เวียดนามให้สัตยาบันความตกลงแปซิฟิกฉบับปลอดอเมริกา


เพิ่มเพื่อน    

เวียดนามเจริญรอยตามออสเตรเลีย ด้วยการเป็นชาติที่ 7 ที่ให้สัตยาบันความตกลงการค้าเสรีแปซิฟิก "ซีพีทีพีพี" หรือทีพีพีเดิม ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัว

แฟ้มภาพ AFP

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศนำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก (ทีพีพี) ที่เดิมมี 12 ชาติ โดยประณามว่าความตกลงการค้าเสรีฉบับนี้คือตัวทำลายการจ้างงานชาวอเมริกัน แต่อีก 11 ประเทศที่เหลือตัดสินใจเดินหน้าสานต่อเอฟทีเอฉบับนี้ต่อไปแม้ไม่มีสหรัฐ แล้วได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับความเป็นหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก (ซีพีทีพีพี)

    เมื่อเดือนที่แล้ว ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ 6 ที่รัฐสภาให้สัตยาบันความตกลงฉบับนี้ เท่ากับมีประเทศสมาชิกให้การรับรองอย่างเป็นทางการเกินครึ่งหนึ่ง เปิดทางให้ความตกลงฉบับนี้มีผลในทางปฏิบัติตั้งแต่สิ้นเดือนธันวาคม 2561

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 ว่าวันเดียวกันนี้ สมัชชาแห่งชาติของเวียดนาม ซึ่งเป็นเพียงสภาตรายาง ได้ให้การรับรองความตกลงนี้อย่างเป็นเอกฉันท์แล้วเช่นกัน

    เหวียน วัน เซา ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสมัชชาแห่งชาติ กล่าวว่า การลงมติของสมาชิกสภาครั้งนี้เป็นการตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญที่ยืนยันบทบาทของเวียดนามในการเข้าร่วมกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ

    ความตกลงฉบับนี้ริเริ่มผลักดันโดยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งเคยประโคมว่าความตกลงที่ครอบคลุมฉบับนี้เป็น "มาตรฐานทองคำ" สำหรับกฎกติกาการค้าในศตวรรษที่ 21 และจะเป็นกลไกที่ใช้ทัดทานอำนาจทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้นของจีนในเวทีโลก แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ที่เป็นนักปกป้องทางการค้าระบุว่า ความตกลงทีพีพีทำลายภาคอุตสาหกรรมของอเมริกา และเคยพาดพิงถึงเวียดนามโดยเฉพาะเจาะจงว่าแย่งงานของคนอเมริกัน

    เดิมนั้นภาคเศรษฐกิจการส่งออกที่เติบโตรวดเร็วของเวียดนามจะได้รับประโยชน์มหาศาลจากการสามารถเข้าถึงตลาดสหรัฐ ที่เป็นตลาดสำคัญสำหรับระบายสินค้าโรงงานราคาถูก เช่น รองเท้าอาดิดาส, เสื้อยืดแก๊ป และโทรศัพท์มือถือซัมซุง แต่อีกทางหนึ่ง ความตกลงนี้ก็มีผลผูกมัดชาติสมาชิกให้อยู่ในกรอบฎหมายที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการค้า, ภาษีศุลกากรต่ำลง และการเปิดตลาด

    ซีพีทีพีพียังได้กำหนดมาตรฐานใหม่ด้านแรงงาน ซึ่งเป็นประเด็นขวากหนามสำหรับเวียดนามที่เป็นประเทศคอมมิวนิสต์และสหภาพแรงงานทุกแห่งอยู่ภายใต้การควบคุมโดยรัฐบาลพรรคเดียว เซายอมรับว่า การจัดตั้งสหภาพแรงงานอิสระอาจก่อให้เกิดปัญหาท้าทายกับเวียดนาม แต่รัฐบาลก็เปิดรับการปฏิรูปที่จำเป็น.


ไม่ได้คุยเรื่อง "หมอชาญชัย" ซะนาน วันนี้คุยกันลืมกันหน่อย ยังจำกันได้ใช้มั้ย?

ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.