นิด้า เปิดโพลความคิดเห็น"การปฏิรูปประเทศ" ชี้ประชาชนต้องการสวัสดิการที่ดีขึ้น - โกงลดลง


   

กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “การปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 26 - 31 พฤษภาคม 2561  จำนวนทั้งสิ้น 2,039 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการรับรู้ ความเข้าใจ และความคิดเห็นที่มีต่อ “การปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน” 

จากการสำรวจ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 64.98 เข้าใจว่าการปฏิรูปประเทศ คือ การเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน "ทุกคน" ร้อยละ 60.23 เข้าใจว่าการปฏิรูปประเทศ คือ การเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นอย่างมีระบบ ระเบียบ มีแผน มีเป้าหมายที่ชัดเจน ประเมินผลได้และรู้ว่าใครทำอะไร ร้อยละ 29.62 เข้าใจว่าการปฏิรูปประเทศ คือ การเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและข้าราชการ ร้อยละ 26.53 เข้าใจว่าการปฏิรูปประเทศ คือ การเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ถ้าเป็นเรื่องง่าย ร้อยละ 22.81 เข้าใจว่าการปฏิรูปประเทศ คือ การเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป ถ้าเป็นเรื่องยาก และร้อยละ 0.10 เข้าใจว่าการปฏิรูปประเทศ คือ การเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นโดยการรับฟังเสียงของประชาชน

เมื่อถามถึงความคาดหวังของประชาชนต่อการปฏิรูปประเทศ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.51 คาดหวังว่าการปฏิรูปประเทศจะช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่ม เกษตรกร รับจ้าง ผู้สูงอายุ คนพิการ ฯลฯ ได้รับสวัสดิการที่ดีขึ้น อย่างทั่วถึงไม่ตกหล่น ร้อยละ 57.48 คาดหวังว่าการปฏิรูปประเทศจะช่วยให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และเท่าเทียมกัน ร้อยละ 56.50 คาดหวังว่าการปฏิรูปประเทศจะช่วยให้ไม่มีการโกง ไม่มีเส้นสาย ไม่อุปถัมภ์ คนทุจริตทั้งผู้ให้และผู้รับไม่ว่ารวย-จน หรือมีตำแหน่งต้องได้รับโทษ ร้อยละ 51.30 คาดหวังว่าการปฏิรูปประเทศจะช่วยให้มีความสุข ชีวิตปลอดภัย เดินทางสะดวก และมีสวัสดิการที่ดีขึ้น ร้อยละ 49.39 คาดหวังว่าการปฏิรูปประเทศจะช่วยให้คนทำผิดกฎหมายต้องได้รับโทษ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ร้อยละ 46.30 คาดหวังว่าการปฏิรูปประเทศจะช่วยให้มีโอกาสทำงาน มีโอกาสพัฒนาตนเองได้ และมีรายได้ที่เหมาะสมกับความสามารถ และร้อยละ 0.74 คาดหวังว่าการปฏิรูปประเทศจะช่วยลดความเลื่อมล้ำทางสังคม มีความเท่าเทียมตามสิทธิและกฎหมาย มีกฎหมายที่รัดกุม ไม่ลดหย่อนโทษสำหรับผู้ที่กระทำผิด ประชาชนทุกคนมีสิทธิออกเสียงไม่ว่าจะรวยหรือจน การศึกษาดีขึ้น มีสิทธิเสรีภาพ มีผู้นำหรือผู้บริหารประเทศที่เป็นคนดี มีความสามารถ

สำหรับหน้าที่และความรับผิดชอบต่อการปฏิรูปประเทศ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 81.17 คิดว่า การปฏิรูปประเทศเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ร้อยละ 76.95 คิดว่าการปฏิรูปประเทศเป็นหน้าที่ของประชาชน ร้อยละ 47.87 คิดว่าการปฏิรูปประเทศเป็นหน้าที่ของ คสช. ร้อยละ 41.88 คิดว่าการปฏิรูปประเทศเป็นหน้าที่ของข้าราชการ ร้อยละ 33.59 คิดว่าการปฏิรูปประเทศเป็นหน้าที่ของนักการเมืองและพรรคการเมือง ร้อยละ 26.88 คิดว่าการปฏิรูปประเทศเป็นหน้าที่ของภาคเอกชน ร้อยละ 20.30 คิดว่าการปฏิรูปประเทศเป็นหน้าที่ของสื่อมวลชน ร้อยละ 13.24 คิดว่าการปฏิรูปประเทศเป็นหน้าที่ของมูลนิธิ หรือองค์กรเอกชน ที่ไม่แสวงหากำไร (NGO) ร้อยละ 3.09 คิดว่าการปฏิรูปประเทศเป็นหน้าที่ของทุกคนและทุกภาคส่วน ครู อาจารย์ที่อบรมสั่งสอนเด็กหรืออนาคตของชาติให้มีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถ โตไปไม่โกง

เมื่อถามถึงเครื่องมือที่ช่วยให้การปฏิรูปประเทศประสบความสำเร็จและมีความต่อเนื่อง พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.49 คิดว่าสิ่งที่ทำให้การปฏิรูปประเทศประสบความสำเร็จ คือ ความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน รวมทั้งสื่อมวลชน ร้อยละ 56.55 คิดว่าสิ่งที่ทำให้การปฏิรูปประเทศประสบความสำเร็จ คือ การยอมรับการเปลี่ยนแปลง และการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างสันติ ร้อยละ 54.49 คิดว่าสิ่งที่ทำให้การปฏิรูปประเทศประสบความสำเร็จ คือ ทุกคนเห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ยอมสละความสุขสบายส่วนตนได้ ร้อยละ 53.80 คิดว่าสิ่งที่ทำให้การปฏิรูปประเทศประสบความสำเร็จ คือ ผู้นำประเทศและนักการเมืองที่มีวิสัยทัศน์ ร้อยละ 46.35 คิดว่าสิ่งที่ทำให้การปฏิรูปประเทศประสบความสำเร็จ คือ พรรคการเมืองที่ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ร้อยละ 32.66 คิดว่าสิ่งที่ทำให้การปฏิรูปประเทศประสบความสำเร็จ คือ แผนการปฏิรูปประเทศ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ร้อยละ 25.06 คิดว่าสิ่งที่ทำให้การปฏิรูปประเทศประสบความสำเร็จ คือ ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะยาว และร้อยละ 0.25 คิดว่าสิ่งที่ทำให้การปฏิรูปประเทศประสบความสำเร็จ คือ ความต่อเนื่องในการดำเนินงานหรือนโยบายของรัฐบาลเก่าและรัฐบาลใหม่ การมีจิตสำนึก มีความซื่อสัตย์ ไม่โกงบ้านโกงเมือง เน้นการพัฒนาคนมากกว่าการพัฒนาวัตถุ
    
ในส่วนของการรับรู้หรือเคยได้ยินเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.49ระบุว่าเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เช่น การเลือกตั้งแบบใหม่ ร้อยละ 43.40 ระบุว่าเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านสังคม เช่น การลงทะเบียนคนจนและแรงงานต่างด้าว ร้อยละ 32.61 ระบุว่าเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เช่น ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ อีอีซี (EEC) เกษตรแปลงใหญ่ ตลาดนำการผลิต ร้อยละ 29.57 ระบุว่าเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เช่น การตั้งศาลเฉพาะคดีทุจริต ร้อยละ 26.29 ระบุว่าเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข เช่น ผู้ป่วยฉุกเฉินมีสิทธิรักษาทุกโรงพยาบาล ภายใน 72 ชั่วโมง (UCEP) ร้อยละ 24.57 ระบุว่าเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย เช่น การแก้ไขการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) การทำให้อุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากลขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) ร้อยละ 20.50 ระบุว่าเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ

ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น กฎหมายป่าชุมชน ร้อยละ 20.40 ระบุว่าเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น การบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ร้อยละ 18.78 ระบุว่าเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น กฎหมายจรรยาบรรณสื่อ ร้อยละ 18.39 ระบุว่าเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม เช่น กองทุนยุติธรรม ร้อยละ 13.09 ระบุว่าเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เช่น โรงงานไฟฟ้าจากขยะ และร้อยละ 5.74 ระบุว่าไม่เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปเลย

เมื่อถามประชาชนถึงการรับรู้และความรู้สึกต่อการปฏิรูปประเทศ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.21 รู้สึกว่าบ้านเมืองได้มีการปฏิรูปประเทศบางส่วนแล้ว ร้อยละ 27.02 รู้สึกว่าบ้านเมืองยังไม่มีการปฏิรูปประเทศ ร้อยละ 9.96 ไม่ทราบว่าบ้านเมืองมีการปฏิรูปประเทศ และร้อยละ 4.81 รู้สึกว่าบ้านเมืองได้มีการปฏิรูปประเทศทั้งหมดแล้ว

เมื่อถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 11 ด้าน พบว่า (1) ด้านการเมือง ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.09 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ร้อยละ 40.27 ระบุว่าเห็นด้วยมากที่สุด ร้อยละ 7.80 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 2.84 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย (2) ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 53.90 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ร้อยละ 36.19 ระบุว่าเห็นด้วยมากที่สุด ร้อยละ 9.37 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.54 

ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย (3) ด้านกฎหมาย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.01 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ร้อยละ 38.35 ระบุว่าเห็นด้วยมากที่สุด ร้อยละ 5.05 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.59 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย (4) ด้านกระบวนการยุติธรรม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.98 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 37.47 ระบุว่าเห็นด้วยมากที่สุด ร้อยละ 6.96 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.59 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย (5) ด้านเศรษฐกิจ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.80 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 38.50 ระบุว่าเห็นด้วยมากที่สุด ร้อยละ 10.45 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 2.25 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย (6) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.95 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 39.73 ระบุว่าเห็นด้วยมากที่สุด ร้อยละ 5.88 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.44 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย (7) ด้านสาธารณสุข พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.65 ระบุว่าเห็นด้วยมากที่สุดกับการปฏิรูปประเทศ

ด้านสาธารณสุข ร้อยละ 41.69 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 4.32 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.34 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย (8) ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.35 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ร้อยละ 40.31 ระบุว่าเห็นด้วยมากที่สุด ร้อยละ 7.55 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.79 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย (9) ด้านสังคม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.26 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ร้อยละ 42.23 ระบุว่าเห็นด้วยมากที่สุด ร้อยละ 7.65 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 1.86 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย (10) ด้านพลังงาน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.39 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ร้อยละ 36.98 ระบุว่าเห็นด้วยมากที่สุด ร้อยละ 6.91 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 1.72 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย (11) ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.95 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ร้อยละ 43.50 ระบุว่าเห็นด้วยมากที่สุด ร้อยละ 6.52 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 1.03 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย

 

 

เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นในโอกาสความสำเร็จของการปฏิรูปประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 11 ด้าน พบว่า 
(1) ด้านการเมือง ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.26 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 30.95 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 16.23 ระบุว่าเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จแน่นอน และร้อยละ 12.56 ระบุว่าไม่เชื่อเลยว่าจะประสบความสำเร็จ 

(2) ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 43.99 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 28.20 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 18.34 ระบุว่าเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จแน่นอน และร้อยละ 9.47 ระบุว่าไม่เชื่อเลยว่าจะประสบความสำเร็จ 

(3) ด้านกฎหมาย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.54 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 28.30 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 15.20 ระบุว่าเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จแน่นอน และร้อยละ 9.96 ระบุว่าไม่เชื่อเลยว่าจะประสบความสำเร็จ 

(4) ด้านกระบวนการยุติธรรม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.41 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 28.84 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 14.86 ระบุว่าเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จแน่นอน และร้อยละ 10.89 ระบุว่าไม่เชื่อเลยว่าจะประสบความสำเร็จ 

(5) ด้านเศรษฐกิจ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 42.91 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 28.84 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 16.04 ระบุว่าเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จแน่นอน และร้อยละ 12.21 ระบุว่าไม่เชื่อเลยว่าจะประสบความสำเร็จ 

(6) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.30 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 25.70 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 17.26 ระบุว่าเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จแน่นอน และร้อยละ 10.74 ระบุว่าไม่เชื่อเลยว่าจะประสบความสำเร็จ 

(7) ด้านสาธารณสุข พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.76 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 26.43 ระบุว่าเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จแน่นอน ร้อยละ 23.44 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ และร้อยละ 9.37 ระบุว่าไม่เชื่อเลยว่าจะประสบความสำเร็จ 

(8) ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.10 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 25.70 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 18.98 ระบุว่าเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จแน่นอน และร้อยละ 9.22 ระบุว่าไม่เชื่อเลยว่าจะประสบความสำเร็จ 

(9) ด้านสังคม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 42.18 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 25.75 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 20.89 ระบุว่า เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จแน่นอน และร้อยละ 11.18 ระบุว่าไม่เชื่อเลยว่าจะประสบความสำเร็จ 

(10) ด้านพลังงาน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.41 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 28.79 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 15.89 ระบุว่าเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จแน่นอน และร้อยละ 9.91 ระบุว่าไม่เชื่อเลยว่าจะประสบความสำเร็จ 

(11) ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 39.68 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 27.81 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ร้อยละ 18.98 ระบุว่าเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จแน่นอน และร้อยละ 13.53 ระบุว่าไม่เชื่อเลยว่าจะประสบความสำเร็จ

สำหรับความต้องการที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการปฏิรูปประเทศเพิ่มเติมนอกจาก 11 ด้านข้างต้น พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 43.75 อยากให้รัฐบาลดำเนินการปฏิรูปประเทศเพิ่มเติมในด้านยาเสพติด ร้อยละ 35.94 อยากให้รัฐบาลดำเนินการปฏิรูปประเทศเพิ่มเติมในด้านการเกษตร ร้อยละ 14.84 อยากให้รัฐบาลดำเนินการปฏิรูปประเทศเพิ่มเติมในด้านศาสนา ร้อยละ 3.91 อยากให้รัฐบาลดำเนินการปฏิรูปประเทศเพิ่มเติมในด้านวัฒนธรรม และร้อยละ 1.56 อยากให้รัฐบาลดำเนินการปฏิรูปประเทศเพิ่มเติมในด้านกีฬา
 


ที่ว่า "หนัก" เพราะอะไร? เพราะเราแบกมันไว้ จึงหนัก แบกไว้บนบ่าบ้าง แบกไว้ในใจบ้าง สุมไว้บนหัวบ้าง ถ้ารู้จักวางมันลงซะบ้าง ที่ว่าหนัก....... ก็เบา!

"ทำบุญไว้เถิด" จะเกิดผล
นึกว่าดี 'อยากลองดี' ก็เชิญ!
คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร