‘จุลพันธ์’ ย้ำแม้ร่วมรัฐบาลแต่มีอิสระ ลั่นเดินหน้าคดี 'ฮั้วสว. -เขากระโดง' ต่อ

15 ก.พ. 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความ ระบุว่า  พรรคเพื่อไทยได้ทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อนำเสนอนโยบายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนมีโอกาส มีความมั่นคง และมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง เราเดินหน้าหาเสียง นำเสนอนโยบายของเรา ด้วยความหวังว่าคนไทยจะให้ความไว้วางใจอย่างชัดเจนกับเรา เพื่อพาเราไปสู่อำนาจรัฐและเปิดโอกาสให้เราได้นำนโยบายเหล่านั้นไปปฏิบัติจริง

เราหวังว่าเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจะพาเราไปทำงานและมอบโอกาสให้เราได้ทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่ แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา เราได้เสียงไม่มากพอ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ความผิดของประชาชน การที่ประชาชนยังไม่เลือกเรามากพอคือสิ่งที่เราเคารพและต้องนำกลับมาเป็นการบ้าน เพื่อทบทวนว่านโยบายของเราตรงไหนที่ยังไม่ตอบโจทย์ และเราจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น เพื่อให้สมกับความไว้วางใจของประชาชนในอนาคต

ในขณะเดียวกัน การที่ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 และมีเสียงทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างมีนัยสำคัญ คือการตัดสินใจที่เราต้องเคารพด้วย เพราะนี่คือเสียงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ในฐานะพรรคอันดับ 3 เราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเราจะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน โดยตั้งคำถามกับตนเองว่าทางใดจะทำให้เราสามารถทำหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว การร่วมรัฐบาลทำให้เรามีโอกาสทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน เสียงประชาชนไม่เทา

การทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยก็คือการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนอีกส่วนหนึ่ง และการร่วมรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย เรายังคงมีความเป็น ’อิสระ’ ในจุดยืน อุดมการณ์ และมีขอบเขตของการ ’ร่วม’ อย่างชัดเจน ในประเด็นเรื่อง ฮั้ว สว. และเขากระโดง เรายังคงเดินหน้าทำต่อภายใต้ความตระหนักว่าเราไม่ได้เป็นเสียงข้างมากของสภาและไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

หากประชาชนต้องการให้เรามีอำนาจเต็มในการดำเนินการเรื่องนี้ พวกเขาคงมอบเสียงให้เราอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ก็สะท้อนว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก หลักการของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเป็นเช่นนี้ และเราต้องเคารพความจริงนั้น หลักการสำคัญของพรรคเพื่อไทยคือการเคารพการตัดสินใจของประชาชน และภายใต้ข้อจำกัดของเสียงที่เราได้รับ เราจะใช้ทุกเสียงนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่เลือกเราให้ได้มากที่สุด ท้ายที่สุด หากเราตัดสินใจผิดหรือทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเราอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเราตระหนักดีว่าทุกการตัดสินใจของเรามีความรับผิดชอบต่อประชาชนเสมอ เพราะทุกการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยทำบนความรับผิดชอบที่เรามีต่อทุกเสียงของประชาชนที่เลือกเรามา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวหน้าพรรคเพื่อไทยบอกยังไม่คิดยังไม่ตัดสินใจโควตารัฐมนตรีของพรรค!

'จุลพันธ์' รับคุยหลายวงถกจัดสรรโควตารมต.-ปธ.สภาฯ ลั่น สุดท้ายการตัดสินใจจะเป็นอย่างไร ขอให้รอฟัง อย่าเพิ่งโยนชื่อใคร บอกมีบุคลากรหลายคนมีความพร้อม

เดี๋ยวก็รู้เอง! 'โสภณ' เขินภูมิใจไทย มีมติเสนอชื่อตัวเองนั่งปธ.สภาฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะสส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าว ว่าที่ประชุมพรรคภูมิใ

เพจ BIOTHAI ชูแนวคิดแก้ปัญหาเกษตรกรรม 'พิธา' เหนือกว่า 'ศุภจี'

เพจ BIOTHAI โพสต์บทวิเคราะห์นโยบายด้านการเกษตรว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นนักการเมืองต่างเส้นทาง 2 คนที่มีบ

'รบ.อนุทิน2' ลุยรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วธ. ลดค่าไฟ 3 บาท ใช้ไม่เกิน 200 ยูนิต

'ภท.' เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยวเข้ากับวัฒนธรรม แยก ก.กีฬา เพื่อให้ทำงานชัดเจน เร่งสางปัญหาปากท้อง ลดค่าครองชีพ ใช้ไฟต่ำกว่า 200 ยูนิต จ่ายหน่วยละ 3 บาท คลอดใน 3 เดือน ส่วนแก้รธน. ไม่รีบ

'อัษฎางค์' ชำแหละ 'อนุทิน2' จะไม่มีกล้าธรรม ยกเว้นผู้กองยอมถอยหนึ่งก้าว

เอ็ดดี้ มองพรรคภูมิใจไทยเพลย์เซฟในทุกเรื่องมาตั้งนานแล้ว สังเกตง่ายๆ จากการถอนตัวของคุณชาดาซึ่งตอนนั้นเป็น รมช.มหาดไทย และส่งลูกสาวขึ้นมาแทน

มีอะไรในก่อไผ่! 'เทพไท' ข้องใจ 'อนุทิน' ยกคำวินิจฉัยศาลรธน. ลอยแพ 'กธ.' ทั้งที่ยอมไม่มีชื่อ 'ธรรมนัส'

ถ้าถามว่า เหตุผลใดที่พรรคภูมิใจไทยตัดพรรคกล้าธรร ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องพิจารณาจากความเห็นของนายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย