
จากกรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 148/2568 เพื่อตรวจสอบกรณีธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ภายใต้โครงการ Worldcoin และได้มีการเชิญ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (ตำแหน่งในขณะนั้น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) และ ผู้เกี่ยวข้อง สอบปากคำพยานเกี่ยวกับที่มาที่ไปของการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กับบริษัทไพรม์ ออพ พอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วิซีซี จากประเทศสิงคโปร์ ก่อนทำหนังสือถึง เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบตามอำนาจ และตามกฎหมายของ คณะกรรมการป.ป.ช .หลังพบเกี่ยวข้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ล่าสุดมีการเปิดบันทึก ถ้อยคำ ของนายประเสริฐ ที่ให้ไว้กับ พนักงานสอบสวน กองคดียาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2568 ในคดีพิเศษ 148 /2568 กรณี ธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคลิปโต อาจเข่าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
โดยเป็นรูปแบบถามตอบ และมีสาระสำคัญว่า โดยพนักงานสอบสวน จากดีเอสไอ ได้ถามว่า ท่านทราบที่มาวัตถุประสงค์ หลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติของบันทึกความเข้าใจ Memorandum of Understanding (MOU) ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกับกองทุนสิงคโปร์ ชื่อ Prime Opportunity Fund VCC หรือไม่ อย่างไร
นายประเสริฐ ตอบว่า ข้าพเจ้า ไม่ทราบในรายละเอียดของ MOU ดังกล่าว แต่ทราบในหลักการว่าเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งช่วงต้นปี 2567 ข้าพเจ้าได้รับการประสานงานจาก ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า มีกลุ่มทุนจากประเทศสิงคโปร์มีความประสงค์จะหารือเกี่ยวกับการจัดทำบันทึก MOU เพื่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทยซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ รัฐบาลเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจดิจิทัล
ซึ่งข้าพเจ้า ได้สอบถามแล้วกองทุนดังกล่าวเป็นของเอกชนซึ่งตามกฎกระทรวงเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้ลงนามใน MOU
ข้าพเจ้าจึงมอบให้เลขานุการรัฐมนตรีซึ่งขณะนั้นคือ นายวัลลภ รุจิรากร มีหนังสือส่งเรื่องให้ทางปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็น ผู้พิจารณา ซึ่งต่อมาทางปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้มีการพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการ
จากนั้นปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงได้ประมวลเรื่องเสนอข้าพเจ้า เพื่อขอความเห็นชอบลงนามในบันทึก MOU ฉบับดังกล่าว ซึ่งข้าพเจ้า ได้ทำการลงนามให้ความเห็นชอบให้ดำเนินการซึ่งเป็นไปตาม ขั้นตอนปกติ
นอกจากนี้ พนักงานสอบสวน ถามต่อว่า ตามที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษให้ท่านตรวจดูภาพที่ปรากฏในสื่อสาธารณะเป็นภาพในพิธีลงนาม MOU ท่านทราบหรือไม่ว่า บุคคลในภาพเป็นใครบ้าง
นายประเสริฐ ตอบว่า ข้าพเจ้า รู้จักร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า และศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลเดียวกัน สำหรับศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อดีตปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในขณะนั้น (ปัจจุบัน ประธานกรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) เป็นผู้ได้รับมอบหมายให้ลงนามใน MOU สำหรับตัวแทนผู้ลงนามจากกองทุนสิงคโปร์ ชื่อ Prime Opportunity Fund VCC ข้าพเจ้า ไม่รู้จักแต่อย่างใด
สุดท้ายพนักงานสอบสวนถามต่อว่า เคยมีเหตุโกรธเคืองกับผู้ใดในคดีนี้มาก่อนหรือไม่ นายประเสริฐ ตอบว่า ไม่มี พนักงานสอบสวนถามต่อว่า คำให้การดังกล่าวข้างต้นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอ่านให้ฟังแล้วรับว่าถูกต้องเป็นความจริงหรือไม่ นายประเสริฐ ตอบว่า “เป็นความจริง อ่านให้ฟังแล้วรับว่าถูกต้อง”
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ดีเอสไอ. เตรียมเรียก ร.อ.ธรรมนัส สอบปากคำหลังถูกซัดทอด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แฉ‘กาสิโนเขมร’ พันแก๊งค้ามนุษย์
เปิดรายงานช็อกโลก! แฉกาสิโนกัมพูชาโยงเครือข่ายสแกม ละเมิดสิทธิมนุษยชนรุนแรง ไทยย้ำต้องแก้ปัญหาระดับนานาชาติ “บิ๊กดุลย์” ไม่หนักใจขึ้นกุมบังเหียนคุม “ก.กลาโหม”
ผอ.ศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา เปิดรายงาน 'แอมเนสตี้' แฉกาสิโนกัมพูชาละเมิดสิทธิมนุษยชนรุนแรง
เปิดรายงานองค์การนิรโทษกรรมสากล แฉกาสิโนกัมพูชาโยงเครือข่ายสแกม ละเมิดสิทธิมนุษยชนรุนแรง ไทยย้ำต้องแก้ปัญหาระดับนานาชาติ
'ดีเอสไอ' รับลูก ฟันผู้ค้า 'กักตุนน้ำมัน' รอมติบอร์ดเคาะเหมาคดีปลีกย่อยหรือเฉพาะคลังน้ำมันรายใหญ่
ดีเอสไอ เตรียมชงคดีบริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่กักตุนน้ำมัน เข้าบอร์ดกรรมการคดีพิเศษเร็ว ๆ นี้ ฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ ระบุ “ดีเอสไอ” ต้องประมวลคดีปลีกย่อยเกี่ยวกับน้ำมันที่ผิดปกติในเดือน มี.ค.69 ทั้งทางบก - ทางทะเลเสนอบอร์ดฯ ก่อนรอมติบอร์ดฯ
ร้อง อสส. เร่งดีเอสไอสอบ 'ฮั้ว สว.' เตือน กกต. คิดให้ดีก่อนเป่าคดี
'สว.สำรอง' ยื่นหนังสือ อสส. ให้เร่งรัดดีเอสไอ สอบผู้เกี่ยวข้อง 'คดีฮั้ว สว.' ฝากถึง กกต. คิดดี ๆ หากจะเป่าคดีนี้ ระบุหลักฐานมัดเเน่น มั่นใจหากถึงศาลไม่รอดแน่
ดีเอสไอ พบพิรุธคลังน้ำมันสุราษฎร์ มี 2 ล้านลิตร แต่ขายน้อยลงผิดปกติ
“ดีเอสไอ" เปิดชื่อ 6 บริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ จ.สุราษฎร์ฯ หลังบางบริษัทฯ มีความผิดปกติ พบมีน้ำมันคงคลังในเดือน มี.ค.69 อัตรา 2 ล้านลิตร คงคลังเพิ่มขึ้นเป็นล้านลิตร แต่ขายออกเพียงแสนลิตร ต่างจากสถิติเดือน ก.พ. รับ-ขายน้ำมันหลักล้านลิตรเท่ากัน ระบุ “ตำรวจสุราษฎร์ธานี-พาณิชย์จังหวัด” อยู่ระหว่างสอบสวนบริษัทฯ ที่พบความผิดปกติ แย้ม หากพบความผิด “ดีเอสไอ” พร้อมรับร้องทุกข์กล่าวโทษ ก่อนประมวลเรื่องชงบอร์ดคดีพิเศษ “คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน บริษัทคลังน้ำมัน”
รวบหนุ่มวัย 28 แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปอยเปต เป็นแอดมินหลอกคนไทยโอนเงินปีละหลายร้อยล้านบาท
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.), พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ รอง ผกก.4 บก.ป.,พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์, พ.ต.ท.เอนก บุญตา, พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.กิตติพงศ์ ศิลาพันธุ์ รอง ผกก.4 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียรศรณ์ สว.กก.4 บก.ป., ร.ต.อ.ถวิล สายอินต๊ะ รอง สว.กก.4 บก.ป.

