จับมือเอกชนตั้ง‘ทีมไทยแลนด์’


เพิ่มเพื่อน    

  “บิ๊กตู่” ประกาศตั้งทีมประเทศไทย มอบ "สุพัฒนพงษ์" แม่งานจับมือเอกชน ผุดคณะทำงาน 4 ชุด ลุยกระจายวัคซีนล็อตใหญ่ มิ.ย. นำร่อง 14 จุด กทม. ฉีดให้ได้ 2 หมื่นคนต่อวัน

    ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 28 เมษายน เวลา 10.00 น. คณะกรรมการหอการค้าไทย นำโดยนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย, นายกลินท์ สารสิน ประธานอาวุโสหอการค้าไทย, นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รองประธานกรรมการ และ ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ กรรมการเลขาธิการ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อนำเสนอแนวทางการทำงานของหอการค้าไทยในการขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยจัดทำแผนตั้ง 4 ทีมสนับสนุน ช่วยกระจายฉีดวัคซีนล็อตใหญ่ที่จะเริ่มเข้ามาตั้งแต่เดือน มิ.ย.นี้ ทั้งนี้ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน และหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมหารือด้วย
    โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งในที่ประชุมว่า วันนี้วาระสำคัญที่จะพิจารณาคือมาตรการร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในฐานะทีมประเทศไทย เพื่อรับฟังข้อเสนอและแผนงานจากภาคเอกชน แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปจากที่ประมาณการไว้ แต่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมบริหารสถานการณ์ไปด้วยกัน เพื่อให้การทำงานสอดคล้องต้องกัน เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน
    ภายหลังการหารือ นายสนั่นแถลงว่า หอการค้าไทยได้รายงานความคืบหน้าการสนับสนุนการกระจายและฉีดวัคซีน การจัดหาวัคซีน และการวางระบบการกระจายวัคซีนอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะใช้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่นำร่อง โดยภาครัฐยินดีให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วม และทำงานเป็นทีมประเทศไทยด้วยกัน นายกฯ ได้สั่งการ ตั้งคณะทำงานร่วมกัน 4 คณะ ทั้งภาครัฐและหอการค้าไทย ถึงแผนการกระจายวัคซีนและวัคซีนทางเลือกของหอการค้าไทย รวมถึงการปรับกฎหมายต่างๆ เพื่อจัดหาวัคซีนได้รวดเร็ว ดังนี้
    1.ทีมสนับสนุนการกระจายและฉีดวัคซีน ระยะแรก ได้มีการจัดเตรียมพื้นที่นำร่องเสนอ กทม. 66 แห่ง โดยผ่านการคัดเลือก 14 แห่งกระจายทั่วกรุงเทพฯ แบ่งเป็น 5 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ เหนือ 2 จุด, กรุงเทพฯ ใต้ 4 จุด, กรุงเทพฯ ตะวันออก 3 จุด, กรุงธนเหนือ 2 จุด และกรุงธนใต้ 3 จุด ซึ่งจะมีทั้งสถานที่ที่เป็นศูนย์การค้า สำนักงาน และสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งสถานที่ทั้ง 14 แห่งดังกล่าว จะรองรับประชาชนได้ประมาณ 1,000-2,000 คนต่อวัน รวมแล้วสามารถให้บริการได้วันละ 20,500 คน ส่วนระยะถัดไป จะหารือในการจัดทำหน่วยฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ไปยังจุดต่างๆ ตามชุมชน และบริษัทต่างๆ และจะนำต้นแบบของพื้นที่เอกชนร่วมกับ กทม.กระจายผ่านหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด
    2.ทีมการสื่อสาร ได้สนับสนุนการทำงานด้านการสื่อสารของภาครัฐเพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน ตั้งทีมคณะทำงานประกอบด้วยบริษัทชั้นนำ 20 บริษัท เพื่อระดมทรัพยากรและช่องทางการสื่อสาร อาทิ LINE, Google, Facebook, VGI, CP 3.ทีมด้านเทคโนโลยีและระบบ โดยนำเทคโนโลยีมาสนับสนุน เพื่อลดขั้นตอนระยะเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพ และ 4.ทีมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม โดยทำแบบสอบถาม ให้บริษัทเอกชนแสดงความประสงค์ในการได้วัคซีน ซึ่งนายจ้างจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง ปัจจุบันมีผู้แจ้งความต้องการ 2,629 บริษัท จำนวนพนักงาน 921,817 คน  
    นายสนั่นกล่าวด้วยว่า ยังได้มีการหารือถึงแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะถัดไปอีกด้วย โดยมีข้อสรุปว่าทางเอกชน สถาบันการเงิน และทางคู่ค้าจะจัดระบบในการเชื่อมโยงทำให้การปล่อยเงินกู้ให้เอสเอ็มอีจากธนาคารต่างๆ เกิดผลอย่างเต็มที่ เริ่มจากกลุ่มค้าปลีก และจะขยายผลไปยังกลุ่มอื่นๆ และเรื่องการอำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนทั้งคนไทยในประเทศ และการดึงต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งนายกฯ เร่งรัดการแก้กฎระเบียบหรือกฎหมายต่างๆ
    จากนั้นเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางความร่วมมือการจัดหาวัคซีนระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยมีนายอนุทิน, นายสุพัฒนพงษ์, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,  นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย, นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย, นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมด้วยทีมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม
    ต่อมาเวลา 15.00 น.? นายดนุชาเปิดเผยผลการประชุมว่า นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบ 4 ข้อเสนอของภาคเอกชนในความร่วมมือกระจายวัคซีน และได้มอบหมายนายสุพัฒนพงษ์เป็นแม่งานในการประสานกับภาคเอกชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการจัดหาวัคซีนให้ครบ 100 ล้านโดส และฉีดวัคซีนให้คนไทยร้อยละ 70 หรือประชากร 50 ล้านคน ภายในสิ้นปี 2564 โดยมอบหมายให้นายสุพัฒนพงษ์เป็นแม่งานประสานกับภาคเอกชน และมอบหมายให้ สศช.และ สมช.ประสานงานในรายละเอียด ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.เป็นต้นไป โดยเห็นชอบแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการกระจายและฉีดวัคซีนของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ สำหรับต่างจังหวัดให้ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดและระดับจังหวัด และให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและภาคเอกชน รับไปพิจารณาเร่งรัดจัดทำแผนการจัดหาและกระจายวัคซีน
    ด้านการสร้างความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์ ให้เอกชนประสานเลขาธิการ สมช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ส่วนด้านการสนับสนุนระบบอำนวยความสะดวกระบบงานต่างๆ ให้เลขาธิการ??????????? สมช.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) ร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาระบบการลงทะเบียนและการติดตามผู้ฉีดวัคซีนของภาคเอกชน ให้เชื่อมโยงกับระบบของธนาคารกรุงไทย และให้ สธ.เป็นหน่วยงานดูแลการลงทะเบียนใน 5 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งภาครัฐและเอกชน เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ประชาชนที่มีโรคประจำตัว ประชาชนสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และประชาชนในพื้นที่ระบาด ผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม ขณะที่ด้านการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม นายกฯ ให้ สธ. โดย อย.และองค์การเภสัชกรรม (อภ.) รับไปพิจารณาขั้นตอนต่อไป.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.