
จับตา! วิกฤตการเมือง ถ้าอารมณ์ไม่พอใจ กกต.มาบรรจบกับวิกฤตสิ้นศรัทธา คาดการเคลื่อนไหวจะปะทุกระพือโหมชั่วพริบตา ซัด ภท.-พท. ยังไม่รู้สึกรู้สา เอาแต่ก้มหน้าตั้ง รบ.กะล่อน ผลิตคำลวงหลอกเหยียบหน้า ปชช.ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
16 ก.พ.2569-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า ถ้าอารมณ์ไม่พอใจการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาบรรจบกับนักการเมืองหาเสียงด้วยคำลวงหลอกซ้ำสองจะยิ่งเติมเชื่อไฟปะทุกระพือโหมได้ในพริบตา
อุณหภูมิทางการเมืองขณะนี้เหมือนบรรยากาศการเลือกตั้งเป็นโมฆะในปี 49 และปี 57 อันเป็นผลจากการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ขณะที่การเลือกตั้งปี 69 บัตรเลือกตั้งสามารถสืบย้อนไปถึงการลงคะแนนเสียง จึงไม่เป็นความลับอีกต่อไป และที่สำคัญบรรยากาศชุลมุนเช่นนี้เป็นกรณีศึกษาจะลงท้ายที่เกิดรัฐประหารทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดย กกต.อ้างว่าป้องกันบัตรปลอมย่อมฟังไม่ขึ้น เพราะมีวิธีสารพัดในการป้องกัน แต่บาร์โค้ดสามารถสืบค้นได้ จึงทำให้การลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ขัด รธน.มาตรา 85 โดยกรณีนี้ต้องขึ้นอยู่กับผู้ตรวจการแผ่นดินและศาล รธน. จะวินิจฉัยเป็นผลปลายทางสุดท้าย
ในด้านการเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง การร่วมรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยนั้น ประชาชนฟังหาเสียงของพรรคนี้จะรับได้หรือไม่กับการปราศรัยที่กะล่อน ตลบตะแลง และด่าพรรคการเมืองตรงข้ามสารพัด เมื่อเลือกตั้งเสร็จผลออกมาแพ้ก็กลายเป็นโอละพ่อ กลับหลังหันเข้าร่วมรัฐบาล การทำการเมืองแบบนี้ จึงไม่มีใครทำลายประชาธิปไตยได้ดีไปกว่าพวกนักการเมืองหาเสียงหลอกลวง
“คนไปเลือกตั้ง (ลงคะแนนเสียง) ต้องเลือกตามความกะล่อน ถ้าโกหกสำเร็จกลายเป็นพรรคลำดับต้น โกหกไม่สำเร็จก็เป็นพรรคอันดับสาม แล้วอย่างไงละ เมื่ออุณหภูมิการเมืองแบบนี้ย่อมเป็นปัญหาของบ้านเมือง”
นายจตุพรกล่าวว่า คนไปเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะไม่พอใจพรรคเพื่อไทยในเรื่องกรณีไทย-กัมพูชา จึงเทกระแสเสียงเลือกตั้งมาให้ ดังนั้น คนไทยต้องตั้งสติกันว่า การเมืองแบบนี้ใช้ได้ เพราะทำลายเจตจำนงของประชาชน
แม้การทำผิด รธน.และกฎหมายเลือกตั้ง กกต.ต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ความเหลวแหลกของนักการเมืองก็เป็นความเสียหายเช่นกัน ดังนั้น เมื่ออารมณืทั้งสองอย่างมาบรรจบกัน ความไม่พอใจของประชาชนจะกระพือโหมและขยายออกไปไกลมาก จึงไม่ควรประเมินสถานการณ์ที่ต่ำเกินเหตุการณ์ที่ล้มเหลวอยู่เบื้องหน้า
“พอเพื่อไทยจับมือกับภูมิใจไทย อารมณ์ไม่พอใจทั้งสองอารมณ์ (ที่เกิดกับพรรคการเมือง) ทำให้คนหมดใจกัน พรรคเพื่อไทยบางคนที่เป็นขี้ข้ายังทนไม่ได้เลย เพราะเพิ่งฟังปราศรับจนหูชากันมา และก่อนไปจับมือ (ร่วมรัฐบาล) กันยังจะยื่นให้เป็นเลือกตั้งโมฆะ พอจับมือแล้วเลือกตั้งโมฆะเงียบกริบ เหมือนเคยหลอกคนเสื้อแดงเรื่องร้อยวันฟ้องตรง ก็อาการเดียวกัน”
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อวิกฤตศรัทธาเกิดขึ้นจะประมาทไม่ได้ โดยกรณีต่อต้านทักษิณ ชินวัตร กับนิรโทษสุดซอยในสมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำให้อารมณ์สองอย่างมาบรรจบกัน คนจึงมาเต็มถนน แต่ครั้งนี้ในปี 69 เป็นผลกระทบจากการไปใช้สิทธิ์และถ้ามาบรรจบกับอารมณ์ของคนตามความเชื่อเหมือนถูกทรยศหักหลัง โดยอาการแบบนี้ดูเหมือนขณะนี้คนยังไม่ล้นถนน แต่อารมณ์คนในสื่อสังคมโซเชียลไปไกลกว่า ดังนั้น การเมืองทำแบบนี้กันได้เหรอ ซึ่งเป็นการทำซ้ำจากปี 66 ที่ตระบัดสัตย์ข้ามขั้ว
อย่างไรก็ตาม กรณีตั้งรัฐบาล ถ้าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ หากพรรคกล้าธรรมถอยสุดซอย ทั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยอมไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีใดๆ เลย และรับได้ทุกกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยแบ่งให้ เพื่อแลกกับเขี่ยพรรคเพื่อไทยจากร่วมรัฐบาล หากเป็นแบบนี้เพื่อไทยย่อมตกอยู่ในสถานะลำบากหนักกว่าเดิมเลย หนำซ้ำยังต้องเผชิญกับวิกฤตเสื่อมศรัทธาของประชาชน
“สิ่งสำคัญ หากสองอารมณ์ไม่พอใจมาบรรจบกัน เมื่อ (เพื่อไทย) ทำครั้งแรกในปี 66 ยังเฉยได้ แต่มาทำซ้ำครั้งสองในปี 69 เหมือนเอาเท้าเหยียบหน้าคนศรัทธาที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเลือกเพื่อไทย เท่ากับตีค่าให้เป็นพวกกระจอกงอกง่อยเลย จะตบหน้า เอาเท้าเหยียบหน้าก็ไม่รู้สึกรู้สา”
นายจตุพร เชื่อว่า อารมณ์ของประชาชนที่ไม่พอใช้การเลือกตั้งและพรรคการเมือง ถ้าเกิดปะทุขึ้นในชั่วพริบตา จะกระทบการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งจะทำไม่ได้ง่าย ดังนั้น การตั้งรัฐบาลไม่ได้อยู่เสียงข้างมากอย่างเดียว หากไม่สนใจภาระความรู้สึกของประชาชนย่อมมีอันเป็นไปทั้งนั้น
“เมื่อพรรคการเมืองรีบตั้งรัฐบาล ไม่รอผลเลือกตั้งแล้ว ยิ่งทำให้สองอารมณ์ไม่พอใจทั้ง กกต.และพรรคการเมืองมาบรรจบหรือบวกกันเร็วขึ้นในพริบตาทันที เสียงรัฐบาล 377 เสียงยังล้มมาได้แล้ว ดังนั้นอย่าประมาทอารมณ์ประชาชน”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ว่าที่ สส.พิษณุโลก' ควงเมีย อาบน้ำมนต์สะเดาะเคราห์
นายพงษ์มนู ทองหนัก ว่าที่ สส.พิษณุโลก เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเพิ่งป้องกันแชมป์ในการเลือกตั้ง สส.เขตนี้ได้ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านม
'ธรรมนัส' ล่องหน! 'กล้าธรรม' ลุ้นหนักร่วมรัฐบาล 'อนุทิน 2'
'ธรรมนัส' ไม่เข้ากระทรวง ไร้เงาเข้าพรรค จับตา 'กล้าธรรม' ได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ หลังสะพัด 'ภท.' ยึดคืนโควตา 'เกษตรฯ-ท่องเที่ยว'
'เจี๊ยบ อมรัตน์' ฟาด 'อ้วน' ได้เวลาลงจากยอดมะพร้าว
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล
'อดีต กกต.' แย้ง 'บาร์โค้ด' บัตรเลือกตั้ง ไม่ได้ป้องโกงแต่เอื้อมากกว่า
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มีวิธีมากมาย ที่ป้องกันการพิมพ์บัตรเกิน และเป็นเครื่องมือในการติดตามเส้นทางบัตร
เลิกแถ! โบว์ ณัฏฐา สะกิด กกต. ควรยอมรับว่าผิด 'บาร์โค้ด' ทำให้โหวตไม่เป็นความลับ
โบว์ ชี้คนทั้งประเทศรู้แล้วว่าเขามีความเสี่ยงที่จะถูกเช็คว่าโหวตให้ใครไป คราวนี้ใครรับเงินซื้อเสียงมาก็ยิ่งไม่กล้าโหวตคนอื่น
'อนุทิน' อย่ามองข้าม 'ธรรมนัส' ระวังซ้ำรอยไม้กลองเด้งฟาดหน้า
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่ามองข้ามพรรคกล้าธรรม

