"กองปราบ" บุกรวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกคนไทยสูญเงินนับร้อยล้าน รับสารภาพถูกชักชวนจากคนรู้จักเดินทางไปทำงานที่ปอยเปต กัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ ช่วงแรกทำหน้าที่เป็นแอดมิน ก่อนทำหน้าที่ด้านการโอนเงิน อยู่ปอยเปต 2 ปี มีวงเงินหมุนเวียนปีละกว่า 300 ล้านบาท ได้เงินเดือน 6 หมื่น แต่สุดท้ายหนีตายกลับไทย หากทำยอดไม่เข้าเป้า จะถูกทำร้ายทั้งใช้ไฟฟ้าช็อต ขังเดี่ยวไม่ให้กินข้าว
31 มีนาคม 2569 - พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.), พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ รอง ผกก.4 บก.ป.,พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์, พ.ต.ท.เอนก บุญตา, พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.กิตติพงศ์ ศิลาพันธุ์ รอง ผกก.4 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียรศรณ์ สว.กก.4 บก.ป., ร.ต.อ.ถวิล สายอินต๊ะ รอง สว.กก.4 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายณัฐพงษ์ฯอายุ 28 ปี จับกุมที่บริเวณศาลาริมถนนภายในหมู่บ้านใหม่หนองบัว หมู่ที่ 10 ต.หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่
ในการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผู้กล่าวหา ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ นายณัฐพงษ์ฯ กับพวก รวม 42 คน ในฐานความผิด อั้งยี่, ซ่องโจร,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, สมคบโดยการ ตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน
กรณีมีกลุ่มผู้เสียหายถูกหลอกลวงจากแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งหลอกลวงประชาชนทางออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า นายณัฐพงษ์ กับพวก รวม 42 คน ได้ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การชักชวนลงทุน เล่นเกมออนไลน์ เสนอให้ทำงาน หรือแม้แต่ลวงให้เล่นการพนันออนไลน์ โดยอ้างผลตอบแทนสูง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปแล้ว จะถูกตัดการติดต่อทันที สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหาย โดยมีการร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่ กองกำกับการ1 กองบังคับการปราบปราม แล้วจำนวน 5 ราย และแจ้งความร้องทุกข์ยังท้องที่เกิดเหตุทั่วประเทศอีกจำนวนมาก และยังเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากเป็นอาชญากรรมไซเบอร์และกลอุบาย (Scam) แก๊งคอลเซ็นเตอร์,การแฮกข้อมูล
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนหาข่าวและตรวจสอบบุคคลตามหมายจับ ตรวจสอบพื้นที่และได้รับแจ้งว่านายณัฐพงษ์ ได้หลบหนีมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ พบบุคคล มีตำหนิรูปพรรณตรงตามบุคคลตามหมายจับดังกล่าว เมื่อเดินทางไปตรวจสอบและเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบนายณัฐพงษ์ ยืนอยู่บริเวณศาลาริมถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแสดงบัตรข้าราชการและและแสดงหมายจับดังกล่าวให้ดู
สอบถามชื่อบุคคลดังกล่าว รับว่าชื่อ นายณัฐพงษ์ ซึ่งตรงกันกับบุคคลตามหมายจับฉบับนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายจับให้ดูและ นายณัฐพงษ์ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับฉบับนี้มาก่อนแต่อย่างใด จึงนำตัวส่งให้ พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อดำเนินคดีต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ได้ถูกชักชวนจากบุคคลที่รู้จักให้เดินทางไปทำงานที่จังหวัดปอยเปต ประเทศกัมพูชา ผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยในช่วงแรกทำหน้าที่เป็นแอดมิน พิมพ์ข้อความหลอกลวงผู้เสียหายชาวไทย ก่อนจะถูกเปลี่ยนบทบาทไปทำหน้าที่ด้านการโอนเงิน ซึ่งตนได้ทำงานอยู่ที่ปอยเปตประมาณ 2 ปี ในแต่ละวันที่ทำงานมีวงเงินหมุนเวียนสูงถึงหลักล้านบาทต่อวัน เป็นมูลค่าต่อปีกว่า 300 ล้านบาท โดยได้ค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 60,000 บาท และมีการลงโทษพนักงานที่ทำงานได้ไม่ตามเป้าโดยวิธิการที่โหดร้ายต่างๆ เช่นการใช้ไฟฟ้าช็อต ขังเดี่ยวไม่ให้กินข้าว ซึ่งตนเห็นแล้วรู้สึกหวาดกลัวว่าตนอาจจะโดนโทษแบบนั้นถ้ายังอยู่ต่อ จึงหลบหนีออกมาผ่านช่องทางธรรมชาติกลับมาที่ไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลลุยปราบแก๊งข้ามชาติ ดัน SHIELD ผนึก AI จับตาพื้นที่เสี่ยง
รัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมข้ามชาติเต็มรูปแบบ ดัน SHIELD เชื่อมข้อมูลนานาชาติ ผสาน AI เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง
'ตำรวจไซเบอร์' ปูพรมด้ามขวาน ล้างสแกมเมอร์-ผู้มีอิทธิพล
ตำรวจไซเบอร์ กวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีพื้นที่ภาคใต้ สแกมเมอร์ ความเสียหาย 173 ล้านบาท พนันออนไลน์กว่า 700 ล้านบาท กวาดล้างผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน
โมเดลไทยผงาด! ระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์
โมเดลไทยผงาดเวทีโลก สำนักงานตำรวจแห่งชาติโชว์ความสำเร็จ 'IAC Warroom' ดันระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์
รมช.ดีอี ลุยสร้างเครือข่ายต้าน “เฟกนิวส์” ภาคอีสาน ยกระดับสร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันภัย “สแกมเมอร์”
วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) จังหวัดอุบลราชธานี
บัญชีม้าลดฮวบ เตือนแก๊งสีเทา! หลอกจดบริษัท
บัญชีม้าลดฮวบ! รัฐบาลเผยสกัดเห็นผลชัด! เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อแก๊งซื้อขาย “หัวนิติบุคคล” เสี่ยงตกเป็นมิจฉาชีพ มีโทษทั้งอาญาและแพ่ง

