"อรรถกร" สส.กล้าธรรม กลัวประเทศไทยจะได้นายกฯที่ทำงานเยอะจนมีภาวะขี้ลืม ลืมพี่ ลืมน้อง ลืมเพื่อน แม้กูรูทุกสำนักจะบอกว่าไม่น่าพลิกขั้ว แต่สุดท้าย นายกฯอนุทินก็ลืมเพื่อนที่ชื่อว่าผู้กองธรรมนัส แต่ขออย่าลืมความเดือดร้อนประชาชน ทวงคําสัญญาที่เคยบอกจะทําให้รวย หวัง ใจกว้าง ให้เวลาสภาฯ ได้ถกเรื่องน้ํามันต่อ
19 มีนาคม 2569 - เวลา 11.15 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ได้อภิปรายว่า ก่อนถึงกระบวนการที่สภาแห่งนี้ ที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน จะมอบความไว้วางใจให้ท่านใดไปทําหน้าที่เป็นนายกฯ ของคนไทยทั้งประเทศ ตนมีความไม่สบายใจอยู่บ้าง สําหรับกระบวนการที่เราจะร่วมให้ความเห็นในวันนี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 18 มี.ค. มีมติของศาลรัฐธรรมนูญในการรับคําร้อง กรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง จึงยังไม่แน่ใจว่า เรื่องนี้จะกระทบต่อ การเมืองไทย โดยเฉพาะความสะดวกสบายในการบริหารราชการของรัฐบาลมากน้อยเพียงใด ไม่แน่ใจว่า ในอนาคตหากมีมติหรือมีความเห็นที่เป็นลบขึ้นมา กระบวนการลงมติในวันนี้ จะชอบหรือไม่
แต่อย่างไรก็ดี ถ้าคํานึงถึงความจําเป็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยแห่งนี้ ทั้งเรื่องตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อไทยแน่นอน ดังนั้น สภาจึงต้องมาร่วมการพิจารณาในการเลือกให้ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นเพียงแค่รักษาการ แต่มีอํานาจเต็มในการทํางานแก้ไขปัญหา
นายอรรถกร กล่าวต่อว่า เรียนตามตรงว่า ถ้าไม่มีสถานการณ์เร่งด่วนแบบนี้ ตนและพรรคกล้าธรรมอาจจะมีการตีรวน วันนี้ประเทศไทยต้องการคนเก่ง คนดี คนทํางานเร็วไปแก้ไขปัญหา แต่สิ่งที่น่ากังวล ตลอดการที่ตนได้รู้จักนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งตนได้ทํางานภายใต้การบังคับบัญชาของอนุทินนั้น ตอนแรกตนเองก็ดีใจ เพราะได้รับการมอบหมายให้กํากับดูแลในภาคการกีฬา และการท่องเที่ยว แม้จะมีการทํางานที่รวดเร็ว ในเรื่องการเปิด-ปิดเวลาค้าขายสุรา ให้ภาคการท่องเที่ยวได้ขยับขยาย โดยการแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าหลัง และการปรับเปลี่ยนเวลาในการทําวีซ่าท่องเที่ยว แต่ ณ วันนี้ ตนไม่แน่ใจว่า เนื่องจากงานเยอะหรือไม่ ตอนน้ําท่วมที่สงขลา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ก็ลงไป นายอนุทินก็ลงไป แต่ทราบมาว่า วันนี้ภารกิจท่านเยอะ จึงไม่แน่ใจว่า ท่านยังมีความจําที่ดีหรือไม่ เพราะตนกลัวว่า ประเทศไทยจะได้นายกรัฐมนตรีที่ทํางานเยอะจนเกินไป จนอาจเกิดภาวะขี้ลืม
โดยเฉพาะในวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา คําสั่งของนายกรัฐมนตรีในการตั้ง ศบก. เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติที่จะเกิดขึ้นจากสงคราม แม้องค์ประกอบในคณะจะดูดี แต่เหมือนนายกรัฐมนตรีลืมไปว่า ภาคการท่องเที่ยวก็คือหนึ่งในภาคที่ได้รับผลกระทบ ไม่แน่ใจว่า ท่านรัฐมนตรีลืมหรือไม่ แต่ท่านตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเข้าไปอยู่ในคณะนั้น และกลัวว่า ท่านจะลืมคํามั่นสัญญาที่มอบไว้ให้ กับพี่น้องประชาชน ที่บอกว่า จะทําให้คนไทยรวยทุกคน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พี่น้องคนไทยจะสามารถมีรายได้เข้ามาได้เยอะ ๆ เพราะเสียงสะท้อนจากที่ประชาชนส่งมาในการแก้ไขปัญหาของท่าน เป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม
"ผมยังกลัวอีกว่า ท่านจะลืมพี่ ลืมน้อง ลืมเพื่อน กูรูทุกสํานัก เดือนที่แล้วยังบอกว่า ไม่น่าจะพลิกขั้ว แต่วันนี้ไม่เป็นไร คนที่ร่วมสู้กันมา วันนี้ท่านลืมเพื่อนแล้ว เพื่อนที่ชื่อผู้กองธรรมนัส ไม่ว่า ขออย่างเดียว นายกรัฐมนตรีวันนี้ ท่านได้เกือบสองร้อยเสียง อย่าลืมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ถ้าท่านจะเป็นคนไม่ลืม อยากจะขอความกรุณาให้ท่านเป็นคนใจกว้างด้วย" นายอรรถกร กล่าว
นายอรรถกร กล่าวว่า เนื่องจากเกษตรกรในหลายจังหวัดเดือดร้อนต้องมาต่อคิวหาน้ํามันกันหมดแล้ว คิดว่าจะเป็นการดี หากวันนี้จบสิ้นกระบวนความ ควรจะให้เวลาเพื่อนสมาชิก ได้หารือปัญหาของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการหาน้ํามันไม่ได้ นํามาเสนอผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี
"ขอให้ทํางานด้วยความรวดเร็ว และใจกว้าง วันนี้คงจะไม่สามารถโหวตให้พวกท่านได้ แต่ถ้าท่านสามารถพาประเทศชาติผ่านวิกฤต ในโอกาสข้างหน้าเราอาจจะสามารถโหวตผ่านกฎหมายที่ท่านเสนอมาได้ พรรคกล้าธรรมขอใช้สิทธิงดออกเสียง" นายอรรถกร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ล้อมคอกเร่งลดจุดตัดทางรถไฟ หาทางเลี่ยงเปลี่ยนเส้นทาง-ขุดอุโมงค์
นายกฯสั่ง รฟท.-ขสมก.เยียวยาสูงสุดทั้งผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตเหตุรถไฟชนรถเมล์กลางกรุง เร่งหามาตรการป้องกันซ้ำรอยจุดตัดทางรถไฟ ชี้ อนาคตอาจเปลี่ยนเส้นทาง-ขุดอุโมงค์
นายกฯ เยี่ยมผู้บาดเจ็บรถไฟชนรถเมล์ ยังมีอาการสาหัส 2 ราย
นายกฯ เดินทางมา รพ.คามิลเลียน เยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุรถไฟชนรถเมล์ โดยพักรักษาตัวจำนวน 6 คน มี 2 คนอาการสาหัส
มองไกลกว่าแค่เอาใจนายทุน! นักวิชาการชี้ เวทีรัฐถกเอกชน คือความพยายามสร้างความร่วมมือรัฐ-เอกชน บนเงื่อนไข น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ยกระดับเศรษฐกิจไทย
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นกรณีรัฐบาลเปิดทำเนียบรัฐบาลหารือร่วมกับภาคธุรกิจ
เผยเบื้องหลัง นายกฯสั่งการ ช่วย ‘ลุงโยชน์’
“อนุทิน” ยอมรับเป็นนิมิตหมายดีที่กัมพูชาส่งตัว “ลุงโยชน์” กลับไทย โดยไม่ใช้เป็นเงื่อนไขต่อรอง ย้ำไม่หมายความว่าทำแบบนี้แล้วไทยจะยอมทุกอย่าง ชี้ “UNCLOS”
เมิน‘โพลรู้สึกโกง’!
ประเด็นหน่วยงานรัฐคอร์รัปชันร้อนเป็นไฟ นายกฯ ยันเอาความจริง ไม่เอาโพล ไม่เอาความรู้สึก หากกล้าบอกใครทำผิดก็ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับด้วย ยืนยันรัฐบาลนี้ปราบทุจริตเข้มงวด
นายกฯ บินกลับกทม. ค่ำนี้ รุดลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์กลางกรุง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย ประจำปี 2569 ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เสร็จสิ้นนายกฯจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ และจะเดินทางไปตรวจดูจุดเกิดเหตุรถไฟชนรถประจำทาง อัดกับตอม่อเสาทางด่วน บริเวณ ถ.อโศกดินแดง แยกพระราม 9-แยกอโศกเพชร บริเวณทางรถไฟมักกะสัน ภายหลังมีผู้บาดเจ็บหลายรายและมีผู้เสียชีวิต ซึ่งคาดว่านายกฯจะเดินทางถึงจุดเกิดเหตุในเวลา20.00 น.-21.00 น. ของวันเดียวกันนี้

