นัดถก‘วัคซีน-เยียวยา’ พท.แพลมขยาย‘เงินกู้’


เพิ่มเพื่อน    

  “ประยุทธ์” นัดเอกชนหารือแนวทางกระจายวัคซีน พร้อมฟังข้อเสนอเยียวยา สธ.เผยข่าวดีต้น พ.ค.วัคซีนมาอีกล้านโดส “หมอยง” เทียบตัวเลขฉีดวัคซีนดีกว่าพันเท่า “เพื่อไทย” ปูดรัฐบาลเตรียมชงสภาขอเงินกู้เพิ่มเติม โพลหนุน รบ.ไฟเขียวให้ภาคเอกชนจัดหาวัคซีน

    เมื่อวันที่ 25 เม.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เชิญภาคเอกชน อาทิ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย รวมทั้งสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว และหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง มาประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการจัดหาและกระจายวัคซีนของภาคเอกชน ภายหลังภาคเอกชนแสดงความประสงค์ในการจัดหาวัคซีนร่วมกับภาครัฐ
    น.ส.ไตรศุลีกล่าวอีกว่า นายกฯ จะได้หารือถึงการรับมือผลกระทบและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมรับฟังข้อเสนอของภาคเอกชนและประชาชน เพื่อนำมาพิจารณาในการแก้ไขสถานการณ์ แต่การจะออกมาตรการใดนั้นต้องมีการพิจารณารอบด้าน ให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ซึ่งสาระสำคัญในการประชุมร่วมกันครั้งนี้คือ นำข้อมูล ข้อเสนอแนะไปพิจารณาเป็นแนวทางรับมือผลกระทบ การเยียวยาประชาชน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งนายกฯ รับทราบและเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณกว่า 3.8 แสนล้านบาท สำหรับการเยียวยาประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดระลอกใหม่ ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอ และจะดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด
ส่วน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า วันนี้ไทยฉีดวัคซีนไปแล้ว 28,708 โดส ทำให้ยอดการฉีดวัคซีนสะสม 1,124,153 โดส ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 949,124 ราย, ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 175,029 ราย ส่วนการนำเข้าวัคซีน เมื่อวันที่ 24 เม.ย. มีการนำเข้าวัคซีนซิโนแวคอีก 500,000 โดส ต้นสัปดาห์หน้าวัคซีนทั้งหมดจะกระจายไปยังกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ใน 77 จังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ภาพรวมหลายจังหวัดมากกว่าครึ่งบุคลากรทางการแพทย์ฉีดครบแล้ว และมีอีกหลายจังหวัดที่ฉีดเกิน 90% และสัปดาห์หน้าจะเป็นเก็บตกบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ที่ส่วนใหญ่จะเป็นคลินิกและโรงพยาบาลเอกชน และข่าวดีต้นเดือน พ.ค.จะได้วัคซีนเพิ่มเติมอีก 1 ล้านโดส
นพ.โอภาสยังกล่าวถึงมีกระแสยาฟาวิพิราเวียร์ขาดสต๊อกว่า เรามีอยู่ในสต๊อกประมาณ 1 แสนเม็ด การใช้แต่ละวันประมาณ 10,000 ถึง 20,000 เม็ด ยังมียาพอใช้ และที่สำคัญในคืนวันที่ 25 เม.ย. จะมียาเข้ามาอีก 2 ล้านเม็ด และจะกระจายไปยังจุดต่างๆ อย่างรวดเร็ว ยืนยันว่ายามีเพียงพอและเมื่อช่วงเช้า รมว.สาธารณสุข ได้สั่งการให้จัดหาและจองเพิ่มเติมเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินมีประมาณ 2-3 ล้านเม็ด
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทาลัย กล่าวถึงการฉีดวัคซีนว่า วัคซีนเราใช้ป้องกันไม่ให้เกิดโรค แต่วัคซีนโควิดเป็นการพัฒนาแบบที่ไม่เคยมีในโลกนี้มาก่อน ใช้เวลาไม่ถึง 1 ปี สามารถมีวัคซีนมากกว่า 13 บริษัท 13 ยี่ห้อ ที่มีใช้กับมนุษย์ การผลิตที่รวดเร็ว การศึกษาความปลอดภัยระยะยาวแน่นอนว่าต้องมีการติดตาม การฉีดวัคซีนในภาวะปกติ ถ้าถามว่าเสี่ยงไหม ขอบอกว่ามีความเสี่ยง แต่ถ้ามาเปรียบเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้ ในภาวะฉุกเฉินแบบนี้ เราคงต้องมาเปรียบเทียบน้ำหนักกันว่าวัคซีนประโยชน์ที่ได้กับอันตรายของวัคซีนมีมากน้อยแค่ไหน
    “ประโยชน์ที่ได้จากวัคซีน เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่เสียชีวิตจากวัคซีน เทียบน้ำหนักกันแล้วมันห่างกันเกือบ 1,000 เท่า ประโยชน์มีมากกว่า จึงต้องมีการเดินหน้าฉีดวัคซีนให้รวดเร็ว ขอให้ทุกคนสบายใจได้ และขอให้มั่นใจว่าวัคซีนที่ฉีดสามารถสร้างภูมิต้านทานได้แน่นอน เท่าเทียมกับคนที่เคยติดเชื้อ”
    ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าเตรียมงบไว้ 3.8 แสนล้านบาท แต่มีประชาชนฝากถามว่า ปีที่แล้วโควิดระบาดน้อยกว่าปีนี้ รัฐบาลให้เงินเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน รวม 15,000 บาท แต่ปี 2564 ระบาดหนักกว่าปีที่แล้ว ประชาชนเพิ่งได้เงินเดือนละ 3,500 บาท แค่ 2 เดือน ถ้าบอกว่ามีงบ 3.8 แสนล้านบาท ขอให้รีบนำมาเยียวยาประชาชนให้เท่าปีที่แล้ว เพราะถ้าจะล็อกดาวน์ ต้องเอาเงินให้ประชาชนไว้จับจ่ายใช้สอยก่อน ส่วนเรื่องวัคซีนที่ระบุไปเจรจาประเทศต่างๆ ได้วัคซีนมาเพิ่มแล้วนั้น ขอให้ระบุชัดเจนว่าวันใดประชาชนจะได้ฉีดวัคซีน อย่ามาบอกสิ้นปี ประชาชนรอไม่ได้
    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรค พท. ระบุว่า หลังเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในเดือน พ.ค.-ก.ค.นี้ มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ และกระทรวงการคลังจะขอรัฐสภาเพื่อขยายวงเงินกู้ของประเทศไทย เนื่องจากสถานะทางการคลังของประเทศไม่สู้ดีนัก ทั้งที่ปีที่แล้วกู้ไป 1.9 ล้านล้านบาท บอกจะเอาไปแก้โควิดประมาณ 1 ล้านล้านบาท เป็นเงินที่ใช้ด้านสาธารณสุขถึง 6 แสนล้านบาท และแจกกระจายอีก 4 แสนล้านบาท ตกลงแล้วเอาไปทำอะไรบ้าง ไปซื้อวัคซีนแค่ไหน ใช้เงินเป็นล้านล้านบาททำได้แค่นี้ หรือเอาไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำหรืออย่างไร
    “หากรัฐบาลเข้ามาขออนุมัติกู้เพิ่มกับรัฐสภา จะประณามความไร้กึ๋น ไร้น้ำยาในการบริหาร และฝ่ายค้านจะลับอีโต้อภิปรายชำแหละ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล ให้ประชาชนรู้ว่าเงินเป็นล้านๆ บาทที่กู้ไป แก้โควิดปีที่แล้วหายไปไหน และผลที่ประชาชนต้องรับกรรมวันนี้เป็นเพราะอะไร
    นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เสนอว่า รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณชดเชยรายได้ให้ผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการในกิจการขนาดย่อมและขนาดเล็กทั้งหมดที่ถูกคำสั่งปิดกิจการโดยอำนาจรัฐเป็นเวลา 14 วัน รวมทั้งควรให้แรงจูงใจด้านภาษีและการหักลดหย่อนให้กับบุคคลหรือเอกชนที่ได้ช่วยเหลือกิจการสาธารณสุขของประเทศเพื่อรับมือกับการระบาดระลอกสาม และให้ Tax Credit กับเอกชนที่ช่วยจัดหาวัคซีนและฉีดวัคซีน โดยให้นำเงินงบประมาณในปี 2564-2565 ที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนมาใช้ หรือออกพันธบัตรระยะยาวกู้เงินมาสนับสนุน
    วันเดียวกัน ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจภาคสนามเรื่อง จัดการวัคซีน ซึ่งศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,408 ตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 98.3% ระบุวัคซีนโควิด-19 เป็นความหวังสู่การเปิดประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ต้องการกลับไปใช้ชีวิตปกติ ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือ 85.2% ต้องการให้รัฐบาลจัดการวัคซีนเชิงรุก เร่งกระจายฉีดให้ประชาชนทั่วถึงโดยเร็วค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ 11.5% ระบุปานกลาง และ 3.3% ระบุค่อนข้างน้อยถึงไม่เลย
    “ที่น่าสนใจคือเกือบ 100% หรือ 98.5% เห็นด้วยที่รัฐบาลจะเร่งเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ผู้ประกอบการนำเข้าวัคซีนโควิดได้เองภายใต้การควบคุมความปลอดภัยที่เข้มงวด มีเพียง 1.5% ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือ 98.3% ระบุระหว่างรอวัคซีน ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเองและผู้อื่น ยกการ์ดสูง ป้องกันตัวเองให้ปลอดภัย 98.3% เช่นกัน ระบุระหว่างรอวัคซีน รัฐบาลต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุดเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง และควบคุมโรค, 98% ระบุเจ้าหน้าที่รัฐและทุกภาคส่วนต้องเข้มงวดเด็ดขาดป้องกันการระบาด และ 96.2% ระบุเจ้าหน้าที่รัฐต้องเอาผิดภาคเอกชน ผู้ประกอบการที่ปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดควบคุมโรค” ผศ.ดร.นพดลระบุ.

 

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"