แรมโบ้โหนโพลหนุนบิ๊กตู่ พท.ขอเปิดสภาถกแก้ไวรัส


เพิ่มเพื่อน    

 “ดร.แรมโบ้” เห็นด้วยโพลหนุน “ประยุทธ์” นั่งนายกฯ บริหารประเทศ แก้โควิด อัดฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้นอย่ามุ่งใช้ความรู้สึกไล่ท่าเดียว “เพื่อไทย” แพลมขอเปิดสภาระดมสมองหาทางแก้ไวรัส “อรุณี” ชง 4 มาตรการเร่งแก้คลัสเตอร์คลองเตย

    เมื่อวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เรื่องผู้นำฝ่าโควิดของไทย โดยระบุว่าเห็นด้วยกับโพล โดยเฉพาะประเด็นหากวันนี้เลือกได้จะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี ที่พบว่า 42.6% บอกว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นการแสดงให้เห็นว่าประชาชนยังไว้ใจและยังอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์บริหารบ้านเมือง แก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอยู่ในขณะนี้
    "มีแต่พรรคฝ่ายค้านที่มองไม่เห็นการทำงานของนายกฯ และรัฐบาล ไม่รู้ว่าหูหนวกตาบอดหรือไม่ และการที่พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องซ้ำๆ ให้นายกฯ ลาออกจากตำแหน่งในขณะที่บ้านเมืองเกิดปัญหาวิกฤติโควิดอยู่นั้น อย่าเอาเพียงความรู้สึกของพรรคฝ่ายค้าน โดยไม่คำนึงถึงประชาชนที่ขณะนี้ต้องการความช่วยเหลืออยู่”
    นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวตอบโต้นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โดยระบุว่า นายจาตุรนต์เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ควรออกมาเสนอแนะรัฐบาลด้วยเหตุผล ด้วยความหวังดีกับพี่น้องประชาชนมากกว่าการหวังผลทางการเมือง ส่วนนายวิโรจน์นั้นเป็นคนประเภทไม่รับรู้เรื่องอะไรเลย เหมือนตั้งโปรแกรมให้โจมตี พล.อ.ประยุทธ์เพียงอย่างเดียว คงถนัดการใช้สำนวนโวหาร คงไปสู้ฝีปากไม่ได้ แต่อยากให้นายวิโรจน์ได้เข้าใจคนทำงานด้วย โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ หลายสิ่งหลายอย่างที่นายวิโรจน์ตำหนิ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และไม่มีใครเชื่อถือนายวิโรจน์แล้ว นายวิโรจน์เป็นบุคคลที่ล้มเหลวทางด้านความน่าเชื่อถือ
    ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ส.ส.พรรคหลายคนเห็นตรงกันว่า ก่อนเปิดประชุมสภาสมัยสามัญวันที่ 22 พ.ค. จะหารือกันในที่ประชุมพรรคถึงการยื่นญัตติเปิดอภิปรายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโควิดหรือไม่ เพื่อระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ เสนอให้รัฐบาลนำไปปรับใช้ เพราะที่ผ่านมามีหลายฝ่ายเสนอความคิดเห็นมากมายไปคนละทิศคนละทาง ส่วนตัวคิดว่าถ้านำหลายๆ ความคิดมาร่วมกันแล้วถกแถลงผ่านสภาน่าจะได้ทางออกที่ดีทางหนึ่งขึ้นมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะเปิดใจความคิดเห็นเหล่านั้นแล้วนำไปใช้ประโยชน์
    ส่วน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า รัฐบาลไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเลือกใช้วัคซีนทางเลือกนอกจากวัคซีนที่รัฐบาลมีอยู่ แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจ ไร้ความรับผิดชอบของรัฐบาล ทั้งๆ ที่รัฐบาลมีหน้าที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เมื่อเอกชนเสนอตัวช่วยจัดหาวัคซีนประมาณ 10-15 ล้านโดส รัฐบาลไม่ควรปัดโอกาสนี้ทิ้งไป กรณีที่อ้างว่าการเปิดให้เอกชนนำเข้าอาจจะซ้ำซ้อน เป็นการคิดบนพื้นฐานของความไม่รับผิดชอบ
    “น่าสังเกตว่าทำไมรัฐบาลจึงผูกขาดที่ 2 ยี่ห้อนี้ มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ หรือมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ รัฐบาลกลัวอะไรกับการที่เอกชนจะจัดหาวัคซีน” นพ.ชลน่านระบุ
    นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. พรรค พท. กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าการตรวจหาผู้ติดเชื้อและการส่งต่อทับซ้อนกัน ไม่มีศูนย์กลางอย่างชัดเจน ภาพรวมทั้งประเทศอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ในระดับจังหวัดหรือ กทม.เป็นหน่วยการแพทย์ฉุกเฉินที่ดู จึงอยากให้รัฐติดประกาศโดยใช้อำนาจ พ.ร.บ.ควบคุมโรค เพื่อให้คนในหมู่บ้านหรือในชุมชนทราบข้อมูล และต้องทำความสะอาดฆ่าเชื้อในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ควรแจ้งให้ผู้ใกล้ชิด หรือกลุ่มเสี่ยงกักตัวอย่างน้อย 14 วัน วัดที่รับศพผู้ติดเชื้อไปเผาต้องมีความสามารถ ความรู้ และอุปกรณ์เครื่องมือในการฌาปนกิจ ซึ่งรัฐบาลควรเข้าไปดูช่วยเหลือ
    น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ในคลัสเตอร์คลองเตยเป็นอย่างมาก พรรคเพื่อไทยจึงอยากเรียกร้อง ดังนี้ 1.รัฐบาลต้องเร่งสั่งการให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ระดมสรรพกำลังเร่งตรวจหาเชื้อในคลัสเตอร์คลองเตย 2.กทม.ต้องตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาแก้ปัญหาการระบาดในพื้นที่ กทม. เพื่อให้ทำงานได้ตรงจุดและรวดเร็วมากขึ้น 3.นำเอาโมเดลคลัสเตอร์ตลาดกลางกุ้งกลับมาใช้อีกครั้ง และ 4.รัฐควรพิจารณาหาแนวทางเยียวยาผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อย
    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ขอเบี้ยเสี่ยงภัย เพื่อเป็นกำลังใจให้ฮีโร่ตัวจริงของประชาชนตลอด 2 สัปดาห์ผ่านมา โดยระบุว่าได้ลงพื้นที่กันทุกวัน เห็นคนทำงานหนักผู้อยู่เบื้องหลัง จึงอยากจะให้กำลังใจผู้คน ผู้เสียสละ ผู้เป็นฮีโร่ตัวจริงตั้งแต่แพทย์ พยาบาล สหวิชาชีพ ตลอดจนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แม้แต่เจ้าหน้าที่รถพยาบาล กลุ่มอาสาสมัครต่างๆ ตั้งแต่อาสาสมัครภาคประชาชน ทั้งอาสาสมัครสาธารณสุข รวมทั้ง อปพร. ประธานและกรรมการชุมชน ถ้าไม่มีท่านเหล่านี้ ที่ช่วยเหลือดูแลผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อที่อยู่ที่บ้าน และคอยประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ ก็คงจะมีคนเสียชีวิต หรือป่วยหนักที่บ้านอีกเยอะ และอีกกลุ่มที่ทำงานหนักมากคือ อาสาสมัครของมูลนิธิต่างๆ
    “ทั้งหมดคือฮีโร่ตัวจริงของคนไทยทุกคน ที่อยากจะวิงวอนรัฐบาลให้ช่วยดูแลหัวใจของคนเหล่านี้ ที่เสียสละทำงานหนัก และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุด โดยกรณีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกสาขาวิชาชีพ เร่งจ่ายเบี้ยเสี่ยงภัยที่ค้างท่อของเก่าที่ยังจ่ายให้ไม่ครบ และให้เพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัยในรอบนี้ รวมทั้งพิจารณาความดีความชอบให้ทุกท่านเป็นพิเศษในปีนี้ ส่วนอาสาสมัครประชาชน หรือ อสม. อสส. อปพร. ประธานและกรรมการชุมชน และอาสาสมัครของมูลนิธิต่างๆ รัฐควรดูแลและตอบแทนด้วยการอนุมัติเงินตอบแทนค่าเสี่ยงภัยเป็นพิเศษให้กับทุกท่านที่ปฏิบัติงานช่วยกู้วิกฤติโควิดในครั้งนี้ด้วย ซึ่งใช้ไม่เยอะเลย เทียบไม่ได้กับความเสียสละของผู้คนเหล่านี้ ขวัญกำลังใจของคนทำงานสำคัญที่สุดค่ะ” คุณหญิงสุดารัตน์ระบุ
    นายประมวล เอมเปีย หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีไม่ให้เอกชนนำเข้าวัคซีนว่า เพราะนายกฯ กลัวใช่หรือไม่ว่าถ้าให้เอกชนนำเข้ามาวัคซีนทางเลือกที่มีประสิทธิภาพดีกว่า ราคาถูกกว่า ทำได้ดีกว่า รัฐบาลจะเสียหน้า เสียความนิยม นายกฯ จึงเปลี่ยนใจใช่หรือไม่ ชี้ให้เห็นถึงการบริหารแบบรวมศูนย์อำนาจ แค่คนไม่กี่คนมากำหนดชีวิตประชาชนคนไทยทั้งประเทศ  ถ้าเป็นจริงแสดงว่าเอาชีวิตประชาชนมาเป็นตัวประกันหรืออย่างไร ขอให้นายกฯ ทบทวนการผูกขาดวัคซีนโดยรัฐแต่ฝ่ายเดียว เพื่อสามารถปกป้องชีวิตพลเมืองไทยให้ทันต่อสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19
    ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ทวิตเตอร์ระบุว่า เมียนมาฆ่ากันกลางถนนร่วม 3 เดือนแล้ว สัดส่วนการฉีดวัคซีนโควิด 19 เป็น 1% ของประชากร อันดับ 8 ของอาเซียน ไทยฉีดไป 1.1% อยู่ที่ 7 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์พูดคนไม่เชื่อแล้ว คนตาย คนเจ๊ง รอวัคซีนเพิ่มขึ้นทุกวัน ขอเรียกร้องให้ผู้บริหารหรือคนทำงานของสยามไบโอไซเอนซ์ ผู้ผลิตวัคซีนทางรอดเดียวของคนไทย แถลงความพร้อมอธิบายกระบวนการทำงานตามแผนรัฐบาลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นโดยด่วน อย่าโยงการเมือง บริษัทไหนทำก็จะเรียกร้องแบบนี้.