พม่าเดือดซ้ำ ตำรวจยิงม็อบพุทธยะไข่ดับ 7


เพิ่มเพื่อน    

สถานการณ์ในรัฐยะไข่ของพม่ากลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตำรวจอ้างม็อบชาวยะไข่พยายามบุกยึดที่ทำการของรัฐ ทำให้ตำรวจต้องยิงขับไล่ จนชาวยะไข่เสียชีวิต 7 ราย

ขบวนรถของตำรวจพม่าในรัฐยะไข่เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 ภาพ Development Media Group / AFP

    เหตุการณ์รุนแรงล่าสุดนี้ยิ่งเพิ่มปัญหาท้าทายต่อรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี ที่ต้องรับมือกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ หลายสิบกลุ่มของพม่า ที่ร่ำร้องอำนาจปกครองตนเองมานับแต่พม่าเป็นเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2490

    รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 17 มกราคม 2561 กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะกันเกิดขึ้นภายหลังชาวพุทธยะไข่ราว 5,000 คนมาชุมนุมกันที่เมืองมรัคอูเมื่อวันอังคารที่ 16 มกราคม 2561 เนื่องในวันล่มสลายของอาณาจักรอาระกันเมื่อ 200 ปีที่แล้ว

    ยังไม่แน่ชัดว่าเหตุใดการชุมนุมของกลุ่มยะไข่ชาตินิยมจึงบานปลายเป็นความรุนแรง แต่ชาวยะไข่ ซึ่งจำนวนมากมีฐานะยากจนและรู้สึกว่าถูกหมางเมิน มีความเป็นศัตรูมาช้านานกับรัฐพม่าซึ่งมีชนเชื้อสายพม่าเป็นคนส่วนใหญ่
    
    การปะทะเกิดขึ้นในวันอังคาร ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่รัฐบาลพม่าและบังกลาเทศลงนามความตกลง เพื่อเริ่มต้นกระบวนการส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮิงญาราว 655,000 คน จากค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ กลับคืนพม่า
    
    ชาวยะไข่กล่าวว่า พวกโรฮิงญาเป็นผู้อพยพเข้าเมืองชาว "เบงกาลี" ที่เข้ามายังดินแดนของชาวพุทธอย่างผิดกฎหมาย

    พันตำรวจเอกเมียว โซ โฆษกของตำรวจพม่า กล่าวโทษฝูงชนชาวยะไข่ว่า "เริ่มความรุนแรง" ด้วยการขว้างปาก้อนหินและพรวดพราดเข้าสู่ที่ทำการอำเภอพร้อมกับชักธงของรัฐยะไข่

    "เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงขอร้องให้พวกเขาแยกย้ายกัน และได้ยิงกระสุนยางเตือน แต่พวกเขาไม่ยอมหยุด ตำรวจจึงต้องใช้กระสุนจริง" ตำรวจนายนี้กล่าวกับเอเอฟพี

    "มีคนเสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บ 13 คน" เขากล่าว และว่า ฝูงชนที่กำลังเรียกร้อง "อำนาจอธิปไตยแห่งรัฐยะไข่" ยังทำร้ายตำรวจบาดเจ็บด้วย 20 นาย

    ด้านอู ฮลา ซอ ส.ส.พรรคแห่งชาติอาระกันจากเขตมรัคอู ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 7 คนจริงและประณามการกระทำของตำรวจว่าเป็นอาชญากรรม "การที่พวกเขาใช้อาวุธปืนเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้" เขากล่าวกับเอเอฟพี "ตำรวจมีเวลาเตรียมการเพื่อหยุดฝูงชนก่อนที่พวกเขาจะไปถึงที่ว่าการอำเภอ ตำรวจควรปิดถนน แต่พวกเขากลับไม่ทำ"

    เมืองมรัคอูเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวพุทธแต่โบราณในสมัยอาณาจักรอาระกัน อยู่ห่างไม่กี่สิบกิโลเมตรจากจุดศูนย์กลางความขัดแย้งรุนแรงในรัฐยะไข่ที่ผลักดันให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาหลายแสนคนอพยพเข้าบังกลาเทศมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ที่ผ่านมาเมืองทางตอนเหนือของรัฐยะไข่แห่งนี้แทบไม่ได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการปราบปรามของกองทัพ

    นักสังเกตการณ์หลายคนกล่าวเตือนว่า ความรุนแรงเมื่อวันอังคารอาจเริ่มต้นบทใหม่ของสถานการณ์ความไม่สงบในรัฐนี้ กาเบรียล อารอน นักวิเคราะห์อิสระ กล่าวว่า มีความเสี่ยงที่เหตุการณ์นี้จะลุกลามเป็นความรุนแรงระหว่างชุมชน ระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายความมั่นคงจะรับมือกับเหตุการณ์เมื่อคืนวันอังคารได้ดีเพียงใด.

 


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ