แตกหัก!


เพิ่มเพื่อน    

สำนวนที่ว่า “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน”  ใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัยเสียจริง ก่อนหน้าเคยได้ยินมาว่าฝ่ายค้านทำงานไม่ค่อยเข้าขากัน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล

            แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์ใดชี้ชัดว่าพวกเขาเหล่านั้นอึดอัดใจกัน

            แต่เมื่อเวลาผ่านไป จนกระทั่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 เดินมาจนถึงโค้งสุดท้ายของการทำงาน

            คณะอนุกรรมาธิการทั้ง 9 คณะแยกย้ายไปตัดงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ แล้วเสนอกลับยังมาคณะ กมธ.ชุดใหญ่ ครั้นพอจะโหวตว่างบที่ตัดมานั้นจะเอาไปเพิ่มให้แก่ส่วนใด ตามธรรมชาติของสภาผู้แทนราษฎร ความเห็นต้องแบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน

            แต่สำหรับรอบนี้กลับแปลกประหลาด เพราะฝ่ายค้านแตกสามัคคี  เพื่อไทยดันไปพยักหน้าตามคำขอของฝ่ายรัฐบาล งานนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านอย่าง ก้าวไกล จึงชิงให้ข่าวเปิดเกมกดดันก่อน แต่แล้วก็ไม่เป็นผล

            ที่สุดเพื่อไทยยังยืนยันโอนงบที่ตัดได้ 1.6 หมื่นล้าน ไปไว้ในงบกลางตามที่ฝ่ายรัฐบาลเสนอ

            จนเกิดเสียงซุบซิบและสงสัยความเป็นฝ่ายค้านของ เพื่อไทย ว่า อะไร ยังไง

                ส.ส.จิ-จิรายุ ห่วงทรัพย์ ผู้แทนชาว กทม.ออกมาชี้แจงประมาณว่า  เรื่องที่เพื่อไทยโหวตให้ไม่เห็นมีอะไร ไม่เห็นจะน่าตื่นเต้น ก่อนหน้านี้เวลาที่มีโหวตเรื่องต่างๆ ก้าวไกลก็โหวตไม่ตรง พอตอนนี้เพื่อไทยโหวตไม่เหมือนกับก้าวไกล กลับโดนด่า ตนว่าไม่แฟร์!!!!! และทิ้งท้ายยืนยันว่า ฝ่ายค้านจะยังคงตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น

            ขณะที่ โจ้-ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ออกมาโต้  “ก้าวไกล”  “อย่าพูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น อยากถามว่า ส.ส.ก้าวไกลที่ออกมาพูดเป็น ส.ส.แบบไหน เคยลงพื้นที่เจอประชาชนเหมือนผมไหม”  

            แถมยังถามกลับว่า เพื่อไทย ผิดอะไรที่เห็นด้วยให้นำงบประมาณไปช่วยโควิด!!!!

            แหม จากเหตุการณ์นี้พิสูจน์แล้วว่า ข่าวลือเพื่อไทยอึดอัดกับนิสัยของก้าวไกลนั้นคงจะจริง

            ขณะเดียวกันที่ ส.ส.โจ้ ออกมาให้สัมภาษณ์ ถ้าไม่ได้ยินกับหู ไม่ได้เห็นกับตา ยังนึกว่าพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายรัฐบาลเสียแล้ว

            ท้ายสุด สุดท้าย ทิ้งไว้ให้คิดนิดนึง พิจารณาให้ดีว่าทุกวันนี้ที่ประชาชนต้องเผชิญอยู่กับเหตุการณ์แย่ๆ เป็นเพราะรัฐบาลประสบปัญหาทางการเงิน หรือประสบปัญหาการบริหารงานคนและทรัพยากรมากกว่ากัน หึหึ.

มินนี่เมาธ์        

 


พี่ "หมอเดชา" ของผม.... "นาวาโทเดชา สุขารมณ์" ท่านจากไปโดยสงบเสียแล้ว เห็นข่าวใจหายแวบ! เพราะท่านคือ "พี่หมอที่เคารพ" ของผมมายาวนานไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปี ทั้งข้าว น้ำ รอยยิ้ม และรักที่มีให้ ฝังใจจำตลอด

"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว