TCASปี62เริ่ม1ธ.ค.-มิ.ย.ปีหน้า ร่นเวลาลดเด็กเครียด                   


   

                  

เปิดปฏิทิน TCAS 62 “สุชัชวีร์ “ เผย5รอบ เริ่ม1 ธ.ค.61 จบลงวันที่16มิ.ย.62  ร่นสั้นลงจากปีที่แล้วเริ่มในเดือนต.ค. เพื่อลดความเครียดเด็ก ส่วนแฟ้มสะสมงาน รอบ 1 กำหนดเสนอได้ไม่ให้เกิน 10 หน้า เตรียมจัดทำรายละเอียดทำเป็นคู่มือ เผยแพร่ต.ค.นี้ พร้อมส่งปฏิทิน TCAS 62 ให้ กกต. พิจารณา หวั่น กระทบการเลือกตั้ง 62 ยันไม่เกิดปัญหาซ้ำรอยปี61แน่ 

 

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวในการแถลงข่าวการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) ปี 2562 ว่า ขณะนี้ ทปอ.มีมติรับรองระบบ TCAS ปี 62 เรียบร้อยแล้ว โดยเปิดให้มีการคัดเลือกทั้งหมด 5  รอบ และปรับระยะเวลาการคัดเลือกให้กระชับขึ้นเหลือเพียง 6 เดือนครึ่ง ซึ่งตนเชื่อว่าจะทำให้เด็กเครียดน้อยลง 

สำหรับรายละเอียดการคัดเลือกรอบที่ 1 แฟ้มสะสมงาน จะมีการกำหนดจำนวนหน้าของแฟ้มสะสมงาน ไม่ให้เกิน 10 หน้ากระดาษ แต่ใครที่ทำเกิน 10 หน้าแล้วก็ไม่ต้องกังวล สามารถมาส่งรายละเอียดอื่นๆในวันสัมภาษณ์ได้ และทปอ.จะประสานสถาบันอุดมศึกษาให้จัดส่งองค์ประกอบ เกณฑ์ และเป้าหมายการรับ เพื่อเผยแพร่ให้ผู้สมัครได้ทราบประมาณเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้  ทปอ.จะจัดทำรายละเอียดทั้งหมด และจัดทำเป็นคู่มือ เพื่อเผยแพร่ทางเว็บไซต์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนรอบที่ 2 โควตา รอบที่ 3 รับตรงร่วมกันนั้น ระบบ TCAS 62 ผู้สมัครสามารถเลือกคณะได้ 6 อันดับ แบบเรียงลำดับคณะ และสถาบัน ทั้งกลุ่มคณะของสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) และอื่นๆ โดย ทปอ. จะประกาศผลคัดเลือกเพียง 1 อันดับเท่านั้น  ซึ่งรูปแบบดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหานักเรียนที่มีคะแนนสูงกันที่เรียนคนอื่นๆ ซึ่ง ทปอ.มั่นใจว่าจะไม่ซ้ำรอยเหมือนกับปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน   และสำหรับรูปแบบการยื่นคะแนนทั้งวิชาสามัญ 9 วิชา การทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) การทดสอบความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) และการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต จะดำเนินการให้เป็นการดึงคะแนนจากหน่วยงานเจ้าของข้อมูลโดยตรง นอกจากนี้ยังลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการสมัครรอบ 3 สูงสุดเพียง 650 บาทเท่านั้น

นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า ส่วนการคัดเลือกในรอบ 4 แอดมิชชั่น และรอบ 5 รับตรงอิสระ ทปอ.มีข้อสรุปว่ายังมีความจำเป็นที่จะคงไว้ตามเดิม เพื่อให้ผู้สมัครมีสิทธิในการเข้าศึกษาต่อในคณะและสถาบันที่ต้องการด้วยองค์ประกอบและเกณฑ์ที่แตกต่างกัน จะช่วยลดความตึงเครียดจากอัตราการแข่งขันของผู้เข้าสมัครที่กระจุกอยู่เพียงบางคณะ   บางสถาบันในรอบแรกๆ ลงได้    ขณะเดียวกันได้ปรับรายละเอียดการสละสิทธิ์ของ TCAS ปี 62 โดยกำหนดระยะเวลาการสละสิทธิ์ในแต่ละรอบอย่างชัดเจน   และจะทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้นผู้สมัครจึงจำเป็นต้องวางแผนในการเลือกคณะ และสถาบันในการคัดเลือกแต่ละรอบอย่างรอบคอบ

ประธานทปอ.กล่าวอีกว่า  สำหรับปฏิทิน TCAS 62 ที่อาจตรงกับช่วงที่จะมีการเลือกตั้งซึ่งตามโรดแม็ปของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นั้น ทปอได้ส่งปฏิทินการรับสมัคร ให้ กกต.เพื่อพิจารณาแล้ว จากเดิมปี 61 เริ่มในเดือนตุลาคม สำหรับปี 62 จะเริ่มการคัดเลือกรอบที่ 1 การเสนอ Portfolio ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561-31 มกราคม 2562 รอบที่ 2 โควต้า 4 กุมภาพันธ์ 2562-25 เมษายน 2562 รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน 17 เมษายน 2562-15 พฤษภาคม 2562 รอบที่ 4 แอดมิชชั่น 9 พฤษภาคม 2562-3 มิถุนายน 2562 และรอบที่ 5 รับตรงอิสระ 28 พฤษภาคม 2562-16 มิถุนายน 2562 นอกจากนี้ในส่วนของการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) จะมีการสอบในวันที่ 23-26 กุมภาพันธ์ 2562 ประกาศผล 1 เมษายน 2562 การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต จัดสอบวันที่ 2-3 มีนาคม 2562 ประกาศผล 31 มีนาคม 2562 และการทดสอบวิชาสามัญ 9 วิชา จัดสอบวันที่ 16-17 มีนาคม 2562 ประกาศผล 5 เมษายน 2562

 

 “ทปอ.ใส่ใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบ TCAS ที่ผ่านมา และได้นำบทเรียนมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและกระจายโอกาสให้กับนักเรียนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม การปรับแนวทาง TCAS 62 โดยถอดบทเรียนจาก TCAS 61 ผมเชื่อมั่นว่าจะช่วยลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ให้ซ้ำรอยเหมือนในปีที่ผ่านมา และได้มีการพัฒนาระบบไอทีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับการใช้งานที่มีปริมาณมาก  “ประธาน ทปอ.กล่าว


ขอโทษที............ จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'