ญี่ปุ่น-ออสเตรเลียเข็นข้อตกลงด้านกลาโหม


   

โตเกียว / รัฐบาลญี่ปุ่นและออสเตรเลียประกาศผลักดันข้อตกลงความร่วมมือด้านกลาโหมฉบับสำคัญให้ลุล่วงโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อรับมือความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชีย ทั้งกรณีเกาหลีเหนือและการขยายแสนยานุภาพของจีน

มัลคอล์ม เทิร์นบุล (ซ้าย) พบหารือกับ ชินโซ อาเบะ ภาพ AFP

    นายกฯ มัลคอล์ม เทิร์นบุล ของออสเตรเลีย ได้หารือกับนายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ระหว่างการเดินทางมาเยือนกรุงโตเกียวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม 2561 รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า การทำข้อตกลงว่าด้วยปฏิบัติการและการฝึกด้านกลาโหมร่วมกันเป็นวาระหลักของการเจรจาครั้งนี้

    ภายหลังการหารือและการเดินทางเยือนฐานฝึกทหารนอกกรุงโตเกียว เทิร์นบุลและอาเบะได้แถลงการณ์ร่วมกัน แสดงความยินดีต่อความก้าวหน้าของการเจรจาเกี่ยวกับความตกลงด้านกลาโหมฉบับนี้ และว่า พวกเขาได้สั่งการให้รัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง สรุปการเจรจาให้ลุล่วงโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

    นายกฯ อาเบะกล่าวเสริมระหว่างการแถลงข่าวร่วมที่กรุงโตเกียวด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะผลักดันการฝึกร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ให้แข็งแกร่งขึ้นทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ และวางเป้าหมายจะบรรลุข้อตกลงให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อให้การเยือนของแต่ละฝ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น

    ข้อตกลงที่ญี่ปุ่นและออสเตรเลียพยายามผลักดัน จะเป็นข้อตกลงลักษณะนี้ฉบับแรกสำหรับญี่ปุ่น และจะทำให้ออสเตรเลียเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือทางทหารที่ใกล้ชิดที่สุดของญี่ปุ่น รองจากสหรัฐอเมริกา

    รายงานกล่าวว่า ข้อตกลงที่ว่านี้เกี่ยวโยงทั้งด้านการฝึกและยุทธการด้านกลาโหมร่วมกัน โดยเป้าหมายหนึ่งนั้นเพ่งเล็งที่จีน ซึ่งกำลังมีความทะเยอทะยานขยายแสนยานุภาพทางทะเล

    นอกจากนี้ ข้อตกลงยังรวมถึงการวางรากฐานสำหรับการฝึกทางทหารของญี่ปุ่นนอกเมืองดาร์วิน เมืองทางภาคเหนือของออสเตรเลียที่กองทัพญี่ปุ่นเคยทิ้งระเบิดอย่างหนักหน่วงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

    "เมื่อสำเร็จลุล่วงแล้ว ข้อตกลง (ทางทหาร) ฉบับนี้จะเป็นเสาหลักของความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างญี่ปุ่นกับออสเตรเลีย" นักการทูตญี่ปุ่นรายหนึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้าการเจรจา

    รัฐบาลทั้งสองกล่าวว่า การเพิ่มความร่วมมือทางทหารมีความสำคัญอย่างยิ่ง สืบเนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคนี้ โครงการขีปนาวุธของเกาหลีเหนือกำลังทำให้โลกเข้าใกล้กับการเกิดสงครามนิวเคลียร์ยิ่งกว่าครั้งไหนนับตั้งแต่สิ้นสงครามเย็น

    การขยายแสนยานุภาพทางทหารและอิทธิพลทางเศรษฐกิจอย่างแน่วแน่ของจีนในภูมิภาคเอเชีย ก็กระตุ้นให้ญี่ปุ่นและออสเตรเลียต้องร่วมมือทางทหารกันมากขึ้นเช่นกัน

    เทิร์นบุลกล่าวว่า เขาและอาเบะได้หารือกันนานพอดูเกี่ยวกับภัยคุกคามจากรัฐบาลอันธพาลที่บุ่มบ่ามในเกาหลีเหนือ และได้หารือกันถึงความสำคัญของการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างเข้มงวด เพื่อที่รัฐบาลเกาหลีเหนือจะรู้จักสำนึกและเลิกข่มขู่คุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคของเราแบบที่เคยทำมา

    นอกจากการพบปะหารือกับผู้นำญี่ปุ่นแล้ว การมาเยือนอย่างรวบรัดของผู้นำออสเตรเลียในครั้งนี้ เขายังได้ไปร่วมการประชุมวาระพิเศษของสภาความมั่นคงแห่งชาติของญี่ปุ่น และได้พบปะพวกผู้นำธุรกิจของญี่ปุ่น และหารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของกรุงโตเกียวเกี่ยวกับการเตรียมการต่อต้านการก่อการร้ายเพื่อรับมือโอลิมปิกปี 2020 ที่กรุงโตเกียว.

 


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?