"หมอธี"ยอมรับฝืนใจ ย้าย "ชัยพฤกษ์" เผยแม้เจ็บปวด เพราะส่วนตัวรักและให้เกียรติ แต่งานก็คืองาน


   


"หมอธี"ยอมรับฝืนใจ ย้าย "ชัยพฤกษ์" เผย การโยกย้ายครั้งนี้ก็ทำให้เจ็บปวด ลั่น ส่วนตัวรักและให้เกียรติ แต่งานก็คืองาน


9ต.ค.61-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรือ อควาเรียม ที่วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์  สงขลา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) พร้อมทั้งยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้ทุจริตและยึดประโยชน์ราชการ ว่า เรื่องนี้ตนคงไม่โต้ตอบอะไร เพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่คณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริงได้สรุปสำนวนมา ทั้งนี้การตรวจสอบโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 1 ปีถือว่านานพอสมควรจนมีหลักฐานตามกระบวนการยุติธรรม และตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการตรวจสอบทุกฝ่ายก็ทำอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด เพราะขั้นตอนของการสอบสวนทางวินัยเปิดโอกาสให้ชี้แจง ดังนั้นหากตรวจสอบแล้วไม่มีอะไรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ถือว่าจบไป 


"ผมไม่ได้ต้องการจะเล่นงานใคร และไม่ได้เข้าข้างใคร ซึ่งส่วนตัวผมรัก นายชัยพฤษ์ หากดูดีๆ ผมให้เกียรติ นายชัยพฤกษ์ มาโดยตลอด เพราะทำงานด้วยกันกับผมมา 4 ปี และเป็นคนที่ทำงานดีและเก่งกว่าผู้บริหารทุกคน โดยการโยกย้ายครั้งนี้ก็ทำให้ผมเจ็บปวดเช่นกัน แต่งานก็คืองาน หากมองกลับกันหากคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเสนอมาถึงผมและผมไม่ดำเนินการทำอะไรเลย ผมก็ถูกกล่าวหาไปด้วย ทั้งนี้ผมเองไม่เคยคิดย้าย นายชัยพฤกษ์ ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เนื่องจาก นายชัยพฤกษ์ ได้ย้ายออกจาก สอศ.ไปแล้วจึงไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการตรวจสอบ แต่สำนักนิติการ สป.ศธ.ชงเรื่องตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง เพราะ นายชัยพฤกษ์ มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด หากผมไม่พิจารณาและตัดออกผมก็ตายด้วยเหมือนกัน และจะทำให้ผมทำอย่างไร โดยเรื่องนี้ไม่ใช่ผมทำอะไรแล้วไม่คิด แต่คิดมาอย่างรอบคอบแล้ว"รมว.ศธ.กล่าว
 


ยุคนี้ นักวิจารณ์เยอะ ซึ่งเป็นเรื่องดี.... แต่ประเภท "ไม่อ่านเนื้อ" อ่านแค่พาดหัว ๒-๓ คำ แล้วหยิบไปวิจารณ์เป็นคุ้ง-เป็นแควนี่ซี

เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'