อเมริกันสังเวยโควิดเกิน600,000ศพ ผลศึกษาชี้ไวรัสโผล่สหรัฐตั้งแต่ธ.ค.62


เพิ่มเพื่อน    

ข้อมูลอย่างเป็นทางการเผย สหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตผ่านหลัก 600,000 คนเมื่อวันอังคารที่่ผ่านมา ขณะรัฐแคลิฟอร์เนียและนิวยอร์กเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ส่วนใหญ่แล้วหลังการแพร่ระบาดลดลง ผลศึกษาล่าสุดตอกย้ำไวรัสโคโรนาโผล่ในสหรัฐตั้งแต่ปลายปี 2562 ไล่เลี่ยกับที่พบผู้ติดเชื้อในเมืองอู่ฮั่นของจีน

    สหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เสียชีวิตรายแรกในประเทศเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จากนั้น 4 เดือน สหรัฐมีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตถึง 100,000 คน แต่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูหนาวปี 2563-2564 โดยใช้เวลาเพียงเดือนเศษสหรัฐก็มีผู้เสียชีวิตเพิ่มจาก 300,000 เป็น 400,000 คน ส่วนยอด 100,000 คนล่าสุดนี้ใช้เวลา 4 เดือนเช่นกัน จึงมีผู้เสียชีวิตเพิ่มจาก 500,000 เป็น 600,000 คน

    ข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ถึงวันพุธตามเวลาไทย สหรัฐมีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิต 600,285 คน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 33.48 ล้านคน รายงานของสำนักข่าวเอพีกล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ในสหรัฐขณะนี้มีมากกว่าจำนวนของประชากรในเมืองบัลติมอร์ เมืองใหญ่สุดของรัฐแมริแลนด์ หรือมิลวอกี เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐวิสคอนซิน และมากพอๆ กับจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในสหรัฐเมื่อปี 2562

    ยอดเสียชีวิตทะลุ 600,000 ศพเมื่อวันอังคารเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่รัฐแคลิฟอร์เนียและนิวยอร์กยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ที่มีอยู่เกือบทั้งหมดแล้ว ตามรอยรัฐอื่นๆ ที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติทีละขั้น และอาจทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากใช้ชีวิตปกติได้ในช่วงฤดูร้อนปีนี้

    นับแต่มีวัคซีนในช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา จำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโควิดในสหรัฐรายวันเหลือเฉลี่ยแค่วันละประมาณ 340 คน จากที่เคยสูงกว่า 3,400 คนในช่วงกลางเดือนมกราคม ส่วนผู้ติดเชื้อเหลือเฉลี่ยวันละประมาณ 14,000 คน จากที่เคยสูงถึงวันละ 250,000 คนในช่วงหน้าหนาว

    อย่างไรก็ดี เชื่อกันว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงในสหรัฐและทั่วโลกน่าจะสูงกว่ายอดอย่างเป็นทางการมาก เนื่องจากหลายกรณีไม่มีการรายงานหรือสำหรับในบางประเทศอาจถูกปกปิด

    นับแต่จีนพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อปลายปี 2562 ถึงขณะนี้จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกตามข้อมูลจากแหล่งทางการของจอห์นส์ฮอปกินส์อยู่ที่ 3,823,787 คน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 176.66 ล้านคน อินเดียและบราซิลมีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 และ 3 ของโลก ตามลำดับ

    ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวเมื่อวันจันทร์ ยอมรับว่าจำนวนผู้เสียชีวิตกำลังใกล้แตะ 600,000 คนในสหรัฐว่า ในขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่และยอดเสียชีวิตลดลงอย่างมากในสหรัฐ  แต่ยังคงมีหลายชีวิตที่สูญเสียและตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะปล่อยการ์ดตก

    ไบเดนตั้งเป้าหมายว่า จะต้องมีประชากรวัยผู้ใหญ่ในสหรัฐ 70% ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดสภายในวันชาติ 4 กรกฎาคม แต่หลายรัฐทางใต้ยังทำได้ไม่ถึงเป้า ถึงตอนนี้มีประชากรสหรัฐฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดสแล้วแค่ 52% หรือ 174 ล้านคน

    ขณะเดียวกัน เอเอฟพีรายงานว่า มีผลการศึกษาชิ้นใหม่ที่อิงจากการทดสอบแอนติบอดีจากตัวอย่างเลือดของอาสาสมัคร 24,000 รายทั่วสหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม ถึง 18 มีนาคม 2563 ที่พบหลักฐานเพิ่มเติมว่า ไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 หรือ SARS-CoV-2 ปรากฏในสหรัฐตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 เป็นอย่างน้อย หรือหลายสัปดาห์ก่อนหน้าที่สหรัฐจะประกาศการพบผู้ติดเชื้อคนแรกในประเทศเมื่อ 21 มกราคม 2563

    รายงานผลการศึกษาของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นไอเอช) เผยแพร่ในวารสารโรคติดเชื้อทางคลินิก กล่าวว่า แอนติบอดีของไวรัสชนิดนี้ตรวจพบในตัวอย่างของผู้ป่วย 9 ราย ผ่านการทดสอบทางวิทยาเซรุ่มแยกกัน 2 ครั้ง โดยตัวอย่างที่มีผลเป็นบวกชุดแรกมาจากผู้ร่วมการทดลองในรัฐอิลลินอยส์และรัฐแมสซาชูเซตส์เมื่อวันที่ 7 มกราคม และ 8 มกราคม 2563 ซึ่งชี้ว่าไวรัสนี้อยู่ในสองรัฐนี้มาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2562.


เห็นมั้ย........ ไอ้ตัวอยู่เบื้องหลัง "ขบวนการสามนิ้ว" ที่ใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือ "ล้มสถาบันกษัตริย์"

ปริศนา"I Roam Alone"? 
ชีวิตรอได้"เพื่อวัคซีนไทย"
ตลกเทพของ "ป๋าเทพ"
เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"