คดีสุดประหลาดนํ้าส้มขวดผิดกม.


เพิ่มเพื่อน    

รองอธิบดีอัยการปราบทุจริตภาค 9 ไม่สบายใจคดีล่อซื้อน้ำส้มขวด เป็นคดีกระทบใจประชาชนในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจยุคโควิด-19 พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่ทำการจับกุมออกมาให้ความกระจ่างเพื่อให้คนได้เข้าใจและจะไม่ทำผิดอีก
    เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 64 นายโกศลวัฒน์ อินทุ จันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 9 โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า
    เห็นข่าว..ล่อซื้อน้ำส้ม?
    มีคนส่งข่าวล่อซื้อน้ำส้มขวดมาให้ ผมอ่านแล้วไม่สบายใจอย่างยิ่ง ในยุควิกฤติโควิด พี่น้องประชาชนตกงาน ครอบครัวได้รับผลกระทบกันไปถ้วนหน้า ต่างออกมาดิ้นรนหาอาชีพเสริม ทำของขาย หวังได้รายได้มาช่วยจุนเจือครอบครัว อัยการพบคนผ่อนบ้านไม่ไหว ผ่อนรถไม่ไหว แต่กลับตกงานไม่มีเงินไปผ่อนตามสัญญา มาขอปรึกษาปัญหากฎหมายเพราะจะถูกฟ้องยึดรถยึดบ้าน 
    การจับกุมเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชน มีคนถามมาว่าจับอย่างนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ อัยการคงตอบไม่ได้ครับเพราะไม่ทราบรายละเอียดในการจับกุมเลย ไม่ทราบว่าข้อหาอะไรด้วย ไม่มีข้อมูลตามความจริง ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม ครับ และสถานที่เกิดเหตุเป็นอย่างไรคงได้อ่านจากข่าวเหมือนกัน 
    จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เข้าจับกุม ออกมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะคนที่ทำน้ำส้มน้ำผลไม้ขายมีอยู่บนถนนแทบทุกสาย โดยเฉพาะใช้คำว่าล่อซื้อ มีการโทรสั่งให้ผลิต 500 ขวด ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏเป็นข่าวย่อมกระทบต่อจิตใจของประชาชนในยามเศรษฐกิจมีปัญหาแทบทุกครัวเรือน ออกมาอธิบายให้ประชาชนเข้าใจเถอะครับ ปฏิบัติให้ถูกต้องว่าถ้าต้องขายน้ำผลไม้ต้องทำอย่างไร ต้องผลิตอย่างไร กรอบของกฎหมายทำได้แค่ไหนอะไรที่ประชาชนชาวบ้านธรรมดาไม่มีโรงงานสามารถทำขายได้เอง ยามนี้ประชาชนที่ออกมาช่วยตัวเอง เขาคือคนที่ลดภาระให้รัฐ 
    ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจับกุม โปรดออกมาอธิบายให้ความรู้กับประชาชน เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องและไม่ผิดกฎหมายจะได้ทำมาหากินกันต่อไปได้ ความขัดแย้งในสังคมทุกวันนี้เกิดจากความไม่เข้าใจ ไม่รู้กฎหมาย ผู้ใช้กฎหมาย ใช้อำนาจรัฐในการจับกุม เราช่วยกันอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ จะได้ลดความขัดแย้งในสังคมได้โดยเฉพาะภาครัฐกับประชาชน… ช่วยกันสร้างสังคมแห่งความเข้าใจ เพื่อสังคมไทยไม่ขัดแย้ง…!!
    ล่าสุด นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เผยว่า ได้รับรายงานเรื่องเจ้าหน้าที่ล่อซื้อน้ำส้มจำนวน 500 ขวด และสั่งปรับเงินเจ้าของร้านเป็นจำนวนเงิน 12,000 บาทแล้ว หลังจากกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียลถึงความเหมาะสม
    โดยนายลวรณได้สั่งการให้รองอธิบดีฯ ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าทีมล่อซื้อใช่เจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิตจริงหรือไม่ และเตรียมแถลงข่าวชี้แจงในเร็วๆ นี้.