แฉ!เจ้าคุณเดนมาร์กยังเป็นคนไทยรอวัดใจกลับมาสู้คดีเงินทอนวัดโกอินเตอร์


   

12 ส.ค.2561 - กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดคดีเกี่ยวกับการทุจริตเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ปี 2556 และปี 2558 จำนวน 2 สำนวน ได้แก่ คดีโอนเงินให้วัดต่างประเทศ 5.7 ล้านบาท และคดีเงินทอนวัดในจังหวัดลำปาง 5 แห่ง และแพร่ 6 แห่ง โอนเงินไป 24 ล้านบาท แต่ทอนเข้ากระเป๋าตัวเอง 17.8 ล้านบาท โดยชี้มูลความผิดนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.), นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ., นายเฉลิมพล มีศิลารัตน์ อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน, นายวสวัตติ์ อดีตผู้อำนวยการส่วนบูรณะพัฒนาวัดและศาสนสงเคราะห์ กองพุทธศาสนสถาน และพระวิสุทธิวงศ์วิเทศ (สุทธิพงศ์ สุทฺธิวํโส) หรือเจ้าคุณเดนมาร์ก เจ้าอาวาสวัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร กรุงโคเปเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งใครต่อใครคงคาดคิดเจ้าคุณเดนมาร์กคงสบายตัว เพราะน่าจะมีสัญชาติเดนมาร์ก ไม่ต้องกลัวแล้ว

แต่ข้อมูลล่าสุด ซึ่งเว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม เว็บวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริการายงานในหัวข้อว่า “ข้อมูลใหม่ "เจ้าคุณเดนมาร์กยังไม่ได้ซิติเซ่น" ยังเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้างั้นก็เห็นท่าจะ..ลำบาก” โดยมีเนื้อหาว่า ถ้าเจ้าคุณสุทธิพงษ์ยังคงเป็นคนไทย ไม่ได้เป็นชาวเดนมาร์ก ก็คงเหลือทางเลือกเดียว นั่นคือ ต้องกลับไปสู้คดีที่เมืองไทย หรือไม่ก็ต้องกลายเป็น "ผู้ต้องหาหนีคดีอาญา" เส้นทางที่ว่านี้นิยมเรียกว่า Single Gateway แปลว่า ทางสายเอก ไม่มีทางเลือกอื่น ถึงแม้ในโลกใบนี้จะมีสายการบินนับพันสาย แต่สุดท้ายก็ไปสายอื่นไม่ได้ ไม่รู้มันเป็นเวรเป็นกรรมอะไร

ทีนี้ยังมีปัญหาไปถึงข้อที่ว่าเมื่อยังเป็นคนไทย เจ้าคุณเดนมาร์กก็ยังถือ "พาสปอร์ตไทย" ถ้ากลับไทยไปสู้คดี ก็มีสิทธิ์ติดคุก แต่ถ้าเลือกหนี-ไม่ยอมกลับ ก็จะถูกเพิกถอนพาสปอร์ตและถอดยศ นี่ยังไม่รวมทั้ง "วีซ่า" ที่อายุลดลงเรื่อยๆ เห็นแล้วก็เหนื่อยใจแทน

แต่..แต่ก็ยังมีทางเลือก ถึงจะไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด แต่ก็จะสามารถหยุดความเสียหายร้ายแรงลงไปได้ในระดับหนึ่ง นั่นคือ ท่านเจ้าคุณต้องปลง และทำใจดีสู้เสือ ยินยอมพร้อมใจ "กลับไทยไปสู้คดี" โดยก่อนจะออกจากเดนมาร์กก็ฝากฝังวัดวาอารามให้เรียบร้อย ก็จะได้คะแนนนิยมล้นหลามถึง 3 ทาง

1. ทางเมืองไทยได้ทำให้เป็นตัวอย่างว่า ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่หนี ทั้งๆ ที่มีโอกาสหนีได้สบาย กล้าเดินเข้าสู่คุกตะรางอย่างไม่สะทกสะท้าน เหมือนอดีตเจ้าคุณพรหมสิทธิ (ธงชัย) วัดสระเกศ เคยเดินมาก่อน แบบนี้สง่างามมาก

2. ทางต่างประเทศ ได้แสดงสปิริตให้พระธรรมทูตและพุทธศาสนิกชนชาวไทยในต่างประเทศได้เห็นเป็นแบบอย่าง ตายเป็นตาย ขอไว้ลายซักครั้ง เกิดมาครั้งเดียวก็ตายครั้งเดียวเหมือนกัน จะเป็นอะไรก็ให้มันรู้ไป เป็นพระสุทธิพงษ์ก็เป็นมาแล้ว เป็นพระครูก็เป็นมาแล้ว เป็นเจ้าคุณก็เป็นมาแล้ว เป็นนักโทษอีกซักตำแหน่งแหมเท่ห์จะตาย คนเป็นล้านไม่มีโอกาสได้เป็นเช่นท่านเจ้าคุณ ในกรณีนี้ ถ้าศาลอนุญาตให้ประกันตัว (เพราะเห็นว่ากล้าเดินทางกลับมาสู้คดี ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี) ก็มีสิทธิ์เฮ เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่เชื่อก็ลองดูสิ อิอิ !

3.ทางใจ ชนะใจตัวเอง เหมือนเห็น "ตะราง" เป็นแค่เหล็กเส้นบางๆ ไม่สามารถจะขวางกั้นทางเดินของนักบุญได้ อรหันต์ไม่จำเป็นต้องเกิดในป่า จะอยู่ที่ไหนก็ไม่สำคัญ ขอเพียง..หมดกิเลส ไม่ใช่หมดอาลัยตายอยาก แบบนั้นมันคนละทาง

ทั้ง 3 ทางเหล่านี้ ถูกรวมเข้าในช่องทางเดียว นั่นคือ Single Gateway เพราะมองทางอื่นแล้ว No Way ไม่มีทางเลือก !

และเพื่อความมั่นใจว่า ถ้าไปถึงเมืองไทยแล้วจะเป็นเช่นใด ก็ควรหาเวลาไปปรึกษา "หมอดู" เช็คดวงชะตาให้แน่ใจ เผื่อเหลือเผื่อขาด นะครับ เชื่อเหอะ ใครบอกอย่าเชื่อหมอดู แต่พอเข้าตาจน ก็เห็นวิ่งไปหาหมอดูกันทุกคนแหละ

เชื่อว่า ถ้าเลือกกลับไทยไปสู้คดี ก็จะมีคนตามไปส่ง-ไปเชียร์ที่สนามบินอย่างล้นหลาม เหมือนส่งนักกีฬาไปชิงแชมป์ เป็นภาพประวัติศาสตร์ที่หาดูได้ยากภาพหนึ่งในโลกเลยเชียว นะท่านเจ้าคุณ ไหนๆ ก็ไหนๆ ในเมื่อมันวิกฤตจนไม่มีทางไปแล้ว ก็พลิกให้เป็นโอกาสมันซะเลย โชว์ตั๋วเครื่องบิน-ประกาศผ่านไมค์ ไปเลยว่า ผมจะกลับไทยไปเข้าคุก !