ๑๔ ตุลา มีเพื่อนฝูงจากไปหลายคนเหมือนกัน

ถาม   หามา ๔๐ ปี แล้ว  พอจะได้คำตอบบ้างไหมครับ

ตอบ  ผมว่า “ทฤษฎีความสิ้นหวังในชีวิตปัจจุบัน”  ดูจะอธิบาย “ กำเนิดมวลชนปฏิวัติ”ได้ดีมาก   เฉพาะปรากฏการณ์ขบวนการสามนิ้วนี้   ผมก็เคยสังเคราะห์เสนอเค้ามูลไว้แล้วในบทความเมื่อปี ๖๓  

มาปี ๖๙นี้อ่านดูก็ยังใช้ได้อยู่ จึงขออนุญาตนำมาเสนออีกครั้ง ดังนี้ครับ

กำเนิด “อนาคตใหม่”                                                                                        

ถาม   อาจารย์เห็นด้วยกับคุณธนาธรหรือไม่ ที่ยืนยันว่า   พรรคของเขาไม่ได้ชนะเลือกตั้งด้วยการจัดตั้งหรือการใช้สื่อ Social media

ตอบ  เขาจัดตั้งหนัก ใช้สื่อเข้มข้นมากก็จริง   แต่ถ้าเนื้อหาไม่โดนใจผู้คน มันก็ไม่มีความหมาย  เขาพูดถูกในแง่นี้ครับ   ปัจจัยที่ส่งให้เขาชนะจริงๆ มันอยู่ที่การชูธง  ว่า เขาคือ“อนาคตใหม่” ของผู้คนที่สิ้นหวัง    ตลาดคนสิ้นหวังนี้แรงมากกว้างมาก

ถาม   ใครคือ “คนสิ้นหวัง” ที่ว่า

ตอบ  ความเจริญของเมืองไทยในปัจจุบัน มันโตจากทุนนิยมโลกาภิวัฒน์เป็นหลัก  โตโดยเราไม่มีตลาดและเทคโนโลยีเป็นของตนเอง         ด้านเกษตรกรรมก็ขายแต่วัตถุดิบ อุตสาหกรรมก็ถูกโลกกำหนดให้ทำแต่ขันน๊อต ใช้แรงงานเข้มข้นเป็นหลัก  ในความเจริญอย่างนี้..คนต่างจังหวัดก็พลัดที่นาคาที่อยู่มา จมปลักไร้อนาคตอยู่ในเมืองใหญ่และปริมณฑล  คนรุ่นใหม่ก็ไม่เห็นงานใหม่ หรือไม่ก็รอโดนซองขาวไปวันๆ   ทั้งหมดนี้ มันทำให้คนส่วนใหญ่สิ้นหวังในอนาคตทั่วไปหมด

ถาม   อาจารย์คิดเอาเอง ใช่ไหม

ตอบ  ไม่ใช่ครับ…รายงานผลการศึกษาของสถาบัน Edelman Trust Barometer อันโด่งดังในที่ประชุม World Economic Forum (WEF) 21-24  มกราคมศกนี้  ที่เมืองดาวอส  ระบุชัดเจนว่า  ความสิ้นหวังในความเจริญแบบทุนนิยมโลกาภิวัฒน์  กำลังแผ่ซ่านไปทั่วโลก ดังตารางข้างล่างนี้  จะพบว่า โลกในปีที่ผ่านมาเรามีอัตราผู้คนที่สิ้นหวังกับความเจริญในบ้านเมืองของตนเองเกินครึ่ง มากถึง  ๒๒ ประเทศใน ๒๘ ประเทศ    โดยไทยติดอันดับ ๑ มีคนสิ้นหวังถึง ๗๕ คนใน ๑๐๐ คน เลยทีเดียว

    แท่งกราฟแสดงว่าแต่ละประเทศมีอัตรา “คนสิ้นหวังในความเจริญ”เป็นร้อยละเท่าใด

ถาม   หมายความว่า พรรคอนาคตใหม่ เขาชนะเพราะรู้จักกางใบเรือ รับลมจากกระแสสิ้นหวังเหล่านี้

ตอบ  เป็นเช่นนั้นแน่นอน   ยิ่งรุ่นลูกรุ่นหลานของเราด้วยแล้ว เขาต้องหิวหาความหวังมากทีเดียว  ถ้าพรรคนี้ไม่ชูธงอนาคตใหม่แล้ว แม้จะจัดตั้งหรือใช้โซเชียลเข้มข้นเท่าใด ก็ชนะไม่ได้หรอกครับ

ถาม   แล้วการไม่มีสถาบันกษัตริย์ หรือไม่มีกองทัพขนาดใหญ่ในอนาคต  มันจะเป็นอนาคตที่ดีกว่าทุกวันนี้หรือ

ตอบ  นั่นเป็นเรื่องที่ตีความกันเอาเองจากคำพูดในอดีต  ทุกวันนี้พวกเขาได้ความรับผิดชอบเป็นผู้แทนแล้ว ถ้ายังขืนทำตัวเป็น Activist อยู่เช่นเดิม    ในไม่ช้าก็ต้องเหี่ยวไปเอง จะไม่มีลมพัดพามาขับดันใบเรือเขาอีกต่อไป

ถาม   อะไรคือ “ Activist ” ในความหมายของอาจารย์

ตอบ  คือพวกที่จมชีวิตอยู่กับความเคลื่อนไหว ที่ต้องมีอะไรมาให้ต่อต้าน ปฏิเสธ โค่นล้ม อยู่ตลอดเวลา   ถ้าคุณธนาธรยังสลัดคราบ สนนท.ออกไปไม่ได้  หรือคุณปิยะบุตรก็ยังจะเล่นบทนิติราษฎร์ต่อไปอีก ก็จะผิดบทผู้แทน และพรรคนี้ก็จะรับกระแสลมแห่งความเปลี่ยนแปลงต่อไปอีกไม่ได้ผู้คนจะระอาไปเอง  พรรคใหม่ๆเช่นของคุณกรณ์ อาจจะปรับใบมารับลมแทนต่อไปก็ได้

 ถาม  วันนี้เขาหลุดคดีกล่าวหาว่าล้มล้างการปกครองไปแล้ว    ก็น่าจะได้สำนึกขึ้นกระมัง

ตอบ  ผมว่าน่าจะดีขึ้น  อาการ แกว่งปากหาเสี้ยน หรือ ปากหมาพาโชค น่าจะบรรเทาลง   ส่วนความเคลื่อนไหวของเขาทั้งในสภานอกสภาในฐานะผู้แทนน่าจะเป็นรูปธรรมขึ้น   คุณคอยดูนะครับ..ปัญหาฝุ่นพิษนี่   ผมว่าพวกเขาต้องขยับธงแน่นอน

ถาม   ความขัดแย้งต่อพรรคนี้ก็น่าจะลดลง

ตอบ  หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นครับ   อันที่จริงทุกพรรคก็ควรจะปรับสมองหาอนาคตใหม่มาให้ผู้คนด้วย   จะปล่อยให้พรรคอนาคตใหม่เล่นลมอยู่พรรคเดียวไม่ได้

ถาม   เห็นลุงตู่บอกว่า เจอปัญหาฝุ่นพิษนี่  คนไทยต้องดูแลตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ

ตอบ  ถ้าลุงเขาคิดและตอบได้แค่นี้จริงๆ  ก็แสดงว่าคุณลุงเป็น “อนาคตเก่า” ที่หวังไม่ได้ และจะต้องอยู่ได้ไม่นานแน่นอน

ที่เขาว่า “วิ่งไล่ลุง” ก็อาจหมายถึงการไล่ความคิดแบบลุงๆ นี้ก็ได้ คุณว่ามั๊ย ???

                                  จบ..บทความครับ                                              

                                         ข้อสรุป

ถาม   อนาคตพรรคส้มจะเป็นอย่างไรครับ

ตอบ  หากผลงานการปกครองสมัยรัฐบาลอนุทิน   สร้าง “ความหวังใหม่”ให้ชาวบ้านไม่ได้ กระแสปฏิวัติจะแรงขึ้น และถ้าพรรคส้มไม่ซุ่มซ่าม รู้จักใช้สมอง ปรับใบรับกระแสที่พลุ่งพล่านให้ดีกว่านี้  เขาก็มีโอกาสกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

ถาม   แล้วถ้า นายกฯอนุทิน กับกลุ่มมืออาชีพที่ก้าวหน้า  สามารถพัฒนา “ความเจริญใหม่”  ให้ผู้คนพอจะมีความหวังขึ้นมาได้บ้างล่ะครับ

ตอบ  ส้มก็จะลูกเล็กลง หรือเน่าในเฟะไปเลยก็ได้ครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชูวิทย์' กางฉากทัศน์พรรคส้ม ชี้แพ้ภัยตัวเองฟันธงอีกไม่นานพรรคก็แตก

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อุดมการณ์ที่กินไม่ได้ สองนครา ประชาธิปไตย

‘แก้วสรร’ เห็นด้วยภูมิใจไทยคุม ก.เกษตร ชี้จับขั้วกล้าธรรม ต้องระวังของแตก

นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีต คตส. เผยแพร่บทความเรื่อง  รัฐบาลภูมิใจไทย..จะปฏิรูปเกษตรกรรม ?

รัฐบาล อนุทิน 2 สูตรไหน ตอบโจทย์ประชาชน หากส้มยังปลุกไม่หยุด ระวัง 6 ตุลาฯ

จนถึงช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การจัดตั้งรัฐบาล "อนุทิน 2" ก็ยังไม่มีความชัดเจนอย่างเป็นทางการ แต่ข่าวว่ามีการเปิดดีล-เจรจากันอยู่ ระหว่างแกนนำพรรคภูมิใจไทยกับแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ

ตามจิกบาร์โค้ด ‘ส้ม’ฟ้อง‘กกต.’

ยังไม่ยอมแพ้ พรรคประชาชนชี้การมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต.เร่งเปิดรายงานผลการนับคะแนนทุกหน่วย

นึกว่า‘รังสแกมเมอร์’!

"ไอติม" ดิ้น! แก้ข่าว "สเปกเตอร์ ซี" ไอโอสีส้ม เจอพิรุธเพียบ! ยอมรับเป็นบริษัทของเลขาฯ พรรค แต่ไม่ได้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร เผยชั้น 4 ที่ทำการพรรคเป็นที่ทำการของพนักงานประจำ