บันทึกหน้า 4


เพิ่มเพื่อน    

      เหมือนเดิม อภิปรายอย่างราชสีห์ เสียบบัตรลงมติอย่างหนู หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน เห็นชอบพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 หรือเรียกสั้นๆ พ.รก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ด้วยคะแนน 270 ต่อ 196 งดออกเสียง 1 และไม่ออกเสียง 2 เสียง

                ไฮไลต์สำคัญไม่ค่อยแตกต่างจากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 เมื่อสัปดาห์ก่อนนู้น ฝ่ายค้าน กับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลหน้าเดิมๆ ดาหน้าถล่มปมวัคซีนเป็นธีมหลัก ส่วนเนื้อหาแทบจะก๊อปปี้กันมา มีอย่างเดียวเสียกระมังที่ไม่เหมือนกันคือ ชื่อกฎหมายที่พิจารณา

                ขณะที่พรรคพลังประชารัฐกับพรรคภูมิใจไทยยังโชว์ความไม่สามัคคีกันเหมือนเดิม ยืมเวทีสภามาชำระแค้น โดยเฉพาะโจทก์เก่าอย่าง ‘มาดามเดียร์’ - น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ แกนนำกลุ่มดาวฤกษ์ กับพรรคภูมิใจไทย ที่งวดนี้ไม่ปล่อยให้พรรคภูมิใจไทยชำแหละการจัดงบประมาณของรัฐบาลฝ่ายเดียว แต่รุกคืบไปอภิปรายเกี่ยวกับงบของกระทรวงสาธารณสุข ที่มี ‘หมอหนู’ - อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นั่งกุมบังเหียน แต่อยากจะถอนหายใจดังเฮือก เพราะเอาเรื่องแค้นเคืองส่วนตัวมาบดขยี้กันในเวทีสภาอีกแล้ว...๐

                ชักจะยังไงเสียแล้ว คำพูดกับพฤติกรรมมันย้อนแย้งสิ้นดี แต่อย่างว่านี่คือการเมือง ส.ส.เคราเข้ม - ‘ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ’ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า จะเหาะจากพรรคเพื่อไทยมาพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะหายหน้าหายตา ไม่ยอมลุกขึ้นอภิปรายรัฐบาลเลยในระยะหลัง ทั้งที่ปกติเป็นแนวหิวแสง กระทั่งเจ้าตัวออกมาปฏิเสธเสียงแข็งขออยู่กับฝ่ายประชาธิปไตย แต่ล่าสุดมีพิรุธอีกแล้วเจ้าข้าเอย นอกจากจะไม่อภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทแล้ว ยังไม่มาลงมติอีก…๐

                เขาว่า กลิ่นยุบสภาแรงจนเตะจมูก หลัง ‘บิ๊กตู่’- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พูดในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้ใช้เวลาที่เหลืออีก 1 ปี เร่งปั่นผลงาน โดยเอาไปผสมคลุกคลีกับที่ ‘ชวน หลีกภัย’ ให้โอวาทตำรวจรัฐสภา เกี่ยวกับการรับมือผู้ติดตาม ส.ส.สายกร่าง ช่วงหนึ่งว่า นายกฯ มีสิทธิยุบสภา เท่านั้นแหละ การเมืองนี่อึกทึกครึกโครมกันทีเดียว 

                ก่อนอื่นต้องกางปฏิทินก่อนว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันเริ่มทำงานในปลายเดือนสิงหาคม 2562 ตอนนี้อายุเกือบๆ  จะ 2 ขวบเต็ม หากติ๊งต่างว่า 1 ปีหลังจากนี้ ‘บิ๊กตู่’ เอาแน่ เท่ากับว่า เลือกจะอยู่แค่เกือบ 3 ปีแล้วเลือกตั้งใหม่ แต่จะว่าไป ไม่ได้แปลกอะไร เพราะที่ผ่านมาแม้จะมีโควตาเทอมนึง 4 ปี แต่รัฐบาลส่วนใหญ่อยู่กันแค่ 3 ปีเศษๆ ก็หาจังหวะดีๆ ได้เปรียบทางการเมือง ก็ชิงยุบสภากันแล้ว 

                แต่มีการตั้งข้อสงสัยกันต่างๆ นานา ว่าเหตุใด ‘บิ๊กตู่’ จะมารีบพูดกันตั้งแต่ไก่โห่ หรือจะเป็นเพราะต้องการเอามาขู่ฝ่ายค้านที่เล่นการเมืองไม่เลิก แต่อย่างไรก็ดี มีคนบอกให้ดูดีๆ งานนี้ขู่ฝ่ายค้าน หรือขู่พรรคร่วมรัฐบาลกันแน่ เพราะระยะหลังๆ ชอบออกฤทธิ์ออกเดชต่อรองนู่นนี่นั่นจนปั่นป่วนไปหมด 

                แม้หลังมีข่าวพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ 2 พรรคร่วมรัฐบาลจะรีบออกตัวว่าพร้อมตลอดเวลา ไม่มีปัญหา ยุบตอนไหนได้หมด แต่ไม่รู้จะออกแนวปากกล้าขาสั่นหรือไม่ เพราะหากมีการยุบสภาจริง เผลอๆ 2 พรรคนี้อาจเป็นผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด พรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผมเองยังไม่มีวี่แววจะฟื้นใน กทม.และภาคใต้ จนถูกค่อนแคะว่ารอบหน้าอาจได้น้อยกว่าเดิม ขณะที่พรรคภูมิใจไทยเอง มีอำนาจต่อรองในรัฐบาลมากเกินไป ยี่ห้อ 3 ป. คงไม่ยอมให้โตกว่านี้จนมากดในรอบหน้าอีกแน่ แล้วถ้ากลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ดูอย่างไรก็ไม่เอื้อกับ 2 พรรคนี้…๐

                ความฝันก่อนหน้านี้ของ ‘ดร.แด๊ก’ -ธนกร วังบุญคงชนะ คือ การได้เป็นโฆษกรัฐบาล แต่ด้วยภาพการเมืองทำให้ไม่สมหวังมาสองครั้งสองหน กระทั่งได้มาทำงานใกล้ๆ ตา ‘บิ๊กตู่’ ในฐานะเลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลยเริ่มขึ้นหม้อๆ ขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการทำหน้าที่องครักษ์นายกฯ ที่คอยโต้ทุกดอก ตอกทุกเม็ดกับฝ่ายค้าน ตั้งแต่ระดับหัวยันระดับหาง ประหนึ่งว่าใครแตะต้องนายกฯ จะด่าคืนหมด จนถูกอกถูกใจคนตึกไทยฯ ล่าสุดได้อัปเลเวลเป็นโฆษกศูนย์บริหารเศรษฐกิจ (ศบศ.) ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้องปรับโหมดจากการเมืองมามิติเศรษฐกิจด้วย งานนี้เหมือนเวทีวัดฝีมือเหมือนกัน ถ้าทำได้ดี ทั้งบู๊และบุ๋น งวดหน้าลุ้นโทรโข่งรัฐบาลได้เลย...๐

ปรารถนา