สู้ภัยโควิด


เพิ่มเพื่อน    

 

    ถอดบทเรียนปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวบ้านตาสีตาสาประสบกับเหตุการณ์อันน่าหดหู่ ติดโควิดแต่ไม่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่บอกให้กักตัวอยู่ที่บ้านรอรถมารับ แต่กระนั้นระหว่างรอ (นานมาก) เกิดอาการหนักจนเสียชีวิตคาบ้าน

                พอประเด็นลักษณะนี้ถูกแชร์ในโลกโซเชียล สังคมกรนด่าภาครัฐและรัฐบาล บางคนตั้งคำถามถึงระบบการบริหารจัดการที่ล้มเหลว นำสู่การค้นหาว่าอะไรคือต้นเหตุของเรื่อง

                พบว่าพาหนะที่ใช้สำหรับรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิดไปยัง รพ.ไม่พอเพียง บุคลากรทางการแพทย์มีอยู่อย่างจำกัด ขณะที่ผู้ป่วยล้นมือ ที่สำคัญ ช่องทางการติดต่อต่างๆ สายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉินยังเป็นระบบอาสาสมัคร ไม่ได้มีความจริงจังในการทำระบบ ทำให้ผู้ป่วยโควิดโทร.ติดต่อยากถึงยากที่สุด

                เราจึงได้เห็นภาคส่วนต่างๆ ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

                หนึ่งในกลไกที่มีศักยภาพทำหน้าที่เป็นข้อกลางประสานระหว่างประชาชนกับภาครัฐ คือ พรรคการเมือง เพราะมีทั้ง ส.ส. อดีต ส.ส. อดีตผู้สมัคร ส.ส. อยู่ประจำทุกพื้นที่ทั่ว ประเทศไทย

                โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเห็นพรรคการเมืองจำนวนหนึ่งได้ตั้งศูนย์ประสานงานขึ้น เพื่อทำเรื่องนี้ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า ส.ส.คือผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขที่แท้จริง

                แต่บางพรรคก็ยังมุ่งเล่นการเมือง ด่าดะ แต่ก็ช่างหัวมันเถอะ สังคมมีทั้งด่าลูกเดียว กับติเพื่อก่อปะปนกัน เลือกรับฟังเอาเอง

                วนกลับมาที่พรรคการเมืองที่มีจิตสำนึกรู้หน้าที่และนึกถึงหัวอกประชาชนกันบ้าง ยกตัวอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ตั้งศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 (ศปฉ.ปชป.) เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเข้าไปรับข้อมูล และประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยประสานส่งต่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้เข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด

                นอกจากนี้ คนในพรรคเดียวกัน “จุติ ไกรฤกษ์” รมว.การพัฒนาสังคมฯ (พม.) ยังประสานไปหา “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข มอบรถของกระทรวง พม.ไปเสริมกำลัง ช่วยรับ-ส่งคนป่วยอีกด้วย ตบท้ายที่ประชาธิปัตย์ยังมีบริการกฎหมายสู้ภัยโควิด-19 ซึ่งประชาชนสามารถโทรศัพท์สายตรงกับนักกฎหมายของพรรคได้อีกด้วย

                ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ประเทศไทยต้องพ้นวิกฤติโควิด-19 ได้แน่.

มินนี่เมาธ์

 

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.