'โจ ไบเดน'ต่อสายเคลียร์ใจ'สี จิ้นผิง'ครั้งแรกรอบ7เดือน


เพิ่มเพื่อน    

ผู้นำสองชาติมหาอำนาจคนละฝั่งโลก ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน สนทนากันเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนนานราวชั่วโมงครึ่งเมื่อวันพฤหัสบดี หารือกันถึงความจำเป็นที่ต้องทำให้แน่ใจว่าการแข่งขันระหว่างสองประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดของโลกจะไม่แปรเปลี่ยนเป็นความขัดแย้ง

แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จับมือกับโจ ไบเดน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะมาเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2556 (Photo by Lintao Zhang/Getty Images)

    รายงานรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์กล่าวว่า แถลงการณ์จากทำเนียบขาวเผยว่า ประธานาธิบดีไบเดนและประธานาธิบดีสีหารือกันด้านยุทธศาสตร์กว้างๆ รวมทั้งในประเด็นที่ความสนใจและค่านิยมระหว่างสองฝ่ายต้องตรงกันและแตกต่างกัน เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐรายหนึ่งเผยกับนักข่าวว่า การสนทนาของทั้งสองเน้นประเด็นด้านเศรษฐกิจ, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโควิด-19

    ทำเนียบขาวกล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีไบเดนยังได้เน้นย้ำความสนใจที่ยั่งยืนของสหรัฐต่อสันติภาพ, เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและโลก ทั้งคู่หารือกันถึงความรับผิดชอบของสหรัฐและจีนที่จะทำให้แน่ใจว่า การแข่งขันจะไม่แปรเปลี่ยนไปเป็นความขัดแย้ง

    ประธานาธิบดีสีและประธานาธิบดีไบเดนเคยสนทนาทางโทรศัพท์กันครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่การพบปะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสองฝ่ายแบบประปรายนับแต่นั้นมีความคืบหน้าน้อยมาก ตั้งแต่ด้านสิทธิมนุษยชน ไปจนถึงเรื่องความโปร่งใสเกี่ยวกับต้นกำเนิดของไวรัสโควิด-19

    หลายเดือนมานี้ สหรัฐและจีนฟาดฟันกันเกือบตลอดเวลา ทั้งด้วยการกล่าวโจมตีอย่างเปิดเผย, การแซงก์ชันเจ้าหน้าที่ และการวิจารณ์เรื่องการไม่รักษาพันธกรณีระหว่างประเทศ

    ด้านสื่อของทางการจีนรายงานว่า ประธานาธิบดีสีกล่าวกับประธานาธิบดีไบเดนว่า นโยบายของสหรัฐเกี่ยวกับจีนนั้นก่อ "ความยุ่งยากร้ายแรง" ต่อความสัมพันธ์ แต่เสริมว่าทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยกับการติดต่อกันบ่อยๆ และขอให้ทีมงานระดับปฏิบัติงานติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น

    "จีนและสหรัฐควรแสดงให้เห็นความกล้าหาญเชิงกลยุทธ์และวิจารณญาณ, และความกล้าทางการเมือง และผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐให้กลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องของการพัฒนาที่มั่นคงโดยเร็วที่สุด" สื่อทางการจีนอ้างคำกล่าวของสี

    ข่าวการสนทนาการนานราว 90 นาทีระหว่างผู้นำชาติมหาอำนาจทั้งสองส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนในเอเชียเมื่อวันศุกร์ โดยค่าเงินและตลาดหุ้นแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์กันว่าการสนทนากันครั้งนี้จะปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

    สีกล่าวกับไบเดนด้วยว่า หากข้อกังวลหลักของทั้งสองฝ่ายได้รับการเคารพ, ความคืบหน้าทางการทูตอาจเกิดขึ้นได้ในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเสริมว่าประเด็นนี้อาจเพิ่ม "ปัจจัยบวก" ให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ.


ช่วงนี้.... ผมเป็นห่วง "โรคเครียดลงกระเพาะ" พวก "อิจฉาชน" จังเลย "กระอักเลือดตาย" เอาง่ายๆ นะ เดี๋ยวจะว่าไม่เตือน!

ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?