ปรับคนละ 5 แสน 3 จำเลย คดี 'ทัวร์ศูนย์เหรียญ' หลอกซื้อสินค้าแพง


เพิ่มเพื่อน    

15 พ.ย.61 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมเกียรติ คงเจริญ อายุ 58 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด, นางธวัล แจ่มโชคชัย อายุ  60 ปี กรรมการผู้จัดการ, นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี อายุ 27 ปี กรรมการผู้จัดการ กับพวกรวม 13 คน ในความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับค่าบริการ, ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวกระทำการอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว, ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวหาประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมจากนักท่องเที่ยว, ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต และฟอกเงิน

โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2559 ระบุพฤติการณ์สืบเนื่องเมื่อระหว่างวันที่ 24 มี.ค. - 31 ส.ค. 2559 ต่อเนื่องกัน บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด นำนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาโดยไม่มีค่าบริการ หรือที่เรียกว่าทัวร์ศูนย์เหรียญ จากนั้นบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ของจำเลย ให้ใช้รถบัสจำนวน 2,500 คันรับนักท่องเที่ยวฟรี โดยเป็นผู้กำหนดแผนการเดินทางให้มัคคุเทศก์ และผู้ขับขี่นำรถไปจอดให้นักท่องเที่ยวแวะซื้อสินค้าจากร้านในเครือเดียวกับบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ซึ่งสินค้าภายในร้านมีราคาแพงกว่าท้องตลาดหลายเท่า แสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้เกิด การขูดรีดนักท่องเที่ยว ไม่เกิดการแข่งขันเสรีทางการค้า ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย

นอกจากนี้มีข้อมูลการโอนเงินระหว่างบริษัทพวกจำเลยจำนวนมาก มีการอำพรางแบ่งปันผลประโยชน์ โดยบริษัท โอเอ ทราน สปอร์ต จำกัด แบ่งปันผลประโยชน์ให้บริษัททัวร์ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ให้มัคคุเทศก์ 3-5 เปอร์เซ็นต์ มีพฤติกรรมเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ ปกปิดวิธีการอันมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินของนักท่องเที่ยวศูนย์เหรียญชาวจีน รวมมูลค่าความเสียหาย 98 ล้านบาทเศษ

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 ต่อมาโจทก์อุทธรณ์

วันนี้ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องในความผิดฐานอั้งยี่และฟอกเงิน เนื่องจากพยานโจทก์ที่เป็นข้าราชการที่มีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ได้เบิกความให้ความเห็นแตกต่างกับพยานโจทก์ในส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานอั้งยี่และฟอกเงิน ให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ศาลเห็นว่ามีการขายสินค้าราคาสูง เป็นการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เป็นความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษาแก้ให้ปรับจำเลยที่ 1, 2 และ 13 คนละ 5 แสนบาท


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.