ให้ออกราชการก่อนชงปปท.ฟันตำรวจกรรโชกทรัพย์-เก็บส่วยหมูยอเมืองอุดรธานี


เพิ่มเพื่อน    

 

7ก.ย.61- พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าว สามีภรรยาเจ้าของโรงงานลูกชิ้นหมูยอใน อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมภาพวงจรปิด เข้าแจ้งความต่อตำรวจสภ.เมืองอุดรธานี ว่าถูกกลุ่มชายอ้างเป็นตำรวจชุดป้องกันปราบปราม และละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรรโชกทรัพย์และเรียกเก็บส่วยรายเดือน เหตุเกิดเมื่อ 3 ก.ย. 61ที่ผ่านมา ว่า ผู้แจ้งได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับคนร้ายอ้างเป็นตำรวจชุดป้องกันปราบปราม และละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรรโชกทรัพย์และเรียกเก็บส่วยรายเดือน โดยเมื่อวันที่ 3ก.ย. 61 เวลากลางวัน ได้มีลูกค้าโทรมาสั่งหมูยอ 200 กก. ราคา 5,000 บาท ไปส่งที่ลานจอดปั๊ม ปตท. หลังตลาดไทยอีสาน โดยเจ้าของโรงงานได้มอบหมายให้ คนงานนำหมูยอไปส่งลูกค้า

"เมื่อไปถึงที่นัดหมาย ได้มีชายอ้างว่าเป็นตำรวจ 5-6 คน แต่งตัวนอกเครื่องแบบ ขอตรวจค้นหมูยอและสอบถามการได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยา (อย.) ซึ่ง คนงานบอกกับกลุ่มชายดังกล่าวว่าไม่มี  จึงถูกควบคุมตัวมาที่โรงงานลูกชิ้นหมูยอ และสอบถามหาเจ้าของโรงงาน โดยได้สอบถามเจ้าของโรงงานเกี่ยวกับใบอนุญาตจากองค์การอาหารและยา  ซึ่งเจ้าของโรงงานแจ้งว่าไม่มี  กลุ่มชายดังกล่าวจึงได้พาเจ้าของโรงงานกับพวกมาที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี และได้เรียกร้องเงินจำนวน 70,000 บาท เพื่อแลกเปลี่ยนกับการไม่ให้ถูกดำเนินคดี   เจ้าของโรงงานฯ จึงได้มอบเงินจำนวน 70,000 บาท ให้กลุ่มชายดังกล่าวไป นอกจากนี้กลุ่มชายดังกล่าวยังได้เรียกร้องให้เจ้าของโรงงานฯ จ่ายเงินให้อีกเดือนละ 5000 บาทเพื่อไม่ให้ดำเนินคดีอีกด้วย"

พล.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ในชั้นนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายและพยานไว้แล้ว พร้อมให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานร่วมทำการตรวจพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆในที่เกิดเหตุเพื่อทำการตรวจพิสูจน์  ซึ่งจากการตรวจสอบบุคคลที่ปรากฏในภาพเบื้องต้น พบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง 2 นาย ส่วนอีก 3-4 คนที่กล่าวถึงนั้น อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและพิสูจน์ทราบ ว่าเป็นผู้ใด เป็นตำรวจหรือไม่ อย่างไร

"ในเบื้องต้น พล.ต.ต.พีระพงศ์  วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ได้มีคำสั่งทางวินัย ให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยหากพบว่าเป็นตำรวจจริงจะดำเนินการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงและมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนการดำเนินคดีทางอาญานั้น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี จะรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ทำการสอบสวน ในความผิดฐาน “ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและร่วมกันกรรโชกทรัพย์” ภายในกรอบระยะเวลา 30 วัน ต่อไป"

รองโฆษกตร. กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการมาโดยตลอด ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปยุ่งเกี่ยว เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่พี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานด้วยความสุจริต เป็นธรรม ให้บริการประชาชนด้วยใจ เสมือนเป็นคนในครอบครัว นึกถึงความเดือดร้อน หรือปัญหาต่างๆที่ประชาชนมาขอความช่วยเหลือเป็นสำคัญ คอยบำบัดทุกข์บำรุงสุกแก่ประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชา คอยสอดส่องดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ จะดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีอยู่แล้ว.

 


นี่แหละที่ว่า........ "คนทำดี...ฟ้าดินป้อง คุ้มครองเอย" มันเป็นอย่างนี้ พวก "ความหวังใหม่-ธนาธร" กำลังได้ที ฉวยโอกาส ยกเหตุที่เกิด "เทอร์มินอล 21" โคราช ไล่กระทืบกองทัพ

จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"
เรือสำราญ 'อย่าเป็นม้าอารี'
อย่าหลง 'รบอยู่กับคลื่น'
'โคราช' สะท้อน 'บทบาท สส.'