จบข่าว! อัยการสูงสุดชี้ขาดสั่งฟ้อง 'ชนนพัฒฐ์' กับพวก 2 สำนวน

ด่วน! อัยการสูงสุดชี้ขาด สั่งฟ้อง 'ชนนพัฒฐ์' กับพวกคดีฟอกเงิน-พนันออนไลน์ สำนวนสงขลา-หาดใหญ่ รวม 2 สำนวนเเล้ว

08 เม.ย.2569 - นายไชยรัตน์ ปาวะกะนันท์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยความคืบหน้าคดีฟอกเงิน และคดีจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ ของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม กับพวกในสำนวนคดีของสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา และสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ประกอบด้วย คดีที่ 1 เป็นคดีของสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา เกี่ยวเนื่องมาจากคดีมูลฐานกล่าวหา นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ผู้ต้องหาที่ 1 และนายภัทรศักดิ์ แสงสว่าง ผู้ต้องหาที่ 2 กระทำความผิด ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าเล่นในการเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นพนันออนไลน์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 และสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 ต่อมาศาลแขวงสงขลา ได้มีคำพิพากษา

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.517/2568 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ลงโทษจำเลย (ผู้ต้องหาที่ 2) ว่ามีความผิดตามฟ้องโจทก์ให้จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน

สำหรับคดีที่ 1 นี้ พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนคดีร่วมกันฟอกเงินมายังสำนักงานอัยการจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 มีนายชนนพัฒฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายภัทรศักดิ์ ผู้ต้องหาที่ 2 ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม 2565 อัยการจังหวัดสงขลามีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง ฐานร่วมกันฟอกเงินตามข้อกล่าวหา และได้ส่งสำนวนให้แก่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พิจารณาตามกฎหมาย วันที่ 27 เมษายน 2566 รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวส่งให้อัยการสูงสุดชี้ขาด

อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้ทำการสอบสวนเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้ส่งผล การสอบสวนเพิ่มเติมมายังพนักงานอัยการ แต่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามคำสั่งของอัยการสูงสุด จึงได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามคำสั่ง จนเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 พนักงานสอบสวนได้ส่งผลการสอบสวนครบถ้วนสมบูรณ์ตามคำสั่งของอัยการสูงสุดแล้ว

วันที่ 3 เมษายน 2569 อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ต้องหาที่ 1 เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับการพนัน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานของความผิดฐานฟอกเงิน และผู้ต้องหาที่ 1 มีการโอน รับโอน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น ทั้งนี้ไม่จำต้องอาศัย ความผิดมูลฐานในคดีเดียวกันเป็นเงื่อนไขว่าจะต้องมีการดำเนินคดีอาญาในความผิดมูลฐาน หรือมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดมูลฐานเสียก่อนจึงจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐานได้ อีกทั้งผู้ต้องหาที่ 1 ยังได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ฯ ในสำนวนที่มีการแยกดำเนินคดีโดยมีผู้ต้องหาที่ 1 และนายณัฐวุฒิ หรือบอย จันทร ผู้ต้องหาที่ 2 ที่อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ฯ ด้วยแล้ว การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1 จึงเป็นความผิดฐานฟอกเงิน
ในสำนวนคดีนี้ จึงได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องนายชนนพัฒฐ์ หรือกฤต หรือกิต หรือกริช นาคสั้ว ผู้ต้องหาที่ 1 และนายภัทรศักดิ์หรือตั๊ก แสงสว่าง ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 60 พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2556 มาตรา 5 , 6 พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 5, 7, 10 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และให้แจ้งพนักงานสอบสวนให้มีหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์ของกลางจำนวน 2 รายการ เพื่อให้เป็นไปตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 48 ต่อไปด้วย

คดีที่ 2 คดีของสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ที่กล่าวหานายชนนพัฒฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าเล่นในการเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นพนันออนไลน์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 และเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 นั้น พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้แก่อัยการจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 อัยการจังหวัดสงขลา มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้อง และได้ส่งให้อัยการสูงสุดชี้ขาด

วันที่ 18 กันยายน 2567 อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม วันที่ 8 มกราคม 2569 พนักงานสอบสวนได้ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการสูงสุด วันที่ 3 เมษายน 2569 อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องนายชนนพัฒฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าเล่นในการเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นพนันออนไลน์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ตาม พรบ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 4 ทวิ, 5, 12 พรบ.การพนัน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2504 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และใช้อำนาจอัยการสูงสุดตาม พรบ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 15 อนุญาตให้ฟ้องนายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดดังกล่าวตาม พรบ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 9 (เนื่องจากพ้นกำหนดเวลาผัดฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 ตามกฎหมาย)

ส่วนกรณีความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดในทางสอบสวนว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดเป็นข้อมูลที่มีการบิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน แต่กลับได้ความว่าเป็นข้อมูลที่มีการชักชวนให้เข้าเล่นการพนันจริง จึงมีคำสั่งชี้ขาด ไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐานดังกล่าว และยังมีคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบอาวุธปืนจำนวน 5 กระบอกที่ยึดได้ว่าเป็นของผู้ต้องหาทั้งสองหรือไม่ และหากเกี่ยวข้องก็ให้พนักงานอัยการนำสืบพยานหลักฐานดังกล่าวในชั้นพิจารณาของศาลต่อไปด้วย

ขั้นตอนหลังจากนี้คือ พนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการตามคำสั่งของอัยการสูงสุด และนำตัวนายชนนพัฒฐ์ นายภัทรศักดิ์ และนายณัฐวุฒิ มาส่งพนักงานอัยการเพื่อนำตัวไปฟ้องต่อศาลต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามขั้นตอนเเล้วเมื่ออัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดฟ้อง ทางพนักงานอัยการจะมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวน ไปนำตัวผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลสำหรับคดี2สำนวนดังกล่าว สำนวนเเรกอยู่ในอำนาจศาลจังหวัดสงลา เเละสำนวนที่2 อยู่ในอำนาจศาลเเขวงสงขลา อย่างไรก็ตามในปัจจุบันอยู่ช่วงสมัยเปิดประชุมสภานายชนนพัฒฐ์ อาจจะขอเลื่อนเข้าพบพนักงานอัยการจนกว่าจะปิดประชุมสภาได้ มิเช่นนั้นจะต้องขออนุญาตประธานสภามาดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ควบคุมตัวนายชนนพัฒน์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม (กธ.) มาฝากขังต่อศาลอาญา ในข้อหาฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรืออ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และร่วมกันฟอกเงิน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478

โดยครั้งนั้นศาลอาญาให้ประกันตัว ทำสัญญาประกันกำหนดราคาประกัน 1 ล้านบาท ให้ผู้ต้องหารายงานตัวต่อศาลทุก 2 เดือน และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และให้แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกับห้ามไม่ให้ผู้ต้องหาทำการใดอันเป็นอุปสรรคหรือความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล มิเช่นนั้นศาลจะพิจารณาเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ธรรมนัส' เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนช่วยเกษตรกร ลดต้นทุนปุ๋ย จัดการน้ำ แก้ปัญหาที่ดิน

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงรัฐบาลใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และสะเทือนถึงภาคเกษตรกรรมของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า สิ่งที่เกษตรกรไทยกำลังเผชิญคือต้นทุนชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน ปุ๋ย

5 พรรคฝ่ายค้านประชุมนัดแรก เห็นพ้องยื่นญัตติด่วนถกแก้วิกฤตน้ำมัน หวังประธานสภาไม่เบี้ยวอีก

วิปฝ่ายค้านประชุมนัดแรก ไม่เป็นทางการ 5 พรรคที่ไม่โหวต “อนุทิน”นั่งนายกฯ จ่อตั้งญัตติด่วน หารือวิกฤติพลังงาน “พริษฐ์” บอกประสาน “ภท.” แล้ว ไม่กังวลถูกปิดประชุมหนีเหมือนที่ผ่านมา พร้อมเตรียม สส.อภิปรายวางประเด็นสถานการณ์พลังงาน-การปรับขึ้นราคาน้ำมัน

'อรรถกร' กลัวประเทศได้นายกฯ ขี้ลืม วันนี้ลืมเพื่อนชื่อธรรมนัสไม่ว่า แต่ขออย่าลืมความเดือดร้อนประชาชน

"อรรถกร" กลัวประเทศไทยจะได้นายกฯที่ทำงานเยอะจนมีภาวะขี้ลืม ลืมพี่ ลืมน้อง ลืมเพื่อน แม้กูรูทุกสำนักจะบอกว่าไม่น่าพลิกขั้ว แต่สุดท้ายนายกฯอนุทินก็ลืมเพื่อนที่ชื่อว่าผู้กองธรรมนัส แต่ขออย่าลืมความเดือดร้อนประชาชน ทวงคําสัญญาที่เคยบอกจะทําให้รวย หวัง ใจกว้าง ให้เวลาสภาฯ

'ธรรมนัส' โต้ 'กธ.' งดออกเสียงโหวต ปธ.สภา หวังร่วมรัฐบาล ยังกั๊กโหวตหนุน 'อนุทิน' นั่งนายกฯหรือไม่

‘ธรรมนัส’ โต้ ‘กล้าธรรม’ งดออกเสียงโหวต ปธ.สภา หวังร่วมรัฐบาล น้อมรับมิตรภาพ ‘อนุทิน’ หลังบอกเพื่อนไม่มีวันหมดอายุ  ลั่น ไม่เคยฆ่านายขายเพื่อน ยังกั๊ก โหวตหนุนนั่งนายกฯ หรือไม่