'เทพมนตรี' ตอกคณะก้าวหน้าใช้นักวิชาการผิด ชำแหละวิธีคิดดักดานพูดซ้ำซากตำหนิเจ้านาย


เพิ่มเพื่อน    

10 มิ.ย.64 - นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กว่า วาทกรรมสำนักคิดชาตินิยมดักดานของธงชัยและคณะก้าวหน้า ผ่าน Common school แนวคิดนอกขนบหรือนอกคอกแบบซ้ำซากไม่ได้มีอะไรใหม่ Common school ที่คณะก้าวหน้าเขาทำเป็นหลักสูตร และมีปีกปฐมนิเทศธงชัย นำเอาประวัติศาสตร์นอกขนบมาอธิบายเชิงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งการบรรยายครั้งที่ 1 นำเสนอหัวข้อ สยามไม่เคยเสียเอกราชฯ

ข้าพเจ้าว่าไม่ได้เป็นของใหม่ เพราะเคยเห็นธงชัยเขาทำแบบนี้กับวงวิชาการประวัติศาสตร์แบบนี้มาหลายสิบปี แต่ก็ยังไม่มีใครเชื่อนัก เพราะประเทศเพื่อนบ้านของเราก็เสียดินแดนถูกครอบงำจากชาติมหาอำนาจชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอินโดจีน มาลายู หรือแม้ประเทศใหญ่ๆ อินเดีย จีน หรือพม่า ทุกวันนี้ก็มีคนเชื่อถือเขาน้อยมาก ฝ่ายเราเองก็อย่าไปตระหนกตกใจเกินเหตุ ถ้าเข้าใจตามที่ข้าพเจ้าใคร่จะชี้แจงดังนี้

1. ธรรมชาติวิชาประวัติศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะเมื่อเอกสารหลักฐานใหม่ เหตุผลใหม่ เทคโนโลยีความก้าวหน้าทางวิทยาการใหม่ๆเข้ามา ประวัติศาสตร์ที่เราเคยเชื่อถือกันมาก็ย่อมเปลี่ยนได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นในหลวงรัชกาลที่ 4-6 เสด็จในกรมดำรงราชานุภาพ ผู้เป็นบิดาประวัติศาสตร์ก็ล้วนแล้วแต่ทรงมีพระเมตตาใจกว้างและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนพระราชพงศาวดารที่ทรงแต่งหรือได้รับมรดกความรู้มาจากตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ปัญหาของเราก็คือตัวเราเองนั่นแหละที่ไม่อยากเปลี่ยนแล้วไปอ้างว่าพระองค์่ท่านมีพระวินิจฉัยถูกต้องแล้ว

ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของวิชาประวัติศาสตร์และเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราได้ไปศึกษามาอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องดีแล้วจะไปกลัวอะไร ก็อธิบายสิ่งที่ธงชัยและคณะก้าวหน้านำเสนอมา ว่ามีความบกพร่อง เรื่องจริงเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ แม้ต่อไปสิ่งที่ธงชัยและคณะก้าวหน้าคิดก็อาจผิดได้เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป

2. เราก็ต้องดูที่หลักฐานเอกสารที่พวกเขานำเสนอ ว่าเขาใช้หลักฐานอะไรมาอธิบายและหลักฐานนั้นเมื่อนำมาประเมินคุณค่าในขบวนวิธีการศึกษาแล้วมันใช้ได้หรือไม่ ยกตัวอย่างกรณี ณัฐพล ใจจริง เราก็สามารถจับผิดพิรุธในการใช้หลักฐาน เหมือนอย่างพวกเฟกนิวส์ ซึ่งฝ่ายเราเองก็อย่าไปเที่ยวกุข่าว ตีความ สร้างกระแสซ้ำก็พอ

วิธีการที่เขาเรียกว่าประวัติศาสตร์นอกขนบ ก็ไม่ต่างอะไรที่เราเคยมีประวัติศาสตร์นอกตำรา ประวัติศาสตร์ของชาวเที่ยงคืน หรือประวัติศาสตร์ขบถ สุดแต่อยากจะเรียกว่าอะไร ซึ่งเป็นแค่การแสดงละครวาทกรรม คิดชื่อให้คนสนใจเข้ามารับชม รับฟังเท่านั้น จึงไม่มีอะไรใหม่ และแน่นอนอย่างที่ข้าพเจ้าเคยบอก วิธีคิดเช่นนี้เป็นความดักดานที่ธงชัยพูดซ้ำมาหลายสิบปี พวกนี้จึงมีวังวนคิดแต่ตำหนิเจ้านาย และบิดาประวัติศาสตร์ประดิษฐ์ประโยค “ราชาชาตินิยม” หรือ “ชาตินิยม” ขึ้นมา ข้าพเจ้าจึงจัดให้พวกเขาเป็นสำนักคิดประวัติศาสตร์ชาตินิยมดักดาน

เพราะอันที่จริงแล้วประวัติศาสตร์ไทยในระยะ 30 ปีมานี้มีความก้าวหน้าไปมาก นักวิชาการที่เขามุ่งศึกษาค้นคว้าได้พบหลักฐานใหม่ๆมีมากมาย เปลี่ยนแปลงไปหลายเรื่องก็มี เพียงแต่พวกเขาไม่ใช้เรื่องเหล่านี้มาปะปนกับการเมือง

3. ข้อบกพร่องของรัฐ และกระทรวงที่เกี่ยวข้องตามไม่ทันความก้าวหน้าทางวิชาการ มันจึงเข้าทางคนกลุ่มนี้ เช่น เรามีรัฐมนตรีกระทรวงศึกษา กระทรวงวัฒนธรรมที่ไร้ความสามารถ เข้ามาบริหารงานตามโควต้า ไม่ใช่ผู้มีความรู้ มันจึงเป็นจุดบอด

4. สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ถ้าคิดว่าสยามไม่เคยเสียดินแดนหรือเอกราชนั้นก็จริง เพราะข้าพเจ้าดูที่หลักฐาน ส่วนรายละเอียดที่ว่าดินแดนที่เราเคยได้มาแต่เก่าก่อนตั้งแต่รุ่นพระเจ้าตาก รุ่นต้นกรุงรัตนโกสินทร์จะมาปะปนกับสถานการณ์ในรัชกาลที่ 5 ไม่ได้ เพราะวิธีการปกครองแต่โบราณมาจนถึงการปฏิรูปการปกครองใหม่ของพระองค์ท่านมันผ่านระยะเวลาการเป็นเมืองขึ้นมายาวนานเป็น 100 ปี เมื่อเราผนวกเข้ากับรัฐรวมศูนย์ เราจึงถือว่าดินแดนเหล่านั้นคือดินแดนเดียวกันกับเรา เมื่อเราเสียไป เราจึงตีความตามบริบททางสังคมการเมืองในเวลานั้นว่า เราเสียดินแดนและอาจเสียเอกราชได้ถ้าดำเนินนโยบายการเมืองผิดพลาด

สิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงมีวิเทโศบายจึงเป็นเรื่องที่ควรยกย่อง และความวิริยะอุตสาหะของเจ้านายที่เป็นกำลังหลักก็ควรที่จะกล่าวถึง เพราะหลักฐานประจักษ์พยานเหตุการณ์มากมายมันบ่งบอกและเป็นไปเช่นนั้น แม้ชาวต่างประเทศและคณะที่ปรึกษาฝรั่งที่อยู่ภายใต้พระบรมราชานุเคราะห์กินเบี้ยหวัดเงินเดือนก็บันทึกไว้อย่างมากมาย

ข้าพเจ้าจึงว่า สำนักคิดประวัติศาสตร์ชาตินิยมดักดานและคณะก้าวหน้านี้ ไม่ได้นำเสนออะไรที่รอบด้านหรือมีข้อมูลมาหักล้างเอกสารหลักฐานชั้นต้นที่ยืนยันว่าสยามเสียดินแดนหรือหวิดเสียเอกราชให้อาณานิคมชาติมหาอำนาจ

ปิยบุตรใช้นักวิชาการผิด!


"วัคซีนไฟเซอร์" จากอเมริกา "มหามิตร" บริจาค มาถึงไทยแล้ว จะ ๑.๕ ล้าน หรือ ๒.๕ ล้านโดส ก็ช่างเถอะ ยังไงๆ ก็ต้องขอบใจเขา

ตลกเทพของ "ป๋าเทพ"
เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"