ศาลไม่ให้ประกัน 'เจษฎา' นักธุรกิจเมืองคอนผู้ต้องหาโกงเงินทอนวัด


   

3 ส.ค. 61 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ควบคุมตัว นายเจษฎา วงศ์เมฆ ฉายาลุงทอง อายุ 57 ปี ชาวนครศรีธรรมราช นักธุรกิจรับเหมาและเจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กล้องวงจรปิด กล้องติดรถยนต์ฯ ใน จ.นครศรีธรรมราช และเซียนพระ ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 3 ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 102/2561 ลงวันที่ 1 ส.ค.2561ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยทุจริตและสนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 147 ประกอบมาตรา 86 มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-14 ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 10-15 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพยานหลักฐานอื่นๆ พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

โดยพฤติการณ์ของนายเจษฎา ผู้ต้องหานี้ ถูกกล่าวหาร่วมทุจริตจัดสรรเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือเงินทอนวัด โดยผู้ต้องหาจะเข้าไปตีสนิทกับทางเจ้าอาวาสวัดต่างๆ ใน จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขอให้บริษัทตัวเองได้รับงานซ่อมแซมบูรณะวัด โดยตกลงกับทางวัดว่าจะแบ่งเงินเปอร์เซ็นต์ให้ จากนั้นก็ให้วัดทำหนังสือขอรับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักพุทธฯ วัดละ 3 ล้านบาท กระทั่งงานเสร็จแล้วก็ได้แบ่งเงินให้วัดดังกล่าว ซึ่งชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ศาลพิจารณาคำร้องและเหตุจำเป็นของการฝากขังแล้ว อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้

ต่อมาญาติของนายเจษฎา ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 600,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขังนี้ กระทั่งเวลา 17.00 น. ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับตามพฤติการณ์แห่งคดีการกระทำความผิดที่ถูกกล่าวหามีลักษณะเป็นขบวนการโดยแบ่งหน้าที่กันทำและเป็นการทุจตริตต่อเงินงบประมาณของแผ่นดินทำให้รัฐต้องเสียหายเป็นเงินจำนวมาก อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อพระพุทธศาสนา และพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวด้วย ดังนั้นหากปล่อยชั่วคราวเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ศาลจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยให้ยกคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหา

เมื่อศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมตัวนายเจษฎา ผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างฝากขังต่อไป


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?