ไทยในเกมมหาอำนาจ สหรัฐ-จีน

บทเรียนจาก Net Assessment และแรงสะเทือนจากสงครามตะวันออกกลาง

โดย ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา  อดีตที่ปรึกษาศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ อาจารย์ประจำวิชา Cybersecurity  วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ศิษย์เก่าด้าน ความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเสี่ยง มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี ศิษย์เก่าด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ หลักสูตรเรียนร่วมคณะนายทหารจาก Joint Chiefs of Staff (JCS) เพนตากอนและมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี และศิษย์เก่าด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลและระเบียบวิธี (Data Science and Methodology) มหาวิทยาลัยมิชิแกน

ก่อนอื่น ผมขอเล่าถึง “เครื่องมือประเมินเชิงระบบ” ที่มีอิทธิพลต่อวิธีคิดด้านความมั่นคงของโลกอย่างลึกซึ้ง และบุคคลสำคัญผู้ผลักดันมุมมองการแข่งขันระยะยาวกับจีนมาตั้งแต่กว่า 40 ปีก่อน

เมื่อปี พ.ศ. 2555–2557 ผมได้มีโอกาสศึกษาในหลักสูตรปริญญาโทด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ที่ Georgetown Public Policy Institute (ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็น McCourt School of Public Policy) มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หลักสูตรนี้มีความพิเศษประการสำคัญ คือเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ร่วมกับนายทหารระดับสูงบางส่วนจากแวดวงความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา ทำให้ผมมีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศของเพนตากอนจริง ๆ ไม่ใช่เพียงภาพที่เห็นในภาพยนตร์เท่านั้น หากยังได้เรียนรู้แนวคิดและฝึกมุมมองการทำ Net Assessment อย่างเป็นระบบด้วย

หนึ่งในบุคคลสำคัญที่ทำให้แนวคิดนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง คือ Andrew W. Marshall ผู้เป็นผู้อำนวยการคนแรกของ Office of Net Assessment แห่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ โดยดำรงตำแหน่งยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 ถึง พ.ศ. 2558 ก่อนเกษียณในต้นปี 2558 และถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2562 สิริอายุ 97 ปี ตลอดช่วงเวลากว่าสี่ทศวรรษ เขาปฏิบัติงานต่อเนื่องผ่านรัฐบาลสหรัฐฯ ถึง 8 สมัยประธานาธิบดี ตั้งแต่ Richard Nixon จนถึง Barack Obama นับเป็นบุคคลระดับตำนานในแวดวงยุทธศาสตร์ความมั่นคงของสหรัฐฯ

สาระสำคัญของแนวคิด Net Assessment ไม่ได้อยู่ที่การมองเหตุการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น แต่เป็นการประเมินเชิงเปรียบเทียบอย่างเป็นระบบระหว่างตนเองกับคู่แข่งขันหรือคู่ขัดแย้งในระยะยาว ทั้งในมิติด้านกำลังอำนาจ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สถาบัน วัฒนธรรมองค์กร และศักยภาพในการปรับตัว เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียง “ชนะศึกวันนี้” แต่คือการทำความเข้าใจว่า จะสร้างความได้เปรียบเชิงระบบเพื่อชนะในระยะยาวได้อย่างไร

Andrew W. Marshall จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลอย่างสูงต่อวิธีคิดเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการมองการแข่งขันระยะยาวกับมหาอำนาจคู่แข่งอย่างลึกซึ้งและไม่ยึดติดกับภาพระยะสั้น วิธีคิดแบบนี้ทำให้ผู้นำและนักยุทธศาสตร์ไม่เพียงถามว่า “วันนี้ใครเหนือกว่า” แต่ถามต่อไปว่า “ในอีก 10–20 ปีข้างหน้า ใครจะรักษาความได้เปรียบไว้ได้ และเพราะเหตุใด”

แนวคิด Net Assessment มิได้มองเพียงกำลังทหารในปัจจุบัน หากแต่มอง “โครงสร้างพลังของชาติ” ในระยะยาวอย่างเป็นระบบ พลังดังกล่าวประกอบด้วยทั้งพลังของรัฐและพลังจากภาคส่วนอื่น ๆ โดยคำถามสำคัญของการทำ Net Assessment คือ ใครมีเศรษฐกิจเติบโตได้ต่อเนื่องกว่า ใครก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากกว่า โครงสร้างประชากรของใครได้เปรียบกว่า พลังการผลิตและอุตสาหกรรมของใครแข็งแกร่งกว่า และระบบพันธมิตรของใครมีเสถียรภาพยั่งยืนกว่า

กล่าวอย่างกระชับ Net Assessment ไม่ได้ถามเพียงว่า “ใครมีรถถัง เครื่องบินรบ หรือเรือรบมากกว่าในวันนี้” หากแต่ถามว่า ใครมีศักยภาพจะผลิต สะสม และใช้กำลังรบได้เหนือกว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า” ด้วยเหตุนี้ Net Assessment จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้นำมองการแข่งขันระหว่างรัฐในฐานะ “การแข่งขันของระบบ” มากกว่าการเผชิญหน้าการรบ

ถ้าทหารอเมริกันต้องไปรบรัสเซีย สิ่งแรกที่ต้องเรียนไม่ใช่การยิงปืน แต่ต้องเรียน “ภาษารัสเซีย” แต่ด้วยการมองผ่านกรอบ Net Assessment ของ Andrew W. Marshall เมื่อ 30 กว่าปีก่อน โดยค้นพบว่า ประเทศมหาอำนาจที่แท้จริงของศตวรรษที่ 21 อาจไม่ใช่รัสเซียแต่คือ China และวันนี้สิ่งที่นักยุทธศาสตร์สาย Net Assessment แห่งเพนตากอนเหล่านั้นมองเห็นกำลังเกิดขึ้นจริง

และในวันนี้ เพนตากอนได้ประเมินเชิงโครงสร้างต่อความมั่นคงของระบบโลกท่ามกลางความเปราะบางของระบบพลังงาน ระบบเศรษฐกิจ และระบบไซเบอร์ ผ่านกรอบคิดแบบ Net Assessment จึงทำให้เห็นว่า ศึกตะวันออกกลางซึ่งปะทุเป็นระยะตลอดเวลากว่า 40 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 เป็นต้นมา มิได้เป็นเพียงความขัดแย้งเฉพาะพื้นที่อีกต่อไป หากแต่เป็นความตึงเครียดที่ยกระดับต่อเนื่องจนกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนเชิงโครงสร้างของโลก พื้นที่ภูมิรัฐศาสตร์อย่าง “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก จึงไม่ได้มีความหมายเพียงในมิติพลังงานเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลก ระบบการค้าโลก ตลอดจนความมั่นคงไซเบอร์ของภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียและของโลกโดยรวม จนกลายเป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของโลกยุคปัจจุบัน

หากเส้นทางพลังงานนี้ถูกคุกคามจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จนเกิดภาวะ “ขาดความสมดุลแห่งอำนาจ” (Imbalance of Power) ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่แค่ในภูมิภาค แต่จะกระเพื่อมสะเทือนไปทั่วโลกทันที ราคาน้ำมันพุ่งสูง เงินเฟ้อเร่งตัว ห่วงโซ่อุปทานสะดุด การขนส่งและการค้าโลกเผชิญแรงกดดันและการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

ในบริบทเช่นนี้ เวทีการสู้รบหลักของโลกจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ตะวันออกกลางอีกต่อไป หากกำลังขยายเข้าสู่ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกอย่างชัดเจนและประเทศไทยกำลังตั้งอยู่กลางกระดานของเกมมหาอำนาจระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา

ด้วยเหตุนี้ อินโด-แปซิฟิกจึงไม่ใช่เพียงภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ แต่คือสมรภูมิยุทธศาสตร์ของศตวรรษที่ 21 คำถามสำคัญคือ ประเทศไทยได้เตรียมโครงสร้างรัฐ กลไกความมั่นคง นโยบายพลังงาน เศรษฐกิจ และไซเบอร์ไว้ดีพอแล้วหรือยัง สำหรับโลกที่ไม่ได้แข่งขันกันด้วยสงครามแบบเดิมเท่านั้น แต่แข่งขันกันผ่านแรงกดดันเชิงระบบ การช่วงชิงอิทธิพล และความปั่นป่วนที่สามารถลุกลามข้ามภูมิภาคได้ในเวลาอันสั้น เพราะความจริงที่น่าคิดก็คือ ประเทศไทยอาจไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อพร้อมรับสถานการณ์เผชิญหน้าในลักษณะนี้อย่างเพียงพอ

          วันนี้ ผมขอชวนทุกท่านร่วมกันคิดต่อถึงความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ ซึ่งแทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะภูมิรัฐศาสตร์ของไทยตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มีความสำคัญต่อสมรภูมิยุทธศาสตร์ของโลก ประเทศไทยไม่อาจปฏิเสธความจริงข้อนี้ได้และก็ “ไม่ควรปฏิเสธ” เพราะ ไม่มีใครสามารถย้ายภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศไทยไปที่อื่นได้ เมื่อโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ตำแหน่งที่ตั้งของไทยจึงไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงทางแผนที่ แต่เป็น เที่ยวบินบังคับ” ที่ทำให้ประเทศไทยถูกดึงเข้าสู่กระดานเกมของมหาอำนาจ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า ไทยจะอยู่ในเกมนี้หรือไม่ แต่คือ ไทยจะเล่นเกมนี้อย่างไร

ประเทศไทยอาจก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีบทบาทสูงยิ่งในเวทีโลก มีความมั่นคง แข็งแกร่ง และได้รับความเชื่อถือจากนานาชาติ หรือในอีกด้านหนึ่ง หากขาดการออกแบบเชิงยุทธศาสตร์ที่รอบคอบ ประเทศไทยอาจเผชิญแรงสั่นคลอนในเกมมหาอำนาจ อนาคตของไทยจึงไม่ได้ถูกกำหนดด้วยภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่ถูกกำหนดด้วยสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นคือ “การออกแบบยุทธศาสตร์ของประเทศไทย” ในเกมมหาอำนาจระหว่าง จีน กับ สหรัฐอเมริกา

ผมจึงขอฝากให้คนไทยผู้รักชาติทุกท่านคิดต่อว่า เมื่อประเทศไทยไม่สามารถย้ายภูมิรัฐศาสตร์ของตนออกจากแผนที่โลกได้ แต่ประเทศไทยสามารถ ออกแบบอนาคตของตนเองได้ คำถามสำคัญของวันนี้ จึงไม่ใช่ถามกันว่า มหาอำนาจจะมาทำอะไรกับไทย แต่คำถามสำคัญคือ ประเทศไทยจะออกแบบยุทธศาสตร์ของตนเองอย่างไร ท่ามกลางเกมมหาอำนาจของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป และสิ่งที่ผมเห็นอยู่ในวันนี้ คือสัญญาณเตือนที่ประเทศไทยไม่ควรมองข้าม !

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เราทราบอะไรบ้างเกี่ยวกับการโจมตีโรงเรียนในอิหร่าน

การสืบสวนครั้งใหม่ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีโรงเรียนแห่งหนึ่งในอิหร่านในช่วงเริ่มต้นของสงครามในตะวันออกกลาง

สงครามในตะวันออกกลาง: ความคืบหน้าล่าสุด

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สนับสนุนแนวคิดที่ว่าสงครามกับอิหร่านจะยุติลงในเร็ววัน แต่ยังคงระบุช่วงเวลาที่แน่นอนสำหรั

'ทรัมป์' ให้คำมั่นว่าสงครามกับอิหร่านจะ 'จบลงในเร็ววัน'

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่านจะยุติลงในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะสร้างความมั่นใจให้กับตลาดที่ตกอยู่ในความปั่นป่วนจากสงครามที่ยังคงส่งผลกระทบไปทั่วตะวันออกกลาง

ศบก. ชี้ตะวันออกกลางยังระอุ กต. ช่วยคนไทยพ้นพื้นที่เสี่ยงแล้ว 322 ราย

ศบก. ชี้ปะทะตะวันออกกลางยังระอุ เผย กต.ช่วยคนไทยพ้นพื้นที่เสี่ยงแล้ว 322 ราย เตรียมรับอีก 23 ชีวิต กลับจากเตหะรานพรุ่งนี้ เผย 941 แรงงานไทย แจ้งประสงค์เดินทางกลับ ย้ำสมาชิกกองทุนช่วยเหลือฯ ได้เงินสงเคราะห์จากภาวะสงคราม รายละ 15,000 บาท