ชี้เด็กนักเรียนมัธยมร้อยละ10ตั้งใจเล่นพนันบอลโลก


   

ปลุกกระแสหยุดผีพนันบอลโลก เปิดใจนักเล่นสู่เจ้ามือโต๊ะบอลพบจุดจบถูกโกงเป็นหนี้กว่า 2 ล้าน

วันที่ 14 มิถุนายน เวลา10.00 น.ที่ลานกิจกรรมเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกิจกรรมรณรงค์รับมือบอลโลก 2018 ภายใต้แนวคิด “ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ใครๆ ก็ไม่พนัน” ภายในงานมีการแต่งานแฟนซี เดินรณรงค์แจกสื่อ ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชนเชียร์บอลไม่พนัน รอบบริเวณป้ายรถเมล์ พร้อมเปิดตัวสปอตรณรงค์และพูดคุยกับทีมผู้ผลิต และสื่อรณรงค์ โดยมีกลุ่มเยาวชนจากหลายสถาบันเข้าร่วม 100 คน

นายวิเชษฐ์  พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการศึกษาผลกระทบการพนันในไทย 2560 ของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน พบว่า คนไทยเล่นพนันทายผลฟุตบอล 2.4 ล้านคน วงเงินพนัน 1.4 แสนล้านบาท ข้อมูลสำรวจเฉพาะกลุ่มนักเรียนมัธยมต้น ปี 2561 ระบุว่า เยาวชนเริ่มเล่นพนันทายผลฟุตบอล สัดส่วนที่จะเล่นต่อเนื่องมีสูงถึงร้อยละ 82.6 สูงกว่าการเริ่มต้นจากการเล่นพนันประเภทอื่น และการพนันบอลยิ่งรอบลึกจะยิ่งเล่นหนัก ยิ่งเล่นนานยิ่งเล่นด้วยเงินพนันที่สูงขึ้น

ตัวอย่างของมหกรรมบอลยูโร 2016 จากงานวิจัย พบว่า เยาวชนร้อยละ 16.8 เล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร ในจำนวนนี้เกือบร้อยละ 10 เป็นกลุ่มที่ตั้งใจจะไม่เล่นพนัน แต่ถูกเพื่อนชักจูงหรือบรรยากาศพาไป และเมื่อจบการแข่งขันกลับพบว่า เยาวชนเกือบร้อยละ 40 มีปัญหาในการเล่นพนันฟุตบอล เช่น เสียการเรียน เครียด ถูกโกง มีหนี้สิน ซึ่ง 1ใน 4 ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้

“สสส. คาดการณ์ว่าช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2018 นี้ จะมีเด็กนักเรียนระดับมัธยมมากกว่าร้อยละ10 ที่ตั้งใจจะเล่นพนันทายผล เช่น เล่นกับคนใกล้ชิด เพื่อน หรือคนรู้จักในชุมชน ซึ่งอาจเล่นแบบติดปลายนวมเพื่อความสนุกสนาน แต่อีกจำนวนไม่น้อยจะเล่นแบบหวังได้เงินอย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยตั้งใจจะเล่นการพนันกับธุรกิจรับแทงพนัน หรือโต๊ะบอล

สสส.และภาคี จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์ปลุกกระแสตื่นตัวต่อปัญหาการเล่นพนันฟุตบอล ภายใต้สโลแกน “ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ใคร ๆ ก็ไม่พนัน” เพื่อหวังใช้วาทกรรมเชิงบวกชักชวนด้วยความห่วงใยต่อทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมรณรงค์ผ่านสปอตรณรงค์เผยแพร่ทุกช่องทาง รวมถึงสนับสนุนเยาวชนจาก 10 มหาวิทยาลัย ผลิตหนังสั้นรณรงค์ไม่พนัน 4 เรื่องเพื่อเผยแพร่ทางออนไลน์ ซึ่งจะมีการออกโรดโชว์และนิทรรศการรณรงค์ไปตามโรงเรียนมัธยมกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ” นายวิเชษฐ์ กล่าว

นายธนากร  คมกฤส  เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า อยากให้คนที่คิดจะเล่นพนันฟุตบอล รู้ถึงความเป็นห่วงของคนใกล้ตัว เพราะคนเล่นพนันไม่คิดว่าตัวเองจะเสียหายเดือดร้อน หรือมองว่าถึงเล่นเสียก็ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ทำนองเล่นเองเจ็บเอง  แต่พอเอาเข้าจริงมันไม่เป็นอย่างนั้น  เพราะส่วนใหญ่จะเสียดายเงินแล้วเล่นอีกเพื่อหวังเอาเงินที่เสียคืน จนเสียหนักขึ้น ส่งผลกระทบต่อตนเองและคนใกล้ตัว

นายเอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี อดีตเหยื่อพนันบอล กล่าวว่า เริ่มเล่นพนันบอลตั้งแต่อายุ 15 ปี จากหลักร้อยเพิ่มเป็นหลักพัน เรียกได้ว่าตื่นเช้าขึ้นมาต้องมานั่งเสพสื่อกีฬา เปิดหนังสือพิมพ์อ่านโพยบอล เช็คราคาบอลแทบ 24 ชั่วโมงใช้ชีวิตอยู่กับการแทงบอล มีอยู่ครั้งหนึ่งติดหนี้บอลสูงสุด 6,000 บาท และต้องเดินโพยเพื่อหาเงินใช้หนี้ พอรู้ช่องทางก็เอาเงินเดินโพยมาหมุนเล่นต่อ ทำอยู่แบบนี้เรื่อยๆ ตอนนั้นคิดแค่ว่าเงินที่เสียไป ต้องเอาคืน หนี้หมดแทงต่อ จนถลำลึกกว่า 9 ปี สูญเงินไปหลักแสนบาท

“ส่วนจุดเปลี่ยนที่ทำให้เลิกเล่นพนันบอลได้ก็เพราะครอบครัว ซึ่งมันเริ่มสะสมปัญหาเรื้อรังมาตลอด ยิ่งเล่นยิ่งทำลายครอบครัว มีปัญหากับลูกเมีย  สุดท้ายจึงเลิกพนันได้อย่างเด็ดขาดและไม่คิดกลับไปยุ่งเกี่ยวอีก อยากฝากบอกคนที่กำลังคิดจะเล่นพนันบอล ว่าดูได้เชียร์ได้ แต่อย่าไปเดิมพัน มันไม่มีอะไรดี มีแต่เสียกับเสีย อย่าเอาอนาคตมาจบที่พนัน”

ด้าน นายบี อายุ 35 ปี (นามสมมติ) อดีตเหยื่อพนันบอล กล่าวว่า เริ่มเข้าสู่วงจรพนันตั้งแต่อายุ 17 ปี ตอนนั้นไปกับกลุ่มเพื่อนที่ชอบเล่นตามร้านเกมส์ และพนันที่เล่นครั้งแรกคือฟุตบอลโลก เริ่มจากแทง 20 บาท เพิ่มเป็นหลักร้อยสู่หลักแสน แทงทั้งบอลเดี่ยวและบอลชุด เคยแทงบอลสูงสุดคู่ละ1แสนถึงแสนห้า และใน1วันแทงแบบหลายคู่ สุดท้ายจากเป็นผู้เล่น เด็กเดินโพย ผันตัวเองเป็นเจ้ามือเปิดโต๊ะบอลกระทั่งถูกโกง พอหมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินคืนเจ้ามือรายใหญ่ ต้องหนีหนี้เกือบ 2 ล้านบาทถูกเจ้าหนี้ตามทวง ต้องย้ายจากบ้านเกิดมาทำงานที่กรุงเทพฯ ทรัพย์สิน เงินทอง ที่ดิน ไม่เหลือ ครอบครัวพังทลาย ลูกก็ไม่ได้อยู่กับเรา เข็ดแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว

ทั้งนี้ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) ได้ฝากข้อความมาประสัมพันธ์ถึงประชาชน หากใครมีเบาะแสการลักลอบการเล่นพนันฟุตบอล สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 หรือ Line @ศูนย์ปราบปรามพนันบอล


คุยเรื่องกัญชาไปเมื่อวาน "ชักเคลิ้ม"วันนี้ ขออีก "ซักบ้อง" จะเป็นไรคือแฟนๆ เขาถาม...........แล้ว "กัญชง-กระท่อม" ล่ะ อยู่ในข่ายเดียวกับกัญชาที่รัฐบาลจะแก้กฎหมายให้เข้าไปอยู่ในหมวดใช้วิจัยทางการแพทย์ด้วยหรือเปล่า?

'กัญชา' ที่มากกว่า 'ยาเสพติด'
รัฐบาลพ่อโอ๊คไงอยู่เหนือ ผบ.ทบ.
การเมืองสู่ยุค "ตู่ ดิจิทัล"
'ไม่คือไม่ แต่เมื่อพูด...ก็นี่ไง'
ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว