บอร์ดอิสระฯจี้สพฐ.แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กให้เป็นรูปธรรม


   


            

6พ.ย.61-นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก เนื่องจากเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายอยากให้มีการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยขณะนี้ภาพรวมของโรงเรียนขนาดเล็กในปี 2561 มีอยู่ทั้งสิ้น 15,089 แห่ง ซึ่งปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็กมีความซับซ้อน เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจ เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ และการที่อัตราการเกิดลดลง แต่โรงเรียนยังคงต้องมีอยู่พร้อมกับการแบกรับค่าใช้จ่าย รวมถึงปัญหางบประมาณ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายรถรับส่งที่ต้องนำเด็กไปเรียนร่วมกับโรงเรียนในเมือง ซึ่งประเด็นนี้บางครั้งอาจทำให้ผู้ปกครองมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจนบางครั้งก็ไม่อยากส่งลูกหลานตัวเองไปเรียน ซึ่งก็ก่อให้เกิดปัญหาเด็กไม่ไปโรงเรียน และเป็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้

นพ.จรัส กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สิ่งหนึ่งที่คณะกรรมการอิสระฯ มองว่าน่าจะเป็นไปได้แม้โรงเรียนขนาดเล็กจะมีครูน้อย แต่อาจทำให้ครูได้ใกล้ชิดเด็กทำให้คุณภาพการเรียนการสอนทั่วถึง โดยที่เราไม่ต้องมุ่งเน้นการสอนที่เป็นเนื้อหาสาระแต่เน้นการสอนการสร้างสมรรถนะการเรียนรู้ให้แก่เด็ก ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติไปศึกษาข้อมูลการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มเติม เนื่องจากปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กมีความหลากหลาย โดยอาจจัดเป็นกลุ่มโรงเรียนในการแก้ปัญหา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รับที่จะไปวิเคราะห์ข้อมูลปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ขณะเดียวกันจะมีการจัดทำประชาพิจาณณ์รับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาสังคมถึงเรื่องนี้ด้วย เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (รองเลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า สำหรับกระบวนการการแก้ไขปัญหาต้นสังกัด สพฐ.รับจะไปดำเนินการในการหารูปแบบวิธีการการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งธนาคารโลกก็ได้พยายามช่วยหาวิธีการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กร่วมด้วย ทั้งนี้ความความยั่งยืนของการแก้ไขก็คือจะทำอย่างไรให้โรงเรียนขนาดเล็กมีคุณภาพ รวมถึงการสร้างระบบบริหารจัดการที่สนองตอบบริบทของโรงเรียน รวมถึงการจัดกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กแบบดูตามบริบท เพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมจะเปลี่ยนแปลงโรงเรียนขนาดเล็กได้.
 


ก็ ๑๐ ปีแล้ว......... นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ปวดแปลบทีนั้น! ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

ไม่มีอะไรที่"ทำแล้ว"คนไม่ต้าน
จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย