‘ลูลู่ อาร์สยาม’ควงว่าที่เจ้าบ่าว‘คุณชาติ’ ลั่นไม่รอแล้วงานแต่ง!


เพิ่มเพื่อน    

 

          ลูลู่ อาร์สยาม ขอควงว่าที่เจ้าบ่าว คุณชาติ เปิดตัวหลังถูกขอแต่งงาน แต่เพราะโควิด-19 ต้องเลื่อนแล้ว เลื่อนอีก ลั่นไม่รองานแต่งงานแล้ว ตอนนี้ขอเดินหน้าปั๊มลูก แต่ต้องแลกมาด้วยน้ำตา พร้อมเผยสาเหตุเคยเลิกกันมาแล้ว เพราะลูลู่ปันใจให้ชายอื่น และเพราะอะไรที่ทำให้ลูลู่และคุณชาติยังรักกันมายาวนานกว่า 18 ปี โดยทั้งคู่มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีหนิง ปณิตา และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

 

คุณเพิ่งถูกขอแต่งงาน?

คุณชาติ : ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไปเชียงใหม่ ตอนนั้นบอกว่าเราก็คบกันมานานแล้วนะ ผ่านอะไรหลายอย่างมาแล้ว ก็อยากแต่งงานให้เป็นเรื่องเป็นราว ก็เลยขอเขาแต่งงาน

 

เส้นทางความรักของคุณกี่ปีแล้ว?

ลูลู่ : 18 ปี เราก็ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำให้ แล้วไม่คิดว่าเขาจะมีโมเมนต์แบบนี้ แต่วันนั้นเขาก็ทำให้เรา เราก็รู้สึกดีใจนะ ที่มีผู้ชายคนนี้อยู่เคียงข้างเราตลอด ต้องขอบคุณเขา ถึงแม้เขาไม่กล้าแสดงออก แต่วันนั้นเขาทำให้เรานะ

 

แต่งานแต่งไม่ได้จัด เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เพราะพิษโควิด ท้อไหม?

ลูลู่ : ถามว่าท้อไหม ตอนแรกๆท้อนะคะ แต่ว่ามาถึงตรงนี้มันไม่ท้อแล้ว ซึ่งเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเรามีความสุขอยู่แล้ว มันไม่ได้วัดกันตรงที่เราจะต้องแต่งงานกัน เราจะต้องมีใบทะเบียนสมรสกันนะ การใช้ชีวิตคู่มันขึ้นอยู่กับเราสองคนที่อยู่ด้วยกันแล้วเข้าใจกัน คุยกัน อันนี้มันมีความสุขมากกว่า

 

อย่างนี้งานแต่งงานจะเลื่อนไปก่อน หรือว่าไม่ต้องจัดแล้ว?

ลูลู่ : ตอนนี้ที่เราแพลนไว้ก็คือ ตอนแรกที่เขาขอเราคือ ตัวเองปีนี้เราจัดให้มันได้ไหม เราเอาแค่เล็กๆก็ได้ ครอบครัวเราสองฝั่งแล้วมีเพื่อนสนิทมาเป็นสักขีพยานให้เรา ให้ใช่คำว่าครอบครัวสมบูรณ์ที่สุด ผู้หญิงครั้งหนึ่งเราได้แต่งงาน ไม่ต้องใส่ชุดเลิศหรูอะไรก็ได้ แค่เราได้ถ่ายรูปคู่กัน มีอะไรอย่างนี้เราก็มีความสุขแล้ว แต่ตรงนี้ ณ ตอนนี้มันไม่ได้คิดถึงตอนนั้น ตรงนั้นแล้ว เพราะมันโดนพิษโควิดมาหลายครั้งแล้ว มันก็เลยทำให้ เห้ย...สงสัย ฤกษ์งาม ยามดี มันไม่ใช่แล้ว

 

 

แต่รายการของเราแอบรู้ความลับว่า คุณสองคนแอบแต่งงานกันไปแล้ว จริงหรือเปล่า?

ลูลู่ : อันนั้นเรียกว่าแอบเหรอ ไม่ได้แอบหรอก แค่ไม่ได้ลงภาพสื่ออะไรอย่างนี้มากกว่า

 

แสดงว่าแต่งงานไปแล้ว?

ลูลู่ : ไม่รู้ว่าเขาเรียกแต่งไหม

คุณชาติ : คือมันไม่ใช่งานแต่งครับ พอดีเราหมั้นกันแล้ว มันเป็นพิธีหมั้นที่สองครอบครัวรับรู้ แล้วมาผูกแขน

 

ทำไมตอนนั้นไม่เห็นเป็นข่าว ตั้งแต่ปี53 ทำไมพวกเราไม่รู้เลย?

ลูลู่ : ลู่ก็ไม่ได้ลงสื่ออะไรด้วย ทางวงเขารู้นะคะว่าหมั้นกันตั้งแต่ปี53  คือใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานแล้ว เพียงแต่ว่าเราไม่รู้จะไปประกาศให้ใครเห็น

 

หรือที่ปิดเป็นความลับ เพราะกลัวเรตติ้งตก?

ลูลู่ : อันนั้นไม่ได้กลัวนะคะ คือชีวิตเรามันอยู่ที่ตัวเรามากกว่า รู้เลยว่ามีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดอยู่แล้ว ซึ่งเราห้ามคนอื่นไม่ได้อยู่แล้ว แต่ในเมื่อ ณ ตอนนั้น ถ้าสมมติว่าเราเปิดไปมีคนยินดีก็โอเค แล้วถ้าเปิดไปมีคนไม่ชอบ เราก็ไม่อะไรอยู่แล้ว ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้ติดโซเชียลอยู่แล้ว เราก็เลยไม่ได้ลง ทุกคนก็เลยไม่ได้รู้ แต่ว่าเพื่อนๆ สนิทรู้

คุณชาติ : ตอนนั้นโซเชียลไม่ได้อะไรขนาดนั้น

ลูลู่ : ตอนนั้นเราไม่ได้เล่นเฟซบุ๊กเลย ก็เลยเงียบมาก

 

คบกันมายาวนานขนาดนี้ ลูลู่คือรักแรกพบของคุณชาติเลยหรือเปล่า?

คุณชาติ : ถามว่าใช่ไหม ก่อนหน้านั้นก็เคยมีแฟน แต่ว่าที่รักเขา เพราะว่าพอเราคบกันแล้วมันรู้สึกว่าเราเข้ากันได้ เราอยู่ด้วยกันแล้วมันสนุก มันไม่มีเรื่องเครียด เขาเป็นคนอารมณ์ดี แล้วเป็นคนรักครอบครัว เป็นคนที่ซัพพอร์ตคนอื่น

 

เห็นว่าคุณเป็นฝ่ายเริ่มจีบฝ่ายชายก่อน?

ลูลู่ : เราต้องเปิดเกมเองเลย ตอนนั้นไปเจอกันที่ร้านอาหาร ต่างคนต่างรู้สึกกรึ่มๆมั้ง ก็เห็นนั่งโต๊ะตรงข้ามกัน เขาก็ไปกับเพื่อน เราก็ไปกับเพื่อนผู้ชายเหมือนกัน แต่เราสวยที่สุดในโต๊ะนั้น แล้วก็มองไปธรรมชาติของผู้หญิง อาจจะเจอเพื่อนใหม่ เราก็เลยไปสะดุดตรงเขานี่แหละ

 

ตอนนั้นไปดังหรือยัง?

ลูลู่ : ยังเลย ตอนนั้นที่ไปทานอาหารเราก็ทำงานอยู่ กทม. เป็นคนรำแบบปกติ เรารู้จักกันตั้งแต่ยังไม่เป็นวง ไปขอเบอร์เขาก่อนด้วย

 

 

คุยกัน 5 เดือน เก็บของมาอยู่ด้วยกันเลย?

ลูลู่ : อันนี้ต้องบอกเลยว่าไวไฟจริงๆ เดือนแรกเรารู้จักในฐานะเพื่อน เดือนที่2 เพื่อนสนิท

 

คุยกันพัฒนาความสัมพันธ์ก่อนย้ายไปอยู่ด้วยกันกี่เดือน?

คุณชาติ : เต็มที่ก็เดือนกว่าๆ

 

ทำไมถึงมั่นใจผู้ชายคนนี้?

ลูลู่ : ตอนนั้นเราไม่มั่นใจหรอก แค่เราเหงา

 

เห็นว่าตอนนั้นมาอยู่ด้วยกันกับความลำบากด้วย?

ลูลู่ : ใช่ค่ะ คือเราอยู่ด้วยกันตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเลย ลูลู่ไปรำอยู่ที่ร้านอาหาร ไม่ว่ากี่โมงก็แล้วแต่เขาก็จะเดินออกไปรับหน้าปากซอย เราก็นั่งรถเมลกลับมาหิวๆ เราก็ต้มมาม่ากินด้วยกัน เราไม่เคยทะเลาะกันเลย มีเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่เคยทะเลาะกันรุนแรง

 

คบกันมา 7 ปีในช่วงระยะแรก ทำไมคุณถึงปล่อยมือจากผู้ชายคนนี้?

ลูลู่ : ตอนนั้นความคิดเราอาจจะเปลี่ยนก็ได้ ในชีวิตที่เรามีชื่อเสียงแล้ว มีอะไรทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว เราอาจจะเกิดความเคยชินแล้วว่าอยู่กับผู้ชายคนนี้มันธรรมดา มันเฉยๆ พอไป

 

ใช้คำว่าหลงแสงสีได้ไหม?

ลูลู่ : อันนี้ลู่ยอมรับว่าใช้ได้กับลู่ แต่ว่าเราไม่ได้ยอมรับกับตัวเราเอง คนอื่นมาว่าเรา เราไม่ได้ยอมรับ แต่จริงๆ ใช้คำนั้นได้เลย

 

อยู่ดีๆ เขาปล่อยมือจากเรา เรารู้สึกยังไงบ้าง?

คุณชาติ : ตอนนั้นก็เคว้งนะครับ แต่ความรู้สึกที่มีมากกว่าคือห่วงเขา เพราะตอนนั้นเขาเริ่มมีชื่อเสียง เราไม่รู้ว่าคนที่เข้ามาหาเขาจะคิดยังไง

 

 

แล้วเขามาบอกคุณยังไงว่าจะไป?

คุณชาติ : เขากลับมาจากแสดงที่ไหนสักที่ แล้วเขามาบอกว่าเขาไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว เขาเบื่อ แต่ในใจลึกๆ เรารู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์อย่างนี้ต้องเกิดขึ้นสักวัน เพราะว่า 1.เขาเริ่มมีชื่อเสียง ตอนนั้นรู้สึกว่าโปงลางจะดังมาก สิ่งที่เข้ามาอาจจะทำให้เขาเขว ผมคิดไว้แล้วว่ามันต้องมีสักวัน ถามว่าร้องไห้ไหม ร้องครับ มีน้ำตา เราก็ถามเขาว่าเพราะอะไร แต่เขาก็ไม่บอกเหตุผลเรา แค่ว่าเขาจะไป

 

ลูลู่ ทำไมเราถึงตัดสินใจอย่างนั้น?

ลูลู่ : ความคิดตอนนั้นเราบอกเขาเลย เราเบื่อ เราไม่อยากอยู่แบบนี้แล้ว มันอาจจะเกิดความเคยชิน เราไม่อยากเจอแบบนี้แล้ว พอไปเจอสิ่งเร้า สิ่งใหม่ เราอยากออกไป

 

สิ่งเร้า สิ่งใหม่คือผู้ชายอื่น?

ลูลู่ : บอกเลยว่าเป็นคนอื่น อย่าเรียกเขาว่ามือที่สามเลย เพราะเราเป็นคนก้าวออกมาจากชีวิตเขาเอง พอไปรู้จักกับคนอื่น มันมีสิ่งเร้าใหม่ๆ เขาเอาใจ เราชอบ แต่เราอยู่กับคนเดิม ก็เจอแต่เดิมๆ เราเลยตัดสินใจไม่อยู่แล้วนะ เขาก็ถามว่าชาติผิดอะไร ไม่ ชาติโอเค แต่ดวงเบื่อ ก็เลยตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าออกมาจากบ้านเลย

 

แล้วคุณก็ไปใช่ชีวิตกับผู้ชายคนนั้น?

ลูลู่ : ไม่ได้ใช้ชีวิตกับผู้ชายคนนั้นนะคะ คือเราแยกออกมา เราอยู่บ้านคนเดียว อยู่กับรุ่นน้องคนนึง เราไม่ได้ใช้ชีวิตกับผู้ชายคนนั้น เพียงแต่ว่าระยะห่างกันแค่แป๊บเดียวเอง ทำให้การเรียนรู้ การใช้ชีวิตคู่ของลู่มันรู้เลยว่าผู้ชายคนนี้รักจริง กับผู้ชายคนนี้เขาเข้ามาเพื่ออะไร ต้องการอะไร มันทำให้เราได้เรียนรู้มากกว่า เราไม่ได้โทษผู้ชายคนนั้น โทษเรามากกว่าที่เราไม่ซื่อตรงกับเขาแล้วมันทำให้ตัวเองเขว มันเป็นบทเรียนมากกว่า

 

ห่างกันนานแค่ไหน?

ลูลู่ : 2 เดือน ทำให้ระยะทางแบบแป๊บเดียวเลยที่ห่างจากเขา แล้วคิดถึงเขาทันทีเลยว่าผู้ชายที่รักเราจริงมากที่สุดคือผู้ชายคนนี้ที่ไม่ยอมออกไปไหนเลย อยู่บ้านหลังเดิม

 

แปลว่า 2 เดือน คุณชาติไม่มูฟออนเลย?

คุณชาต : ยังอยู่ที่เดิมครับ ส่วนนึงก็มีความหวังว่าเจาจะกลับมาที่อยู่บ้านหลังนั้นคือเราพยายามที่จะอยู่กับความจริงตรงนั้นให้มันได้ ถึงเราย้ายไปที่อื่นแต่ใจเราก็ลืมเขาไม่ได้เหมือนเดิม ก็เลยพยายามอยู่ที่เดิมเพื่อจะลืมเรื่องตรงนั้นให้ได้

 

อยากบอกอะไรกับชาติไหม?

ลูลู่ : ต้องขอบคุณเขามากกว่าที่เขายังรอเรา แล้วก็ให้อภัยเรา จนมาถึงทุกวันนี้ ผู้ชายคนนี้ดีที่สุด เขาอาจจะไม่หล่อ แต่ใจเขาหล่อมาก เขาเป็นคนที่ซื่อสัตย์ ยอม ช่วยเหลือเราตลอด

 

 

ตอนนั้นกลัวไหมว่าจะกลับมาหาเขาไม่ได้?

ลูลู่ : อันนี้เป็นสิ่งที่กลัวมาก เพราะว่าตัวเองเป็นคนที่ทำกับเขาก่อน 1.กลัวเขาไม่ซื่อสัตย์กับเราเหมือนที่เราทำกับเขา กลัวเขาไปมีคนอื่น กลัวเขาไปทำกับคนอื่น

 

อันนี้เป็นแผลระหว่างทางที่คบกันไหม?

คุณชาติ : มันก็มีนะ แต่ว่าเราพยายามที่จะไม่พูดถึง

 

ตอนนี้งานแต่งไม่ได้จัดยิ่งใหญ่ก็จริง แต่พร้อมมีลูก?

ลูลู่ : พร้อมมาก คือเราอยากมีมาก คือตั้งใจที่สุด พยายามนานแล้วนะ เพราะว่าเราอายุเยอะ ตอนนี้ปล่อยธรรมชาติ ก่อนหน้านี้มีไปปรึกษาคุณหมอมาแล้ว ฉีดเชื้อมา 3 รอบก็ไม่ติด

 

คุณหมอบอกไหมว่าความผิดปกติเกิดขึ้นจากเชื้อหรือมดลูกของเรา?

ลูลู่ : คุณหมอบอกว่าเราอายุเยอะอยู่แล้ว แล้วไข่ของเรามันเหลือน้อยแล้ว การกระตุ้นไข่ บางคนอาจจะไม่ขึ้นเลย บางคนอาจจะขึ้นน้อย เหมือนของลู่เองอาจจะขึ้นน้อย แต่ว่าครั้งแรกที่ไปฉีดก็ใจชื้นขึ้นมาเลย แต่พอรอบสองเราเปลี่ยนโรงพยาบาลเลย ไปปรึกษาหมอว่ามันจะเป็นยังไงต่อ คือเราตรวจสุขภาพก่อนอยู่แล้ว เรารู้ว่าจุดด้อยของเราอยู่ตรงไหน รอบ3 ฉีดเชื้ออีก เราก็ภาวนาขอให้ติดนะ หมอก็บอกว่าอย่าเครียดอะไรนะ รอบ3 ไม่ติด รอบ4 เราเอาเด็กหลอดแก้วเถอะ เอาให้มันรู้เรื่องไปเลย มาก็มา ไม่มาก็ทำใจ  ไม่รู้ว่าเรามีบุญหรือมีกรรมอะไรอย่างนี้ ครั้งที่4 ก็เลยมาทำฉีดยากระตุ้นไข่ ขึ้นมา 16 มิล คือความต้องการของหมอ อยู่ที่ 19 มิล  ครั้งแรกไปตรวจไข่มีประมาณ 4 ใบ  หมอบอกว่าจะทำต่อก็ได้นะ แต่ต้องได้ตามที่หมอต้องการคือ 19 มิล ไข่ต้องโตเต็มที่ เพื่อจะเอาไข่ออกมาผสมกันข้างนอก แล้วก็ฉีดเข้าไปใหม่ เราก็หันหน้ามองกัน หมอก็รับประกันไม่ได้ว่าจะขึ้นขนาดไหน ขึ้นตามความต้องการไหม ก็เลยมองหน้ากัน เอายังไง ทั้งโควิดมา ทั้งอะไรมา คือเครียดด้วย มันหลายๆ อย่าง ทั้งงาน ทั้งเงิน ลูกด้วย

 

ทำแบบนี้ค่าใช้จ่ายเยอะ?

ลูลู่ : เยอะค่ะ แต่เราก็อยากสู้ อยากมี  ก็เลยตัดสินใจ โอเค เราพักก่อนนะ เขาคงไม่มาตอนนี้ ก็เลยหยุดไว้ก่อน

 

คุณจะบอกอะไรกับสามีคุณ?

คุณชาติ : ก็ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่รู้ว่าลูกเขาจะมาหรือไม่มา แต่ว่าเราจะอยู่กันอย่างนี้ตลอด ชาติจะดูแลดวงไปอย่างนี้จนชาติจะดูแลดวงไม่ไหว

ลูลู่ : ต้องขอบคุณเขา หลังจากที่เราเถลไถลไปแล้ว ขอบคุณที่ยังรอดวงอยู่ ขอบคุณที่ให้คำว่าอภัยกับดวงคนนี้ ขอบคุณที่ยังดูแลซึ่งกันและกัน ตลอดระยะเวลาข้างหน้าถึงแม้มันจะมีเหตุการณ์อะไรก็ช่าง เราจะจับมือกันไปแบบนี้ และพร้อมจะเดินคู่กันไปแบบนี้ ก็รักที่สุด

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"