ศักดิ์สยาม สั่งเคาะระบบขนส่งรูปแบบ ART แทนแทรมภูเก็ตช่วยประหยัดงบ 1.52 หมื่นล้าน


เพิ่มเพื่อน    


14 พ.ค.2564-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเมืองหลักในภูมิภาค สำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชน จ.ภูเก็ต ครั้งที่ 2 ผ่าน ว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้บูรณาการความร่วมมือกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินการทบทวนการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารและการเดินทาง โดยได้ดำเนินการวิเคราะห์ภาพรวมการเดินทางของจังหวัดภูเก็ต และความสอดคล้องกับโครงการระบบขนส่งมวลชน และโครงการทางพิเศษ (ทางด่วน)

ทั้งนี้ จากการทบทวนดังกล่าวนั้น สรุปได้ว่ามีทางเลือกที่มีความเหมาะสมทางเศรษฐกิจและสังคม 2 ทางเลือก คือ ทางเลือกที่ 1 ดำเนินการก่อสร้างโครงการระบบขนส่งมวลชน และโครงการทางพิเศษตามแผนงานเดิม ที่มีกำหนดการเปิดให้บริการในปี 2569 และ 2571 ตามลำดับ โดยกรณีนี้ มีข้อดีคือ โครงการจะสามารถเปิดให้บริการได้ตามแผนงาน แต่ในระหว่างการก่อสร้างจะมีผลกระทบด้านการจราจรมาก

อย่างไรก็ตามขณะที่ ทางเลือกที่ 2 ดำเนินการก่อสร้างทางพิเศษตามแผนงานเดิม ซึ่งจะเปิดให้บริการปี 2571 แต่ชะลอแผนการก่อสร้างโครงการระบบขนส่งมวลชน โดยกำหนดเปิดให้บริการปี 2573 เพื่อรอให้โครงการทางพิเศษบางส่วนเปิดให้บริการก่อน ซึ่งกรณีนี้จะทำให้มีผลกระทบด้านการจราจรระหว่างการก่อสร้างโครงการระบบขนส่งมวลชนน้อย เนื่องจากประชาชนมีโครงการทางพิเศษ เป็นทางเลือกในการเดินทาง

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ตนได้มีข้อสั่งการให้ รฟม. และ กทพ. จัดทำแผนงานในรายละเอียด (Action Plan) และกรอบระยะเวลา (Timeline) สำหรับทั้ง 2 ทางเลือกที่นำเสนอไว้ ภายใน 2 สัปดาห์ และเมื่อสถานการณ์แพร่ระบาดของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) คลี่คลายลงแล้ว ให้ทั้ง 2 หน่วยงานลงพื้นที่ จ.ภูเก็ตเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในประเด็นทางเลือกการดำเนินโครงการทั้ง 2 ทางเลือก ทั้งนี้ ให้กำหนดผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ครบทุกกลุ่ม ก่อนสรุปเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาตัดสินใจต่อไป

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า รฟม. ได้รายงานผลการพิจารณาทบทวนรูปแบบโครงการเป็นระบบ Automated Rapid Transit (ART) พบว่า จะทำให้กรอบวงเงินลงทุนโครงการลดลงประมาณ 15,289 ล้านบาท และลดระยะเวลาการก่อสร้างจากเดิม 9 เดือน ซึ่งผลจากต้นทุนที่ต่ำลง จะส่งผลให้ รฟม.สามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารที่ถูกลงได้ โดยในเบื้องต้น มีแนวคิดจะกำหนดอัตราค่าโดยสาร แบ่งเป็น การเดินทางในเขตเมืองภูเก็ต การเดินทางนอกเขตเมือง และการเดินทางระหว่างเขตเมือง สำหรับเทคนิคการก่อสร้างจะเลือกใช้วิธีการก่อสร้างที่ใช้ระยะเวลาน้อยที่สุด เพื่อลดผลกระทบ เช่น การใช้คอนกรีตหล่อสำเร็จ และการใช้ Launching Gantry เป็นต้น

อย่างไรก็ตามจากการพิจารณาอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมนั้น นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ตนสั่งการให้ รฟม.คำนึงถึงประชาชนเป็นลำดับแรก และเนื่องจากเป็นโครงการแรกที่จะใช้เทคโนโลยี Automated Rapid Transit (ART) ให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยค้นคว้าโครงสร้างอัตราค่าโดยสารของโครงการ ART จากต่างประเทศประกอบการพิจารณาด้วย โดยจะต้องเป็นอัตราที่ส่งเสริมให้เกิดการใช้ระบบขนส่งสาธารณะและต้องไม่เป็นภาระต่อประชาชน ทั้งนี้ ให้ รฟม. พิจารณาลดต้นทุน และระยะเวลาการก่อสร้างเพิ่มเติม โดยพิจารณานำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีต้นทุนต่ำมาปรับใช้ เพื่อให้สามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารได้ต่ำที่สุด

ทั้งนี้ ในด้านการรายงานผลการขอใช้พื้นที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น รฟม.ได้ดำเนินการขอใช้พื้นที่จากเทศบาลนครภูเก็ต และเทศบาลนครภูเก็ตได้มีหนังสือยินดีให้การสนับสนุนพื้นที่บริเวณถนนเทพกระษัตรีและถนนภูเก็ตแล้ว ส่วนการใช้พื้นที่ของกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้มีการบูรณาการความร่วมมือในเบื้องต้นร่วมกันแล้ว และ รฟม.จะได้จัดทำรายละเอียดเพื่อให้ทั้งสองหน่วยงานพิจารณาอนุญาตต่อไป


วัคซีน "Chula Cov19" จะเป็นวัคซีนที่ "ช้าหน่อย แต่ชัวร์" ด้านคุณภาพและความปลอดภัย ในบรรดาวัคซีนโควิด-๑๙ ที่มีอยู่ตอนนี้! ยิ่งกับปัญหา....

เรื่อง 'ไม่เป็นเรื่อง' (ซักวัน)
"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"