'พรรควันนอร์' ตั้งเป้าปาร์ตี้ลิสต์ 1 ล้านคะแนน - ไม่ปิดประตูทิ้งเพื่อไทยหนุนบิ๊กตู่


เพิ่มเพื่อน    

9 ก.ย. 2561 - นายนัจมุดดีน อูมา โฆษกพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์แทบลอยด์หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 9 ก.ย.ช่วงหนึ่งว่าพรรคประชาชาติไม่ใช่พรรคนอมินี และไม่ใช่พรรคสาขาของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นพรรคการเมืองที่เลือกแนวทางสายกลาง ไม่อยู่กับขั้วใดขั้วหนึ่ง แต่หากพรรคประชาชาติจะไปร่วมงานการเมืองกับพรรคการเมืองไหน หรือขั้วการเมืองใดหลังการเลือกตั้ง ก็จะต้องมาด้วยระบอบประชาธิปไตย

เมื่อถามว่าหากมีบางพรรคที่ไม่ใช่เพื่อไทย แต่ได้เสียงรองๆ ลงมาแล้วมีการรวมเสียงกันตั้งรัฐบาล  เช่น ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ แล้วได้ ส.ส.เกิน 250 เสียง แล้วมาทาบทามพรรคประชาชาติ โฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวว่าก็ต้องดูที่เงื่อนไข ต้องดูว่าเขาจะให้เราทำอะไร หากเป็นเงื่อนไขที่ดูแล้วเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาประเทศชาติ เราก็ต้องมานั่งคุยกันว่าการเชิญชวนนั้นพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่ การจะให้ตอบตอนนี้มันยังไกลไป แต่หลักเราคือเราเดินสายกลาง เราคือพรรคสายกลาง ไม่ได้เอียงไปทางซ้ายหรือขวา อันนี้พูดด้วยความจริงใจ แต่หากเขาเป็นรัฐบาล มาด้วยระบอบประชาธิปไตย ถ้าเขามาทาบทามเรา เราก็ต้องดูว่าประโยชน์ที่ประชาชนจะได้มีหรือไม่ อย่างให้เราไปดูแลกระทรวงสาธารณสุข ก็อาจเห็นว่าใครไปเป็นก็ได้ หรือกระทรวงพลังงาน เราก็อาจไม่ถนัด อันนี้ตนสมมุติ แต่หากเขาให้เราดูหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ แบบนี้ก็ค่อยว่ากัน

ผู้สัมภาษณ์ถามว่าคนมองกันว่าพรรคประชาชาติจะไปทางเดียวกับพรรคเพื่อไทยตลอด โฆษกพรรคประชาชาติ ยืนยันว่าไม่ใช่ แน่นอน ไม่ใช่ ชัดเจน จุดยืนพรรคเราชัดเจนคือเราเป็นกลางทางการเมือง พรรคประชาชาติก็คือพรรคประชาชาติ จุดยืนเราคือประชาธิปไตย และจะมาแก้ไขวิกฤติของบ้านเมือง ก็ดูตัวอย่างที่มาเลเซีย กรณี นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด กับอันวาร์ อิบราฮิม ทะเลาะกันจะเป็นจะตาย แต่ถึงเวลาจะต้องมาแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองก็จับมือกันได้

เมื่อซักว่าหากพลเอกประยุทธ์ลงเล่นการเมืองโดยไปอยู่ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ พรรคใดพรรคหนึ่ง แล้วหลังเลือกตั้งมีการจับมือกันของพรรคต่างๆ เช่น พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์  รวมพลังประชาชาติไทย แล้วได้เสียงเกิน 250 เช่น 270 เสียง โดยมาชวนพรรคประชาชาติด้วยจะเอาอย่างไร

โฆษกพรรคประชาชาติ ตอบว่าก็อยู่ในเงื่อนไขที่บอก หากท่านมาจากการเลือกตั้งแล้วได้รับการสนับสนุนจากสภาฯ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี หากเขามาเชิญให้พรรคประชาชาติไปร่วมรัฐบาล เราก็ต้องมาดูเงื่อนไขว่าสิ่งนั้นเป็นประโยชน์กับประชาชนหรือไม่ หากเราดูแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนแล้วท่านก็มาด้วยระบอบประชาธิปไตย เราก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว อยู่ที่เงื่อนไข 

"แต่จะให้เราประกาศว่าเราจะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ในวันนี้เราทำไม่ได้ เพราะต้องให้ผ่านขั้นตอนนี้ไปก่อน อันนี้ยังไกลเกินไป"นายนัจมุดดิน กล่าว

ถามถึงว่า แต่ท่าทีของหัวหน้าพรรค นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่พูดตอนประชุมจัดตั้งพรรคเมื่อ 1 ก.ย. ที่วิพากษ์วิจารณ์ คสช.ในเรื่องต่างๆ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ การปิดกั้นเสรีภาพ หรือเพราะอันนั้นเป็นเรื่องการทำงานของ คสช. โฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวตอบว่า ใช่ มันคนละตอน อันนั้นเป็นยุค คสช. และเป็นการปลุกเร้าสมาชิกว่าจุดยืนของพรรคเราคือแบบนี้ แต่ถ้าพลเอกประยุทธ์มาตามระบอบประชาธิปไตยในอนาคต ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

โฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวด้วยว่าสำหรับยุทธศาสตร์พรรคประชาชาติ เราต้องการ 1 ล้านเสียงจากทั่วประเทศ ซึ่งหากทำได้ตามเป้า พรรคก็จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แล้วประมาณ 15 คน โดยเป้าหมายที่วางไว้คือ ในส่วนของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วางไว้ที่น่าจะได้ประมาณ 3 แสนคะแนน ส่วนภาคใต้จังหวัดแถบอันดามัน คือ สตูล กระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง ระนอง ก็คาดไว้ที่ประมาณ 1 แสน 5 หมื่นคะแนน ส่วนที่พัทลุง สงขลา ตั้งเป้าไว้ที่ 1 แสนคะแนน ส่วนที่นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ก็ตั้งเป้าไว้ที่ 7 หมื่นคะแนน รวมๆ แล้วก็ตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 6 แสนคะแนน ใน 14 จังหวัดภาคใต้

ส่วนภาคอื่นๆ เช่น ภาคอีสาน ตอนนี้มีคนเห็นด้วยกับนโยบายพรรคเรา แจ้งความจำนงขอลงสมัครประมาณ 40-50 คน เราก็ตั้งเป้า อีสานจะได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่  250,000 คะแนน นอกนั้นก็เป็นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ และกรุงเทพมหานคร รวมกันประมาณ 400,000-450,000 คะแนน โดยในกรุงเทพมหานคร พรรคจะส่งคนลงสมัคร ส.ส.เขตประมาณ 20 เขต โดยนายวรวีร์ มะกูดี หรือบังยี จะเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ กทม. ที่จะเน้นในเขตเลือกตั้งรอบนอก เช่น ทุ่งครุ หนองจอก มีนบุรี พระโขนง สวนหลวง เพราะในย่านกลางเมืองในกรุงเทพมหานคร เราคงไปเจาะได้ยาก

นัจมุดดีน กล่าวต่อไปว่า จากเป้าหมายที่พรรควางไว้ดังกล่าวที่ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา บอกว่าพรรคจะได้ 20 ก็เพราะที่ผู้ร่วมจัดตั้งพรรคประเมินกันว่า เป้าหมาย 1 ล้าน จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 15 ที่นั่ง แต่รวมกับ ส.ส.เขต ก็จะได้ประมาณ 20 ที่นั่ง...


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.