'ศุภจี' แจงตั้งทีมที่ปรึกษา ไม่มีค่าตอบแทน รับดึงรองหัวหน้า ปชป. ยินดีช่วยงานไม่แบ่งแยกพรรค

"ศุภจี" ยอมรับทาบ "วีระพงษ์ ประภา" นั่งที่ปรึกษาของรองนายกฯ หวังเสริมทัพพาณิชย์ แบบไร้ค่าตอบแทน ลั่นทำงานไม่แบ่งแยกพรรค มั่นใจความรู้ความสามารถ สานงานต่อให้สะเด็ดน้ำ เร่งปิดดีล FTA ไทย-อียู มิ.ย.นี้ บอกตรวจคุณสมบัติเข้มตามบัญชานายกฯ

10 เมษายน 2569 - เมื่อเวลา 14.45 น. ที่รัฐสภา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการทาบทามนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาช่วยงานว่า นายวีระพงษ์ ถือเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เคยเป็นผู้แทนการค้าไทยขับเคลื่อนการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) ช่วยเราในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งยังทำไม่เสร็จในเรื่องของFTA และเห็นว่านายวีระพง์ เป็นคนมีความสามารถ จึงได้ทาบทาม เพราะเราเน้นเรื่องผลงานและการทำงาน จะสังกัดพรรคใดก็ไม่เป็นไร ซึ่งตนเคยพูดไว้แล้ว และนี่ก็ทำให้เห็นว่าพรรคอะไรก็ได้ หากทำแล้วเกิดประโยชน์จริงๆเราไม่ต้องมาเตรียมงานกันใหม่ เพราะได้เคยทำมาแล้วเพื่อต่อให้จบ และเดือนมิ.ย.นี้ เราจะต้องกลับไปเจรจากับอียูเป็นรอบที่ 9 ซึ่งรอบนี้เราอยากให้สะเด็ดน้ำเอาประเด็นที่ยังติดค้างอยู่ให้จบ เพราะเราไม่มีเวลาเริ่มใหม่

นางศุภจี กล่าวว่า ทั้งนี้ต้องชื่นชมนายวีระพงษ์ ที่ยินดีจะมาช่วย แต่ตนเองยังไม่ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเพิ่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไป แต่ยอมรับว่าทาบทามแล้วและนายวีระพงษ์ ก็ยินดี ซึ่งกระบวนการแต่งตั้งก็ต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติและนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังอีกหลายขั้นตอน อย่างที่เรียนไม่ได้มีการแยกว่าพรรคไหนและในตอนแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตนเองก็พูด เพราะวันนี้อยู่ในจังหวะที่ต้องเร่งทำงาน ซึ่งประเทศเรากำลังเจอวิกฤต ดังนั้นใครที่มีความสามารถมาช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนยินดีรับฟังทั้งนั้น ถ้าสิ่งที่รับฟังจะทำให้เรานำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้ ก็แค่นั้น เอาสิ่งดีๆนั้นมาต่อยอด แต่ถ้าอะไรที่เราคิดว่าอาจจะไม่สามารถนำมาทำได้ เราก็มีหน้าที่อธิบาย แม้บางอย่างที่เราคิดว่าอธิบายไปชัดเจน แต่ก็ยังมีคำถาม เราก็มีหน้าที่อธิบายไป

"เราเจอวิกฤตหลายวิกฤตซ้ำซ้อนมากมาย ดังนั้นถ้าเราสามารถที่จะช่วยกันได้ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใด หากทำให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนไทยขอให้ช่วยกัน“นางศุภจีระบุ

นางศุภจี กล่าวย้ำด้วยว่า ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีไม่มีค่าตอบแทน ทุกคนที่มาเป็นคนที่มีความตั้งใจจะเข้ามาช่วยจริงๆ นายวีระพงษ์เป็นคนที่มีคุณูปการและมีประสบการณ์มากมาย อย่างที่เรียนไม่มีแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ท่านใดที่มีความสามารถในเรื่องใดมาช่วยกันเถอะ เพราะบางคนเข้าใจว่าต้องใช้งบประมาณจ้าง ยืนยันท่านมาช่วยไม่ได้มีรายได้ ซึ่งวิกฤตวันนี้หลายมิติมาก ทั้งการค้า ความมั่นคง ภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ พันกันไปหมด ดังนั้นจะต้องมีคนที่มีความรู้ จากหลากหลายศาสตร์มาช่วยกัน ยืนยันว่ายังไม่ได้แต่งตั้งจริง ต้องรอให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีเต็มตัวก่อน แต่ท่านยินดีที่จะมาช่วย โดยจะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติเข้มข้น เพราะนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่จะมาช่วยงานในรัฐบาลให้เหมือนกับรัฐมนตรี ซึ่งหากเป็นทางการเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบ ซึ่งทุกคนยินดีที่จะมาช่วยเพื่อประเทศของเรา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แถลงมติครม. เห็นชอบ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อุ้ม 43 ล้านคน วงเงิน 1.7 แสนล้าน รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมทั้งนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” ภายหลังผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

“ศุภจี”สั่งเชื่อมข้อมูล 3 กระทรวง พาณิชย์-เกษตร-อว. พัฒนาแดชบอร์ดสินค้าข้าว

“ศุภจี”สั่งการเดินหน้าพัฒนา Dashboard สินค้าข้าว เชื่อมข้อมูล 3 กระทรวง พาณิชย์-เกษตร-อว. ใช้ดาวเทียม ข้อมูลการผลิต และการตลาด ให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อช่วยคาดการผลผลิตได้แบบเรียลไทม์ นำร่อง จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนขยายให้ครบทั้งประเทศ

ผลงานเชิงรุกรัฐบาล-กองทัพ! เปิดเบื้องหลัง ภารกิจพา 'ลุงโยชน์' กลับไทยปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังปฏิบัติการช่วยเหลือ นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” อายุ 58 ปี ชาวไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว หลังเข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้าข่ายฉุกเฉินตาม รธน.

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุรัฐบาล “อนุทิน” มีอำนาจออก พรก.กู้เงินแก้วิกฤติพลังงาน เหตุเข้าข่ายภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและกรณีเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ย้ำศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยภายใน 60 วัน หากฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อ สส.ยื่นตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของ พรก.ดังกล่าว

ประชุมนัดแรก 'บอร์ดศึกษาแลนด์บริดจ์' ตั้งอนุฯ 3 คณะ หากไม่ทันใน 90 วันต้องขอขยายเวลา

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน