'วิษณุ'ชมผลงานโบว์แดง'ปปท.'ปราบโกงจำนำข้าว-โกงเงินทอนวัด


เพิ่มเพื่อน    

25 ม.ค.62 - ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นพลัสแวนด้าแกรนด์  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจและการดำเนินงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เนื่องในโอกาสครบรอบการสถาปนา 11 ปี พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ประจำปี พ.ศ. 2562

นายวิษณุ กล่าวว่าการทุจริตเป็นบ่อนทำลายชาติที่สำคัญ ประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นการบริหารงานของรัฐบาล เศรษฐกิจถดถอยเพราะถูกเรียกรับเงินใต้โต๊ะ ไม่มีนักลงทุนเข้ามาลงทุน และบั่นทอนกำลังใจคนที่ทำธุรกิจโดยสุจริต สำหรับประเทศไทยได้ตั้งหน่วยงานขึ้นเพื่อดำเนินการปราบปรามกับผู้ที่ทุจริตมาโดยตลอด แม้ระยะแรกในการก่อตั้ง ป.ป.ท.ไม่เป็นที่รู้จักและผลงานยังไม่ประทับใจ แต่เข้าสู่ปีที่ 5 ผลงานเริ่มเป็นที่ประจักษ์ 

"กระทั่ง 2 ปีล่าสุดป.ป.ท.มีบทบาทเต็มที่อย่างกรณีทุจริตจำนำข้าว เงินทอนวัด โกงเงินคนจน และคดีนักเรียนผี ป.ป.ท.เป็นตัวช่วยตัดวงจรการทุจริตได้ผลจนเป็นที่น่าพอใจ ถือว่ามีผลงานโดดเด่นเพราะความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ โดยตัวเลขคดีสัมพันธ์กับจำนวนคดีหลายเรื่องที่ดำเนินการแล้วเสร็จ แต่การทุจริตก็ไม่ได้หมดไปจากสังคมไทย"

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า แม้ว่าสถานการณ์การทุจริตในปัจจุบันจะดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งเห็นได้จากค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย (Corruption Perception Index : CPI) ที่ถูกจัดอันดับการประเมินโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ครั้งล่าสุด ในปี 2560 ประเทศไทยได้ 37 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 96 จากประเทศที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด 180 ประเทศ อยู่ในลำดับที่ 4 ของประเทศอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย ตามลำดับ 

สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของประเทศที่มีการทุจริตลดลง และสร้างความเชื่อมั่นดึงดูดให้กับนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น ตัวเลขดังกล่าวยังไม่เป็นที่พอใจ ดังนั้น สิ่งที่เราต้องทำต่อไปก็คือ การปลูกจิตสำนึกความซื่อสัตย์สุจริตในทุกภาคส่วน และเสริมสร้างภาคีเครือข่ายให้มีการเฝ้าระวังให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยง ลดช่องทางหรือปิดโอกาสในการทุจริตจากภาคส่วนต่างๆ ให้มากที่สุด อันจะเป็นพื้นฐานในการปฏิรูปสังคมและประเทศไทยสู่การต่อต้านทุจริตในทุกรูปแบบต่อไป

รองนายกฯ กล่าวเรื่องที่ป.ป.ท.ต้องทำต่อไปมีอีกหลายอย่าง แต่รัฐบาลอยากให้เน้นใน 3 เรื่อง 1. สร้างเครือข่ายกับภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงเครือข่ายกับต่างประเทศให้มากขึ้นและยั่งยืน เพื่อติดต่อประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูล 

2. ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กวดขัน และจริงจังกว่าเดิม เพื่อให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น 
3. ทำงานในลักษณะให้ความรู้ เตือนประชาชนให้รู้สึกตระหนักว่าอะไรผิด อะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้ แม้สิ่งเหล้านี้ป.ป.ท.จะทำอยู่แล้วก็ขอให้เข้มงวดมากขึ้นเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของป.ป.ท.

ด้านพ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ท. ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นองค์กรหลักของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551 – 2562 มีการรับเรื่องกล่าวหา/ร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ จำนวน 35,580 คดี (เดือน ธ.ค.2561 จำนวน 148 คดี) 

ส่วนผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง แยกเป็น รับไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง จำนวน 4,584 คดี, ไม่รับไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง จำนวน 7,451 คดี, ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จำนวน 1,248 คดี, ส่งสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 8,961 คดี, ส่งพนักงานสอบสวน จำนวน 883 คดี อื่นๆ จำนวน 49 คดี และคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาแล้ว จำนวน 23,176 คดี  โดยคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้พิจารณาความผิดแล้ว รวมทั้งสิ้น 912 คดี ได้แก่ ผิดอาญาและวินัย จำนวน 443 คดี, ไม่ผิดอาญา แต่ผิดวินัย จำนวน 30 คดี, ยุติเรื่อง จำนวน 271 คดี, ส่งสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 123 คดี และส่งพนักงานสอบสวน จำนวน 45 คดี  มีคดีที่อยู่ระหว่างส่งอัยการ จำนวน 148 คดี และส่งอัยการเรียบร้อยแล้ว จำนวน 294 คดี ซึ่งศาลมีคำพิพากษาแล้ว จำนวน 94 คดี 

พ.ต.ท.วันนพ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่าปัญหาการทุจริตไม่สามารถแก้ไขให้สำเร็จได้เพียงแค่การใช้กลไกภาครัฐเท่านั้น ต้องผสานพลังจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ตลอดจนต้องเสริมสร้างและยกระดับธรรมาภิบาล ส่งเสริมผลักดันให้หน่วยงานของรัฐยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารราชการโดยมุ่งมั่นขจัดการทุจริตในภาครัฐให้หมดสิ้น โดยในโอกาสครบรอบการสถาปนาสำนักงาน ป.ป.ท. ปีที่ 11  ป.ป.ท. ยังคงยืนหยัดในการเป็นหน่วยงานตรวจสอบและขับเคลื่อนให้เกิดธรรมาภิบาลในระบบราชการเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ สร้างความตระหนักให้กับสังคมทุกภาคส่วนได้เล็งเห็นถึงภัยของการทุจริตคอร์รัปชัน.


วิบากกรรม...."หมอเหวง" เพิ่งฝ่าสายฝนออกจากคุก ได้ ๒ วัน วานนี้กระเตง "ป้าธิดา" ไปเป็นเพื่อน ขึ้นศาลสืบพยานคดีชุมนุมปี ๒๕๕๒ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ๑๑ ปีแล้วซินะ ยังวนเวียนอยู่กับคุก 

ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'
'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!
'ธนาธร-ปิยบุตร' ออกศึก