รุ่นใหญ่เพื่อแม้วซบทษช.


   

  “ลุงป้อม” โยนสังคมคิดเอง “ทษช.” เป็นนอมินีระบอบทักษิณหรือไม่ ทันควันยังบลัดไทยรักษาชาติใช้โซเชียลขอบคุณสมาชิก เผย 19 พ.ย.เตรียมเปิดตัวรุ่นเก๋าเพื่อไทยย้ายมาซบทั้ง “จาตุรนต์-คนไม่มีผม-เกรียง” แดงอีสานซัดแค่พรรคเครือญาติ อัดระวังถูกหลอกให้มาเป็นแค่นั่งร้าน “พท.” ระส่ำหนักก๊วนชัยภูมิหนีหญิงหน่อยซบภูมิใจหนู “รปช.” เปิดสำนักงานใหญ่ที่รัชดาฯ  

    เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดตัวของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่มีเด็กรุ่นใหม่และทายาทของเครือข่ายนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2 อดีตนายกฯ ว่าถือเป็นเรื่องของเด็กรุ่นใหม่ที่มีความสนใจงานการเมืองมากขึ้น ส่วนจะส่งผลสถานการณ์การเมืองกลับไปสู่จุดเดิมอีกหรือไม่ ยังไม่รู้ เพราะการเลือกตั้งยังไม่เกิด อย่าเพิ่งไปคิดถึงตรงนั้น
    "มีเด็กรุ่นใหม่ๆ สนใจการเมืองถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ส่วนตัวผมก็ไม่มีอะไรไปแนะนำ เขามีพ่อแม่ที่คอยแนะนำอยู่แล้วว่าควรจะอยู่อย่างไร ส่วนที่มีทีมงานของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ร่วมด้วยนั้น แล้วจะให้ทำอย่างไร จะไปตรวจสอบอย่างไร เขามีความผิดอะไร พวกเขาก็มาเล่นการเมือง ส่วนจะเป็นนอมินีหรือไม่ก็ให้ไปคิดกันเอาเอง" พล.อ.ประวิตรกล่าว
    เมื่อถามย้ำว่า เป็นการถ่ายเลือดใหม่ในตระกูลเดิมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ทราบ จะไปรู้ได้อย่างไร ต้องไปถามเขา
    ขณะเดียวกันกรรมการบริหารพรรค ทษช.ชุดใหม่ได้ใช้การสื่อสารในโลกโซเชียลทั้งอินสตาแกรม (ไอจี) และเฟซบุ๊กขอบคุณสมาชิกพรรค พร้อมติดแฮชแท็ก #ไทยรักษาชาติ #TSN #ทษช #โลกก้าวไกลไทยต้องก้าวทัน โดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค ทษช.โพสต์ไอจีระบุว่า โอกาสเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อได้รับมันจะทำให้ดีที่สุดด้วยปัญญาความรู้ ความสามารถ และความจริงใจ ขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อความสุขของประชาชนและอนาคตของประเทศไทย จากนี้และตลอดไป
           นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค ทษช. โพสต์ไอจีว่า ขอขอบคุณสมาชิก และกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ที่มอบโอกาสสำคัญนี้ อยากให้ดูที่ตนเองและผลงาน ไม่ใช่เป็นลูกหรือหลานใคร จะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด
           นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค ทษช. โพสต์เฟสบุ๊กว่า ก้าวสำคัญที่สุดในชีวิต มาร่วมกันแสดงความคิด จุดยืน เพื่อพาประเทศก้าวข้ามผ่านวิกฤตินี้ด้วยกัน ไม่ว่าจะยืนอยู่จุดไหน เราก็อยู่ร่วมกันได้
        นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค ทษช. โพสต์เฟสบุ๊กว่า วันนี้ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย ประกอบกับคอนเซ็ปต์ของพรรคที่นำเอาความทันสมัย และดึงเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน การเข้ามาทำงานตรงนี้ในฐานะคนรุ่นใหม่ถือว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง และตั้งใจเต็มที่ในการนำเอาความรู้ ความสามารถมาทำให้สังคมมีการพัฒนา และเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าในทางใดก็ทางหนึ่ง เรามาช่วยกันครับ
           นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค ทษช.โพสต์ IG ว่า โลกเชื่อมถึงกัน เมื่อโลกหมุนเร็วขึ้น คนไทยทุกคนต้องได้รับโอกาสเท่ากัน เชื่อมไทยเชื่อมโลก 
           นายพงษ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค ทษช.โพสต์ไอจีว่า นับตั้งแต่วันนี้ อาจขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้โพสต์เรื่องการเมืองมากขึ้นนะครับ
           ขณะที่ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค โพสต์ไอจีเช่นกันว่า ขอขอบคุณสมาชิก คณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ทีมงานและพี่ๆ สื่อมวลชนทุกท่านที่มอบโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และร่วมผลักดันแนวคิดเชื่อมไทยเชื่อมโลกเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและพี่น้องประชาชนต่อไป
บิ๊กเนม "พท." ซบ "ทษช."
    รายงานข่าวจาก ทษช.แจ้งว่า หลังเปิดตัวคณะกรรมการบริหารพรรคที่เน้นคนรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ไปแล้ว ทษช.ก็ยังมีนักการเมืองพรรคเพื่อไทยที่มีชื่อเสียงมีประสบการณ์เตรียมเข้าร่วมพรรคอีก อาทิ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและคณะทำงานเศรษฐกิจ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรค โดยในวันที่ 19 พ.ย. จะจัดกิจกรรมเปิดนโยบายและทิศทางของพรรคที่จะผสมผสานคนรุ่นใหม่กับผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง รวมทั้งเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ในวันดังกล่าวด้วย 
“แกนนำพรรคคนอื่นๆ อยู่ระหว่างการตัดสินใจ เนื่องจากส่วนใหญ่ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปแล้ว หากย้ายก็ต้องลาออกจากพรรคก่อน โดยเฉพาะ ส.ส.เขตยังอยู่ที่เดิม เว้นแต่มีสัญญาณความเสี่ยงว่าพรรคจะถูกยุบ ก็อาจย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นก่อนวันที่ 26 พ.ย. เพื่อให้สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ทัน” รายงานระบุ 
ด้าน นายนพดล ปัทมะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ยินดีกับการนำเสนอตัวของคนทุกรุ่นที่จะตั้งพรรคเข้าสู่การเมือง ทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนมีตัวเลือกหลากหลาย แต่กังวลว่าทำอย่างไรจะให้เกิดการแข่งขันแต่ละพรรคในเชิงนโยบายมากขึ้น และทำให้ประเทศและคนไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ซึ่งจะเกิดขึ้นได้อย่างน้อยต้อง 1.ปลดล็อกพรรคการเมืองโดยไม่มีข้อจำกัด 2.ยกเลิกข้อห้ามหาเสียงทางโซเชียลมีเดีย 3.ยุติการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในระหว่างรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง 4.คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลต้องมีแนวปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่รัฐวางตัวเป็นกลาง 5.ต้องสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ 6.กกต.ควรเร่งประชาสัมพันธ์ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมว่าแตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อนอย่างไร และรณรงค์ให้คนออกไปใช้สิทธิ์ให้มากที่สุด
        นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค พท. กล่าวแสดงความยินดีกับ ทษช.ว่า ถือเป็นการพัฒนาการเมืองที่ดีของประเทศที่มีนักการเมืองหน้าใหม่รุ่นลูกหลานเข้าสู่การเมือง แสดงให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ต้องการการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย สอดคล้องกับอุปนิสัยของคนรุ่นใหม่ที่รักความอิสรเสรี ซึ่งใน พท.ก็มีนักการเมืองรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย ก็อยากฝากให้นักการเมืองรุ่นใหม่ทุกคนยึดมั่นและส่งเสริมระบอบรัฐสภาให้ยั่งยืนถาวร
    ส่วนนายสิระ พิมพ์กลาง หัวหน้าพรรคเพื่อนไทย และแกนนำคนเสื้อแดงสกลนคร ประเมินว่า ดูแล้วไม่น่ารอด เพราะพรรคเน้นผู้แทนระบบบัญชีรายชื่อ แต่ก่อนได้เป็น ต้องส่งผู้แทนเขต หากแพ้ถึงนำคะแนนมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แล้วอย่างนี้คนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งระบบเขตเลือกตั้งเหมือนถูกหลอกเข้ามาเป็นนั่งร้านให้หรือไม่ เพราะเขาเน้นบัญชีรายชื่อมากกว่า 
อัดพรรคเครือญาติ
“เครือข่ายพรรคเพื่อไทยแตกเป็นพรรคเล็กพรรคน้อยทำเป็นสงคราม 9 ทัพ แยกกันเดิน พรรคไทยรักษาชาติ คนรุ่นใหม่ที่มาร่วม แต่ส่วนใหญ่เป็นลูกอดีต ส.ส. ลูกอดีตรัฐมนตรี และหลานทักษิณ ล้วนเป็นเครือข่ายเก่า ดูแล้วกลายเป็นพรรคเครือญาติ ทำไมไม่มาดึงคนรุ่นใหม่ที่เป็นพี่น้องคนเสื้อแดงให้ไปร่วมงานบ้าง” นายสิระกล่าว
    นายสิระยังกล่าวว่า ขณะนี้มีการปล่อยข่าวพรรคเพื่อนไทยเป็นนอมินีให้ฝ่ายทหาร เป็นนอมินีให้พรรคเพื่อไทย ซึ่งขอปฏิเสธว่าไม่ใช่ เราเป็นพรรคเสื้อแดงอิสระ ที่มีจุดยืนประชาธิปไตยแน่วแน่ แต่ก็เน้นความปรองดอง สมานฉันท์ จึงออกมาตั้งพรรคการเมือง
      สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พท.และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีแกนนำพรรค พท.ร้าวลึก ว่าไม่เป็นความจริง ทุกคนยังมั่นคงกับพรรค แต่ความเห็นต่างเป็นเรื่องธรรมดา เราต่างลำบากมาด้วยกัน เผชิญปัญหามาด้วยกัน ถูกกระทำจากฝ่ายนิยมเผด็จการมาด้วยกัน จึงไม่จำเป็นต้องมาขัดแย้งกันเอง ตรงกันข้ามพวกเรากลับรักและเห็นใจกันมากขึ้น และที่สำคัญพรรคเป็นของประชาชน มีความแน่วแน่ในระบอบประชาธิปไตยร่วมกันสู้กับเผด็จการทุกรูปแบบ เพื่อพาประเทศไทยให้หลุดพ้นวงจรอุบาทว์ และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนให้จงได้
           “ที่มีพรรคเกิดใหม่หลายพรรค ก็มิใช่ความขัดแย้งหรือน่าวิตกกังวล เพราะต่างฝ่ายต่างมีร่องน้ำของตนเอง มีลู่พายเรือของตนเองชัดเจน สายน้ำประชาธิปไตยจะมีเรือมากมายสักกี่ลำไม่สำคัญ ขอให้เรายึดมั่นในหลักประชาธิปไตยให้สมกับที่ประชาชนเขาเชียร์อยู่ริมตลิ่งจะดีกว่า” นายพายัพกล่าว
       มีรายงานจาก พท.แจ้งว่า นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ อดีต ส.ส.ชัยภูมิ และ น.ส.สุนทรี  ชัยวิรัตนะ อดีต ส.ส.ชัยภูมิ หลานสาวนายประสิทธิ์ได้ลาออกจาก พท.แล้ว และเตรียมไปสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในวันที่ 9 พ.ย.นี้ เนื่องจากมีปัญหาทับซ้อนพื้นที่ รวมทั้งยังไม่พอใจบทบาทของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย 
    ยังมีรายงานจากพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) แจ้งว่า นายภราดร และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง บุตรชายทั้ง 2 ของนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตแกนนำพรรคชาติไทย (ชท.) กำลังตัดสินใจมาสมัครสมาชิกพรรค ภท. ภายในวันที่ 16 พ.ย. เพื่อมาทำงานร่วมกับนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ ที่ย้ายมาสังกัด ภท.ก่อนหน้านี้ เนื่องจากไม่พอใจการปรับเปลี่ยนการบริหารงานภายในพรรค
    ส่วน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรค พท. กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้รับการรับรองจาก กกต.แล้ว 4 รัฐมนตรีที่อยู่ใน พปชร.ควรแสดงสปิริตลาออกจากทุกตำแหน่งในรัฐบาล เพราะเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น รวมทั้งส่อว่าจะกระทำผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 
    ด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อร่วมงานสนทนาในหัวข้อ “บทบาทนักศึกษาต่อการตื่นตัวและมีส่วนร่วมทางการเมือง ครั้งที่ 1” ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งมีนักศึกษาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ก่อนไปดูแนวทางการแก้ไขปัญหายางพารา ที่โรงงานผลิตภัณฑ์หมอนยางพารา และตั้งโต๊ะรับสมัครสมาชิกที่ตลาดนัดกรีนเวย์
รปช.เปิดสำนักงานใหญ่
        ส่วนที่ตลาดบ่อบัว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นำคณะเดินสายคารวะแผ่นดิน เพื่อหาสมาชิกพรรคเป็นวันที่ 14 โดยมีแม่ค้าบางรายเรียกให้ซื้อสินค้าที่ขายอยู่ และมีกลุ่มแฟนคลับเข้ามาขอถ่ายรูป แต่ก็มีพ่อค้าบางรายตะโกนตามหลังว่า “ทำให้ไม่มีจะกินแล้วยังจะมาเดินอีก กลับบ้านไปเถอะ” แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์บานปลาย ซึ่งบรรยากาศไม่คึกคัก เนื่องจากแฟนคลับและกองเชียร์บางตา
    นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง รักษาการเลขาธิการ รปช. กล่าวว่า ในวันที่ 9 พ.ย. พรรคจะจัดงานทำบุญเปิดสำนักงานใหญ่พรรค ณ อาคารพีเคแอล เลขที่ 446 ซอยรัชดาภิเษก 26 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. และในช่วงบ่ายจะเปิดสาขาพรรคที่เขตบึงกุ่ม สถานที่ 11/39-40 นวมินทร์ 60 ถนนนวมินทร์ ส่วนการเดินคารวะแผ่นดินวันที่ 15 จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 พ.ย. ที่ อ.สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และจะเดินจากภาคใต้ตอนล่าง มาภาคใต้ตอนเหนือ และจบการเดินคารวะแผ่นดินภาคใต้ ในวันที่ 30 พ.ย. ที่จังหวัดนครปฐม
    วันเดียวกันที่ศูนย์ประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ร่วมกิจกรรม "รัฐศาสตร์วิชาการ 2018" เสวนาในหัวข้อ "ประเทศไม่ตรงปก" ตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นแบ่งเป็น 2 พลัง คือ พลังที่ 1 ใช้การเลือกตั้งเพื่อสืบทอดอำนาจของ คสช.หมายความว่า ต่อไปนี้นักการเมืองในเครื่องแบบทหารจะเป็นทหารที่ยึดอำนาจแล้วลงเลือกตั้ง กับพลังที่ 2 ใช้การเลือกตั้งเพื่อสกัดกั้นไม่ให้การสืบทอดอำนาจเกิดขึ้นได้ การเลือกตั้งครั้งนี้คือเดิมพันสำคัญ เป็นเครื่องมือยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช. และเริ่มต้นการนำประชาธิปไตยกลับมา.


ก็ ๑๐ ปีแล้ว......... นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ปวดแปลบทีนั้น! ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

ไม่มีอะไรที่"ทำแล้ว"คนไม่ต้าน
จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย