ออก‘หมายจับ’ ทักษิณฮุบTPI ตีกรอบ1เดือน


   

  “ทักษิณ” โดนหมายจับอีกคดีแล้ว งวดนี้เป็นกรณีฮุบทีพีไอ พร้อมให้ย่นเวลาตามล่า 1 เดือนก่อนเริ่มไต่สวนลับหลัง “ไพจิตร อักษรณรงค์” เดินตามนายเหลี่ยม เบี้ยวนัดคดีแจงทรัพย์สิน ศาลให้ออกหมายจับเหมือนกัน

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน นัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีหมายเลขดำ อม.40/2561 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีให้ความเห็นชอบกระทรวงการคลัง สมัยที่ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ เป็น รมว.การคลัง เข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีพีไอ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ระบบราชการ
โดยคดีนี้ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2553 และได้ยื่นฟ้องคดีเอง เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา พร้อมยื่นเอกสารหลักฐาน 21 กล่อง 120 แฟ้ม ที่มีมติชี้มูลความผิดอาญานายทักษิณให้ศาลพร้อมคำฟ้อง และเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2561 องค์คณะทั้ง 9 คนพิจารณาคำฟ้องแล้วเห็นว่า แม้การฟ้องไม่มีตัวจำเลย แต่จำเลยคดีนี้ก็ถูกยื่นฟ้องในคดีของศาลฎีกานี้ ซึ่งได้ออกหมายจับไว้แล้ว ขณะที่คำฟ้องคดีก็ถูกต้องตามกฎหมาย และ ป.ป.ช.โจทก์ก็มีอำนาจฟ้อง ศาลจึงมีอำนาจสั่งประทับรับฟ้องคดีไว้พิพากษาต่อไป โดยให้สำเนาคำฟ้องส่งให้จำเลยและปิดหมายแจ้งจำเลยทราบตามที่อยู่ในฟ้อง (บ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์) ซึ่งให้การปิดหมายมีผลทันที  
ขณะที่การนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลยในวันนี้ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดมาศาล มีเพียงผู้รับมอบอำนาจจาก ป.ป.ช.มาศาล องค์คณะฯ พิจารณาแล้วเห็นว่านายทักษิณทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนคดี พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยหลบหนี จึงให้ออกหมายจับ และกรณีที่ไม่สามารถจับจำเลยได้ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีได้โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย แต่ไม่ตัดสินจำเลยที่จะตั้งทนายความดำเนินการแทนได้ และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะดำเนินการพิจารณาคดีนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ซึ่งจำเลยถูกออกหมายจับมาหลายคดีแล้ว แต่ยังจับตัวจำเลยไม่ได้ ดังนั้นองค์คณะฯ จึงอาศัยอำนาจตาม วิ อม. มาตรา 19 วรรคหนึ่ง ให้ย่นระยะเวลาหมายจับติดตามตัวจำเลยจาก 3 เดือนลงเหลือ 1 เดือน โดยให้ ป.ป.ช.ติดตามผลการจับกุมพร้อมรายงานผลให้ศาลทราบก่อนกระบวนการพิจารณาในแต่ละนัดต่อไป
ทั้งนี้ การออกหมายจับดังกล่าวถือเป็นหมายจับใบที่ 3 หลังจากกฎหมายให้พิจารณาคดีลับหลังได้
ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการติดตามตัวนายทักษิณตามหมายจับใบที่ 2 ในคดีร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มกฤษดามหานครว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะประสานกับหน่วยเกี่ยวข้อง โดยมีตำรวจสากลมาร่วมด้วย ซึ่งต้อง สตช.นำเสนอ ส่วนรัฐบาลทำหน้าที่ประสานงาน
วันเดียวกัน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์คณะ 9 คนยังออกนั่งบัลลังก์ในนัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การคดีหมายเลขดำ อม.2/2561 ที่ ป.ป.ช.ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยนางไพจิตร หรือจุ๋ง อักษรณรงค์ อายุ 59 ปี อดีตข้าราชการการเมืองตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินและเอกสารประกอบอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 34, 119 และขอให้สั่งห้ามผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี
โดยนัดพิจารณาคดีครั้งแรกมีเพียงผู้รับมอบอำนาจ ป.ป.ช.มาศาล ส่วนนางไพจิตรผู้ถูกกล่าวหาไม่มา องค์คณะฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าศาลได้ส่งสำเนาคำร้องของ ป.ป.ช. และหมายเรียกให้นางไพจิตร ผู้ถูกกล่าวหาทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มา และไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนคดี ตามพฤติการณ์มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ถูกกล่าวหาจะหลบหนี จึงให้ออกหมายจับติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหามาศาล และให้กำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐาน ไต่สวนและฟังคำพิพากษา ในวันที่ 24 ก.ย. นี้ เวลา 09.30 น. 
สำหรับนางไพจิตรนั้น เป็นอดีตนักร้องชื่อดังและอดีตพิธีกรเวทีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน ซึ่งเป็นภรรยาของนายวิสา คัญทัพ นักแต่งเพลง-นักดนตรีเพลงเพื่อชีวิตและนักเขียน ที่ร่วมกับ นปช.


จำกันไว้ง่ายๆ นะ...........ปี ๒๕๖๒ นี้วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ตรงกับวันพุธ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ปีกุน เป็นวัน "เข้าพรรษา"และวัน/เดือน/ปี เดียวกันนี้

ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'