มาเลเซียอัดฉีด1.15ล้านล้าน รองรับขยายล็อกดาวน์ไม่มีกำหนด


เพิ่มเพื่อน    

นายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ของมาเลเซีย ประกาศมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจ 1.15 ล้านล้านบาท รวมถึงการแจกเงินช่วยเหลือและอุดหนุนค่าจ้าง หวังบรรเทาผลกระทบจากการตัดสินใจขยายมาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศออกไปอย่างไม่มีกำหนดเพื่อคุมการระบาดของโควิด-19

แฟ้มภาพ มูห์ยิดดิน ยัสซิน นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย (Photo by Syaiful Redzuan/Anadolu Agency via Getty Images)

    เดิมมาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศของมาเลเซียครบกำหนดในวันจันทร์นี้ แต่สื่อของทางการมาเลเซียรายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลจะไม่ผ่อนคลายมาตรการจนกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จะต่ำกว่าวันละ 4,000 คน

    รอยเตอร์รายงานว่า วันอาทิตย์มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 5,218 คน ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเป็น 739,266 คน เสียชีวิตแล้ว 5,001 คน

    ในคำแถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน นายกฯ มูห์ยิดดินกล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ 150,000 ล้านริงกิต (1,156,440 ล้านบาท) จะรวมถึงการอัดฉีดทางการคลัง 10,000 ล้านริงกิต, โครงการอุดหนุนค่าจ้าง 3,800 ล้านริงกิต และการแจกเงินสดเพิ่มเติม, การพักชำระหนี้, การลดหย่อนภาษี, เงินช่วยเหลือ, เงินอุดหนุน และมาตรการอื่นๆ

    ผู้นำมาเลเซียกล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะใช้จ่ายเงินเพิ่มเติมอีก 1,000 ล้านริงกิต (7,700 ล้านบาท) ในโครงการฉีดวัคซีน รวมถึง 400 ล้านริงกิตในการจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติม โดยเงินกองทุนส่วนนี้จะรับประกันว่าการฉีดวัคซีนจะครอบคลุม 130% ของประชากร 32 ล้านคน และจะขยายโครงการฉีดวัคซีนให้แก่เยาวชนอายุ 12-18 ปีด้วย

    นอกเหนือจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ต้องกดให้ลงแล้ว รัฐบาลมาเลเซียกล่าวว่า มาตรการล็อกดาวน์จะผ่อนคลายได้ต่อเมื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งด้านอัตราการฉีดวัคซีนและขีดความสามารถด้านการรักษาพยาบาล

    มูห์ยิดดินกล่าวว่า ถึงวันเสาร์ มีประชากรมาเลเซียประมาณ 15.5% ที่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วอย่างน้อย 1 โดส และ 6% ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"