'ดร.ธนชาติ'บอกไม่ต้องวิเคราะห์เรื่องย้ายประเทศเพราะแค่อีเวนต์


เพิ่มเพื่อน    

5 พ.ค.2564 - ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี (IMC Institute) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เห็นบอกว่ากระแสคนจะย้ายประเทศน่าจะถึงหกแสนคน ทำให้ผมนึกถึงเรื่องเสมัยก่าๆที่คนจีนมากมายอพยพหนีมาเมืองไทย ภาพคนลาว เขมร เวียดนาม หนีมาเมืองไทยมาอยู่ค่ายอพยพแล้วถูกส่งไปประเทศที่สามอย่าง สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ นึกถึงภาพก่อนวันที่ไซ่ง่อนแตกที่คนเวียดนามจำนวนมากมารุมออกันอยู่หน้าสถานทูตอเมริกาเพื่อขอลี้ภัย นึกถึงภาพผู้อพยพอินโดจีนที่ต้องล่องเรือหนีไปลอยคอกลางทะเลจะเข้าตามประเทศต่างๆ แต่นั้นมันมากกว่า 40 ปีแล้ว หรือยุคก่อนๆที่คนจีนสามารถมาเมืองไทยได้แบบเสื่อผืนหมอนใบได้เพราะเรายังไม่มีระบบตรวจคนเข้าเมืองที่ดีพอ

มาในยุคปัจจุบันการจะย้ายถิ่นฐานไปคงไม่ง่าย จะขอวีซ่าไปทำงานบางประเทศยากมากสำหรับคนที่ไม่มีความสามารถพอ และแต่ละประเทศให้จำนวนที่จำกัด ถ้าจะถือวีซ่านักท่องเที่ยวเพื่อให้เข้าประเทศก่อนแล้วแอบลอบทำงานก็ผิดกฎหมาย ก็จะแอบอยู่อย่างโรบินฮูด เหมือนที่ผมเคยเห็นในอเมริกา นิวซีแลนด์ เกาหลี แต่ก็ไม่สามารถประกอบอาชีพดีๆได้ อยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ

อย่างที่บอกครับอย่ามองว่ากระแสนี้จะเกิดขึ้นจริง คนเก่งจริงๆอาจมีที่ขอวีซ่าไปได้ แต่มีจำนวนน้อยแล้วบางครั้งควรส่งเสริมเขาด้วยซ้ำไป เราคงไม่ได้สูญเสียคนเก่งไปมากมายจนถึงขนาดว่าประเทศจะไม่พัฒนาต่ออย่างที่มีอยู่ในกระแส มันเป็นแค่ Event ไม่ต้องเสียเวลาไปวิเคราะห์ผลกระทบอะไรเลย ถ้าคนจะย้ายไปเยอะๆเป็นหลายแสนจริงในปัจจุบัน ผมนึกถึงภาพของซีเรีย เยเมน หรือแม้แต่พม่า กับชาวโรฮินยา ที่อพยพหนีออกจากประเทศ ต้องไปอยู่ในค่ายอพยพประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นถ้าตัวเลขนั้นจะเป็นจริงก็คงต้องมีค่ายอพยพคนไทยในชายแดนอาจเป็นพม่าหรือลาวที่คนจำนวนเป็นหมื่นเป็นแสนไปอยู่กัน
 


การที่ "ไต้หวัน" ตกอยู่ในสภาพ "เศรษฐีขาดไฟ" เป็นกรณีศึกษาด้าน "สะท้อนคิด" คือ โควิดมารอบแรก ไต้หวันสยบราบคาบ

๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"
เมื่อ"มั่นใจ"ก็ไปท่องเที่ยว